ตอนที่ 489
บทที่ 489 ครอบครัวเดียวกันก็ควรจะอยู่ด้วยกันสิ
October 21, 2026
เฉินมู่พูดไปด้วย และยื่นมือจับมุมปากของมู่น่อนน่อนไปด้วย
นาทีนี้มู่น่อนน่อนคือนั่งยองๆอยู่ที่ตรงหน้าของเฉินมู่ เฉินมู่แค่ยื่นมือก็แตะโดนมุมปากที่เธอถูกกัดจนถลอกแล้ว
สีหน้าของมู่น่อนน่อนมีความอึดอัดแว๊บผ่าน เธอกำลังจะพูด ก็ได้ยินด้านหลังมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น
เฉินถิงเซียวมา
เฉินมู่ได้รีบแบ่งปันเรื่องที่ตัวเองพบเห็นให้กับเฉินถิงเซียวฟัง:“พ่อคะ ปากของแม่ถลอกค่ะ!”
มู่น่อนน่อน:“……”
เฉินถิงเซียวมองมู่น่อนน่อนแว๊บนึง จากนั้นได้ตอบเฉินมู่อย่างบางเบาคำนึง:“อ้อเหรอ?”
“ใช่ค่ะ”ขาสั้นๆของเฉินมู่ได้วิ่งไปดึงมือของเฉินถิงเซียวมาที่ตรงหน้าของมู่น่อนน่อน:“พ่อดูสิคะ ที่นี่……”
น้ำเสียงของเฉินมู่ค่อนข้างโอเวอร์ ได้ลากคำว่า“นี่”ยาวมาก
มู่น่อนน่อนได้จ้องเฉินถิงเซียวด้วยความไม่พอใจแว๊บนึง จากนั้นก็ได้ก้มไปอุ้มเฉินมู่ขึ้นมาแล้วเดินขึ้นไปชั้นบนเลย
“ปากของแม่……”
แขนเล็กๆของเฉินมู่ยังกอดอยู่ที่คอของมู่น่อนน่อน ยังกังวลเรื่องที่ปากของเธอถลอกอยู่
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เจ็บ”มู่น่อนน่อนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
เธออุ้มเฉินมู่ไปห้องนอนที่ก่อนหน้านี้เธอเคยพัก
มู่น่อนน่อนเข้าไปปุ๊บ ก็รีบล็อคประตูทันที
เฉินมู่เห็นมู่น่อนน่อนล็อคประตูแล้ว ได้กระพริบตาปริบๆพร้อมมองเธอด้วยความสงสัย:“ทำไมต้องล็อคประตูด้วยคะ?”
“ถ้าไม่ล็อคประตู เดี๋ยวคนร้ายจะเข้ามาได้ค่ะ”
“คนร้ายอะไรคะ?”
“ก็คนร้ายที่จิตใจไม่ดีไงคะ”
เฉินมู่เอียงศีรษะ หน้าตาเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ อีกทั้งยังได้ขมวดคิ้วและพูดอย่างใสแบ๊ว:“มีพ่อ พ่อหนูเฉินซิงเซียว ตีคนร้าย”
คำนี้ของเธอพูดได้ไม่ค่อยปะติดปะต่อกัน ไม่ได้พูดจบในทีเดียว แต่ตรงกลางได้หยุดสองครั้ง เหมือนกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะพูดออกมายังไง
สมองแล่นอย่างไว แต่ความสามารถในการสื่อออกมายังเชื่องช้าอยู่
นี่เป็นครั้งแรกที่มู่น่อนน่อนได้ยินเฉินมู่พูดคำพูดแบบนี้ เธอค่อนข้างแปลกใจ:“เหรอคะ?พ่อหนูตีคนร้ายเป็นเหรอคะ?”
“อืม……”เฉินมู่เหมือนจะนึกอะไรได้ แต่อยู่ใต้การจับตาดูของมู่น่อนน่อน สุดท้ายก็หาคำพูดเหมาะสมที่จะสื่อออกมาไม่ได้ ก็เลยตอบเสียงหนักไปคำนึงว่า:“อืม!”
เธอกำหมัดไว้ ร่างเล็กๆยืนอยู่ตรงหน้าของมู่น่อนน่อน แหงนหน้าเล็กน้อย ใบหน้าเล็กๆเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
มู่น่อนน่อนถูกเธอหยอกจนขำ ได้ลูบศีรษะเธอ:“ใช่ หนูพูดถูกค่ะ”
จากนั้น เธอได้พาเฉินมู่มาเล่นของเล่นที่ข้างโซฟา
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ ด้านนอกได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ตามมาด้วยเสียงของคนรับใช้:“คุณหนูน้อย ทานข้าวเที่ยงแล้วค่ะ”
มู่น่อนน่อนค่อนข้างประหลาดใจ ไม่ใช่เฉินถิงเซียวเหรอเนี่ย
เธอพูดเสียงสูง:“โอเค มาแล้วค่ะ”
พูดจบ เธอก็จูงมือเฉินมู่มาถึงที่หน้าห้องแล้วเปิดประตู
แต่พอเปิดประตูปุ๊บ คนที่ยืนอยู่หน้าห้องคือคนใช้ที่ไหนกัน คือเฉินถิงเซียวชัดๆ
เมื่อเทียบกับความประหลาดใจที่ปกปิดไม่อยู่ของมู่น่อนน่อน เฉินถิงเซียวดูสงบนิ่งเยอะเลย
“กินข้าว”
ใบหน้าเขาไม่มีสีหน้าที่เห็นได้ชัด น้ำเสียงก็ฟังอารมณ์อะไรไม่ออกเลย
มู่น่อนน่อนหายใจลึกๆทีนึง จากนั้นได้จูงมือเฉินมู่เดินอยู่ที่ข้างหน้า
……
อาหารเที่ยงคือคนรับใช้ที่บ้านเป็นคนจัดเตรียม อุดมสมบูรณ์มาก
มู่น่อนน่อนนึกถึงกับข้าวที่ตัวเองทำให้เฉินถิงเซียวในก่อนหน้านี้แล้วค่อนข้างธรรมดา
ที่โต๊ะอาหาร มู่น่อนน่อนกับเฉินมู่นั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน เฉินถิงเซียวนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของพวกเธอ
ข้างโต๊ะอาหารมีคนใช้เฝ้าอยู่ ทั้งห้องอาหารเงียบจนเข็มตกลงไปบนพื้นยังสามารถได้ยินเลย