ตอนที่ 490
บทที่ 490 ข้อเรียกร้องที่อ้อมค้อม
October 21, 2026
ในมือของเฉินมู่กอดตุ๊กตาเสือน้อยไว้ เธอได้เรียกอย่างมีความสุข:“แม่คะ!”
มู่น่อนน่อนย่อมไม่ใส่สีหน้าให้เฉินมู่อยู่แล้ว เธอยิ้มให้กับเฉินมู่ เฉินมู่ก็ได้หอบเจ้าเสือน้อยไว้แล้วเดินเข้าไปในบ้าน
หลังจากเฉินมู่เข้าไป มู่น่อนน่อนถึงสังเกตเห็นว่าเฉินมู่ยังได้สะพายกระเป๋าเล็กๆมาใบนึงด้วย
กระเป๋าใบเล็กมาก เป็นแค่กระเป๋าใส่ของเล่นใบนึง
เห็นสายตาของมู่น่อนน่อนจ้องอยู่ที่กระเป๋าของเฉินมู่ เฉินถิงเซียวได้ส่งเสียงอธิบาย:“ด้านในใส่ตัวต่อไม้ไว้”
มู่น่อนน่อนฟังแล้วหันมามองเฉินถิงเซียว ก็เห็นเขาได้หิ้วกระเป๋าเข้ามาแล้ว
ได้เดินเข้าไปอย่างหน้าตาเฉย
เฉินมู่คุ้นเคยกับบ้านของมู่น่อนน่อน เธอได้ไปนั่งบนโซฟาอย่างเป็นกันเองมาก เทของเล่นในกระเป๋าใส่บนโซฟาแล้วเริ่มเล่นขึ้นมา
มู่น่อนน่อนมองเธอแว๊บนึง จากนั้นได้ดึงเฉินถิงเซียวออกไปข้างนอก
มาถึงนอกห้อง เธอได้ปล่อยเฉินถิงเซียวแล้วพูด:“เฉินถิงเซียว คุณหยุดได้แล้ว!”
เฉินถิงเซียวทำสีหน้าให้จริงจัง และมองเธออย่างไม่รีบร้อน:“คุณไม่พักที่บ้าน ผมกับมู่มู่มาย้ายมาพักกับคุณที่นี่ มีอะไรไม่ถูกเหรอ?”
“คุณรู้ว่าฉันไม่ได้หมายถึงอันนี้”มู่น่อนน่อนเอามือก่ายหน้าผากอย่างค่อนข้างหงุดหงิด
เฉินถิงเซียวแกล้งเข้าใจความหมายของเธอบิดเบือน
“แล้วคุณหมายถึงอันไหน?”เฉินถิงเซียวถามเธออย่างมีความอดทน น้ำเสียงไม่มีความหงุดหงิดเลยสักนิด
มู่น่อนน่อนขยับริมฝีปากแล้วไม่มีอะไรจะพูด
จู่ๆเฉินถิงเซียวได้เดินมาข้างหน้าครึ่งก้าว หัวรองเท้าของเขาได้ชนกับหัวรองเท้าของเธอ พอก้มหน้าก็จะสามารถเห็นขนตางอนยาวที่เธอหลุบตาไว้
สรุป ระยะห่างของทั้งสองใกล้กันมาก
“ผมคือเฉินถิงเซียว คือเฉินถิงเซียวที่คุณรู้จักเมื่อสามปีก่อน และเป็นพ่อของมู่มู่ ถึงแม้ความทรงจำของผมไม่สมบูรณ์แบบ แต่ผมจำเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนหลังได้ชัดเจน ผมก็ยังเป็นผม คุณกำลังเกรงกลัวอะไรอยู่?”
เสียงของเขาทุ้มต่ำแต่อ่อนโยน แฝงด้วยพลังของการปลอบใจคน
เวลาห่างกันนานเกินไป มู่น่อนน่อนใกล้จะลืมไปแล้วว่าเฉินถิงเซียวก็มีด้านที่อ่อนโยนอยู่เหมือนกัน และใช้วิธีของเขาปลอบเธอด้วยความอดทน
มู่น่อนน่อนถูกเขาพูดแทงใจ ได้สีหน้าเปลี่ยนและปฏิเสธเสียงแข็ง:“ฉันไม่ได้เกรงกลัวอะไรสักหน่อย”
ตอนที่ออกมาจากในเขา เฉินถิงเซียวยังทำหน้าเย็นชาอยู่ จู่ๆตอนนี้เขาก็เปลี่ยนไปเหมือนเมื่อก่อน……
การเปลี่ยนแปลงนี้เร็วเกินไป มู่น่อนน่อนต้องใช้เวลาบรรเทาก่อน
พูดจากอีกด้านนึง ความรู้สึกในใจเธอก็ค่อนข้างซับซ้อน
ก่อนหน้านี้เธอเคยจินตนาการ ไม่ก็หานักสะกดจิตที่สะกดจิตให้เฉินถิงเซียวเจอ ให้ความทรงจำของเฉินถิงเซียวกลายเป็นสมบูรณ์แบบ หรือไม่ก็ให้เฉินถิงเซียวกลับมารักเธอใหม่อีกครั้ง
แต่ว่า จู่ๆเฉินถิงเซียวก็จำอะไรได้บ้างแล้ว
ในความทรงจำที่เขาจำได้นี้ เขามีใจให้มู่น่อนน่อนอยู่
แต่ว่า ตอนนั้นพวกเขายังไม่ได้ประสบเรื่องภายหลังเหล่านั้นด้วยกัน
เขาบอกเขาล้วนรู้หมด แต่เขาไม่มีความทรงจำเหล่านั้น ไม่มีความสมจริงที่ได้ประสบพบเจอมา มู่น่อนน่อนรู้สึกมันก็ยังขาดอะไรนิดหน่อยอยู่
คำที่“ใช่เหรอ”ของเฉินถิงเซียวพูดเป็นคำบรรยาย ดูเหมือนก็ไม่อยากได้คำตอบจากเธอเหมือนกัน
“เฉินซิงเซียว!”
จู่ๆด้านในมีเสียงของเฉินมู่ดังขึ้น
เฉินถิงเซียวยื่นมือลูบศีรษะเธอเบาๆ จากนั้นได้จูงมือของเธอไว้:“เข้าไปเถอะ มู่มู่กำลังหาพวกเราอยู่”
มู่น่อนน่อนอยากขัดขืนออกจากมือของเขาด้วยจิตใต้สำนึก แต่เขาจูงไว้แน่นเกิน ได้กุมมือเธอไว้อย่างกับคีม ขัดขืนยังไงก็ขัดขืนไม่ออกเลย
เธอหันไปมองเขา ก็เห็นสีหน้าเขาไม่มีอะไรผิดปกติเลย
มู่น่อนน่อนหดหู่ แต่เฉินมู่อยู่ในบ้าน จะทะเลาะกับเฉินถิงเซียวก็ไม่ได้
เฉินมู่หิ้วกระเป๋าไว้พร้อมโดดลงมาจากโซฟา แล้ววิ่งมาที่ตรงหน้าเฉินถิงเซียว ขมวดคิ้วพูดว่า:“รถซิ่งของหนูล่ะคะ?”