ตอนที่ 536
บทที่ 536 อย่ามาเล่นลูกไม้หน้าด้านๆ
October 21, 2026
แม้ว่าเธอจะเรียกลี่จิ่วเชียนไป ลี่จิ่วเชียนก็ไม่ได้ส่งเสียงออกมาทันทีเช่นกัน
มู่น่อนน่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรงหน้าแล้วดู แน่ใจว่าโทรศัพท์ยังอยู่ในสถานะโทรอยู่ จึงได้เอาโทรศัพท์มาวางที่ข้างๆใบหูต่อ พลางเอ่ยพูดออกไป “คุณยังอยู่หรือเปล่า?”
ตอนนี้ฉินสุ่ยซานได้เดินเข้ามาพอดี มู่น่อนน่อนมองไปทางเธอแวบนึง แล้วดันเมนูอาหารไปตรงหน้าฉินสุ่ยซาน
จากนั้น ในสายจึงได้มีเสียงลี่จิ่วเชียนดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ขอโทษนะ น่อนน่อน ผมมีธุระนิดหน่อยแค่นี้ก่อนนะ”
“งั้นคุณ...”
ไม่รอให้มู่น่อนน่อนได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป ลี่จิ่วเชียนก็ได้วางสายไปทันที
มู่น่อนน่อนเอาโทรศัพท์ลง มองโทรศัพท์ที่ถูกวางสายไป ตรงระหว่างคิ้วขมวดครุ่นคิดขึ้นมา
ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่าลี่จิ่วเชียนเหมือนกับจงใจวางสายเธอกันนะ?
ปกติแล้วลี่จิ่วเชียนเป็นคนที่ทำอะไรมักจะตระหนักถึงคนอื่นเสมอ ถึงแม้ว่าจะเจอเรื่องอะไร ก็สามารถควบคุมอารมณ์เอาไว้ได้ มีท่าทีสงบนิ่งประหนึ่งไร้คลื่นที่คอยผันผวนอยู่
แต่เมื่อกี้นี้ น้ำเสียงของเขาฟังไปแล้วเหมือนจะผิดปกติอยู่บ้าง
ส่วนผิดปกติที่ตรงไหนนั้น มู่น่อนน่อนเองก็ไม่อาจคาดเดาได้เหมือนกัน
“เฮ้!”
ฉินสุ่ยซานยื่นมือไปโบกที่ตรงหน้ามู่น่อนน่อน มู่น่อนน่อนถึงได้เรียกสติกลับมาในทันที แล้วมองไปทางฉินสุ่ยซาน
มืออีกข้างนึงของฉินสุ่ยซานเท้าอยู่ที่บนโต๊ะอาหาร ตัวเธอได้โน้มเข้ามาข้างหน้า “เธอคิดอะไรอยู่น่ะ? ฉันเรียกเธอหลายครั้งแล้วเธอก็ไม่สนใจฉันเลย”
เมื่อกี้มู่น่อนน่อนกำลังคิดไปอย่างใจจดใจจ่อไปหน่อย จึงไม่ได้สังเกตเห็นว่าฉินสุ่ยซานกำลังเรียกเธออยู่ด้วย
“ไม่ได้มีอะไร” มู่น่อนน่อนหลุบตามองต่ำลง สายตาจรดไปที่บนเมนูอาหารที่อยู่ตรงหน้าฉินสุ่ยซาน แล้วถามเธอออกไป “สั่งอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”
ฉินสุ่ยซานพยักหน้าออกมาเล็กน้อย “สั่งเรียบร้อยแล้ว”
ตอนที่เธอพูดออกมา สายตายังคงอยู่ที่ตัวของมู่น่อนน่อน
ตอนนี้ฉินสุ่ยซานมีความสนใจต่อความสัมพันธ์ของมู่น่อนน่อนกับเฉินถิงเซียว และลูกสาวของเฉินถิงเซียวที่ปรากฏตัวในงานเลี้ยงคนนั้นเป็นพิเศษ
แต่เธอก็เข้าใจดีว่ามู่น่อนน่อนไม่มีทางจะบอกเธอ คิดๆไปแล้วก็จำต้องช่างมันไป
หลังจากนั้นตอนที่กินข้าว มู่น่อนน่อนเอาแต่คิดเรื่องลี่จิ่วเชียนอยู่ตลอด ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่บ้าง
เกี่ยวเนื่องจากคำพูดของเฉินถิงเซียวเมื่อก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นว่าที่ตัวลี่จิ่วเชียนมีจุดที่น่าสงสัยมันเยอะมากเลยจริงๆ เธอต้องไปหาเขาอีกสักหน่อย
กินข้าวเสร็จ มู่น่อนน่อนกับฉินสุ่ยซานได้กลับมาที่สตูดิโอ
ตอนบ่ายที่สตูดิโอไม่มีงานอะไร มู่น่อนน่อนจึงได้กลับออกไปก่อน
ตอนที่เธอออกมา รถคันนั้นที่ตามมาเมื่อเช้ายังตามเธอมาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
คนที่อยู่บนรถคันนั้นเหมือนจะรู้ว่ามู่น่อนน่อนเห็นพวกเขามาตั้งนานแล้ว ก็เลยไม่ได้ตั้งใจจะหลบๆซ่อนๆอีก ตามมาอย่างโจ่งแจ้ง แต่ก็ยังรักษาระยะห่างเอาไว้
มู่น่อนน่อนขับรถมาจอดอยู่ที่ตรงที่สำหรับจอดรถชั่วคราว เอารถไปจอดที่ข้างถนน แล้วผันร่างเดินไปยังรถคันที่ตามเธอมาคันนั้น
เธอเดินเข้าไปที่ตรงหน้ารถ ยื่นมือไปเปิดประตูรถ
เธอลองเปิดดู ปรากฏว่าเปิดไม่ออก...
มู่น่อนน่อนยกเท้าขึ้นไปเตะที่ตัวรถไปทีนึงด้วยความไม่สบอารมณ์ น้ำเสียงเยือกเย็นขึ้นมาเล็กน้อย “เปิดประตู! อย่ามาเล่นลูกไม้หน้าด้านๆ ฉันรู้ว่าเฉินถิงเซียวส่งพวกนายมา”
คนในรถได้ยินอย่างนั้น จึงได้ปลดล็อก แล้วเปิดประตูลงจากรถ
การ์ดรูปร่างสูงใหญ่สองสามคน ยืนเรียงแถวกันอยู่ตรงหน้ามู่น่อนน่อน ยืนกันเป็นเส้นตรงอย่างเป็นระเบียบ จากนั้นก็ส่งเสียงกันออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความนอบน้อม “คุณหญิงน้อย!”
มู่น่อนน่อนจนใจอยู่บ้าง “นับตั้งแต่ตอนนี้ไปพวกนายไม่ต้องตามฉันมาอีกแล้ว ฉันจะไปจัดการเรื่องส่วนตัวสักหน่อย”
แน่นอนว่าการ์ดไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว “แต่ว่าคุณผู้ชายสั่งว่า...”
มู่น่อนน่อนเอ่ยขัดคำพูดของเขาออกมาทันที “ฉันไม่สนว่าเขาจะสั่งมายังไง ไม่ใช่ว่าจะมีคนต้องการจะฆ่าฉันเสียหน่อย ก็แค่นักข่าวไม่กี่คนเท่านั้นเอง ฉันหลบได้หรอก”