ตอนที่ 607
บทที่ 607 ฉันเป็นทางรอดเดียวที่ทำให้เธอมีชีวิตรอดงั้นเหรอ?
October 21, 2026
นี่เป็นครั้งแรก ที่ลี่จิ่วเชียนพูดเรื่องสะกดจิตเฉินถิงเซียวอย่างตรงไปตรงมา
มาถึงตอนนี้แล้ว มู่น่อนน่อนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเฉินถิงเซียวไปล่วงเกินอะไรกับลี่จิ่วเชียน หรือว่าทั้งสองคนเคยมีปากเสียงอะไรกัน
ลี่จิ่วเชียนถูกคนอุปการะมาตั้งแต่เด็ก และเติบโตอยู่ต่างประเทศ ส่วนเฉินถิงเซียวใช้ชีวิตอยู่ในประเทศจนอายุสิบกว่าขวบถึงมาต่างประเทศ พูดกันตามหลักการแล้ว ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนก็แทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันถึงจะถูก
“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย?” มู่น่อนน่อนถามลี่จิ่วเชียนว่าทำไมต้องสะกดจิตเฉินถิงเซียวด้วย
ถ้าลี่จิ่วเชียนไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกับเฉินถิงเซียว เช่นนั้นการที่ลี่จิ่วเชียนทำแบบนี้ ย่อมต้องมีเหตุผลของเขาอย่างแน่นอน
“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว บอกคุณก็คงไม่เป็นไรแล้วแหละ” ลี่จิ่วเชียนแสดงความภาคภูมิใจปรากฏให้เห็นในแววตาอยู่บ้าง “เฉินถิงเซียวได้รับสิ่งของที่เป็นของเขามากเกินควร เขามีสิทธิ์อะไรที่ได้รับความสุขด้วย? ผมแค่อยากเห็นกับตาที่เขาทำลายความสุขที่หามาอย่างยากลำบากด้วยน้ำมือของเขาเอง”
“แต่ไม่คิดเลยว่า คุณจะบาดเจ็บหนักมาก จนหลับไปสามปีถึงฟื้นขึ้นมา หลังจากฟื้นแล้ว ยังสูญเสียความทรงจำอีก!”
น้ำเสียงลี่จิ่วเชียนเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสารและเห็นใจ มู่น่อนน่อนรู้สึกว่า ลักษณะท่าทางของเขาในเวลานี้ราวกับโรคจิตที่สมองเกิดอาการผิดปกติ
กระนั้นมู่น่อนน่อนก็ไม่คิดว่าจะมีเหตุผลแบบนี้ด้วย ที่กระตุ้นให้ลี่จิ่วเชียนสะกดจิตเฉินถิงเซียวได้หนักขนาดนี้
“คุณแค่อยากให้เฉินถิงเซียวลืมฉันเหรอ? แล้วเลิกกับฉันใช่ไหม?”
“คุณสามารถเข้าใจแบบนี้ก็ได้นะ”
ลี่จิ่วเชียนหัวเราะออกมา ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและภาคภูมิใจ
“ซึ่งต่อมา ความทรงจำของฉันกลับคืนมาแล้ว คุณก็จงใจปล่อยให้ฉันกลับไปอยู่ข้างกายเฉินถิงเซียวงั้นเหรอ?”
“แบบนั้นแหละ ผมอยากเห็นภาพที่สุด ก็คือการที่เฉินถิงเซียวอาศัยความสามารถของตนเองในการทำร้ายคนที่ตนเองรักที่สุด จึงได้ให้คุณกลับไปอยู่ข้างกายของเขา แต่ว่า…”
ลี่จิ่วเชียนหยุดอยู่ชั่วครู่ พลางพูดว่า “คุณให้ความสำคัญกับเฉินถิงเซียว เกินกว่าที่ผมคาดการณ์เอาไว้ คุณให้เขาเริ่มฟื้นความจำกลับคืนมาในระยะเวลาอันสั้นขนาดนั้น ซึ่งฝ่าออกจากโลกใบนั้นที่ถูกผมสะกดจิตเขาเอาไว้…”
“คุณบ้าไปหรือเปล่า?” คำถามนี้ของมู่น่อนน่อน ถามด้วยความจริงใจเป็นพิเศษ
เธอรู้สึกว่าลี่จิ่วเชียนป่วยจริงๆ
แถมยังเป็นอาการป่วยทางจิตใจที่หนักเอาการอยู่
เขาแค่เห็นว่าเฉินถิงเซียวอยู่สุขสบายได้ทุกอย่างตามใจปรารถนา จึงจงใจสะกดจิตเฉินถิงเซียว ให้เฉินถิงเซียวลืมมู่น่อนน่อนคนนี้ไปซะ เพื่อทำลายความรักของคนสองคน เพื่อเติมเต็มความคิดอันบิดเบี้ยวของเขา
โดยให้เฉินถิงเซียวลืมมู่น่อนน่อนไปซะ นี่มันสร้างความเสียหายให้เฉินถิงเซียวมากกว่าการบุกไปแทงเขาตรงๆ เสียอีก
การทำงานของลี่จิ่วเชียน โดยการพุ่งเป้ามาที่หัวใจโดยตรงอยู่เสมอ
รอยบาดแผลที่อยู่บนตัว สามารถฟื้นตัวจนปิดสนิท แต่ถ้าหัวใจของคนคนหนึ่งตายไปแล้ว การมีชีวิตอยู่ก็ไม่แตกต่างกับการตายทั้งเป็น
เรื่องนี้เป็นจุดที่น่ากลัวที่สุดของลี่จิ่วเชียนคนนี้
มู่น่อนน่อนแค่รู้สึกว่าร่างกายเย็นเฉียบเล็กน้อย
เธอหน้าชา ร่างกายแข็งทื่อตอนที่มองมาทางลี่จิ่วเชียน
ทันใดนั้นลี่จิ่วเชียนก็ยื่นมือออกมาตบไหล่ของเธอเล็กน้อย “คุณไม่อยากรู้บ้างหรือว่าด้านในมีอะไร? เข้าไปดูกันเถอะ”
หลังจากลงมือทำเรื่องราวมาเยอะแยะเรียบร้อยแล้ว ลี่จิ่วเชียนทำท่าทางราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมทั้งใช้น้ำเสียงพูดคุยแบบตามสบายกับมู่น่อนน่อน
มู่น่อนน่อนแสดงอาการหลีกเลี่ยงราวกับหนีโรคระบาด พลางบ่ายเบี่ยงทันที เพื่อหลบเลี่ยงมือของลี่จิ่วเชียน สีหน้าลี่จิ่วเชียนเคร่งขรึมลงทันควัน
เขาส่งเสียงพึมพำเย็นชาในลำคอ พลันหันตัวเดินเข้าไปทันที
ส่วนมู่น่อนน่อนนั้น กลับถูกลูกน้องของลี่จิ่วเชียนดันตัวให้เดินเข้าไปด้านใน
ตัววิลล่าใช้ระบบการจดจำรูม่านตา อีกด้านหนึ่งสามารถพูดได้อย่างชัดเจน ว่าระบบรักษาความปลอดภัยของตึกหลังนี้มีความปลอดภัยสูงมาก
คนด้านนอกไม่สามารถเข้ามาโดยง่าย คนที่อยู่ภายในก็ไม่สามารถออกไปโดยง่ายเช่นกัน
ยิ่งมุ่งหน้าเดินเข้าไปด้านใน มู่น่อนน่อนก็ค้นพบว่าภายในมีการติดตั้งเทคโนโลยีชั้นสูง
ตัวตนของลี่จิ่วเชียนยิ่งแปรเปลี่ยนจนสับสนขึ้นเรื่อย ๆ
เธอยิ่งมั่นใจมากขึ้น ลี่จิ่วเชียนกับเฉินถิงเซียวต้องมีความเคียดแค้นที่คนอื่นไม่รู้อย่างแน่นอน
ซึ่งความเคียดแค้นนี้ ขนาดตัวเฉินถิงเซียวเองก็ยังไม่ทราบ
มู่น่อนน่อนถูกดันให้เดินเข้ามาด้านใน แต่ว่าหลังจากที่เข้ามาแล้ว ลูกน้องของลี่จิ่วเชียนถึงได้ยอมปล่อยเธอ
มู่น่อนน่อนเองก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเดินผ่านมากี่ประตูแล้ว
ท้ายที่สุด เธอถูกพามายังห้องที่มีเสียงอุปกรณ์ต่างๆ ดังระงมอยู่ทั่วทั้งห้อง