ตอนที่ 625
บทที่ 625 รอความตาย
October 21, 2026
ตามแรงดึงของเฉินจิ่งหยุ้น วิกผมบนศีรษะของเธอก็ถูกดึงออกมา เผยให้เห็นถึงผมเดิมของเธอ
เมื่อก่อน เฉินจิ่งหยุ้นมีผมสวยงามที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี
แต่ว่าเวลานี้ เมื่อเฉินจิ่งหยุ้นขาดวิกผมที่ปกปิดศีรษะแล้ว ก็เผยให้เห็นถึงเส้นผมเบาบางและแห้งบนศีรษะของเธอ และยังมองเห็นแผ่นหนังศีรษะที่กว้างของเธอด้วย
มู่น่อนน่อนเกิดความตกใจ:“เธอ……”
เฉินจิ่งหยุ้นกล่าวสองคำอย่างเรียบนิ่ง:“มะเร็ง”
หลังจากที่เธอกล่าวเบา ๆ เสร็จ ก็ได้สวมวิกกลับเข้าไปใหม่
การกระทำที่ดูช่ำชอง ราวกับว่าเขาคุ้นเคยกับการทำเช่นนี้มานานแล้ว
มู่น่อนน่อนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าวขึ้น :“ทำไมถึงไม่อยู่รักษาที่ต่างประเทศ ปัจจัยการรักษาที่ต่างประเทศดีกว่าตั้งเยอะ”
“มีสุภาษิตคำโบราณกล่าวไว้ว่า 'ใบไม้ย่อมร่วงคืนสู่ราก' เฉินจิ่งหยุ้นเชิดคางขึ้น ความเย่อหยิ่งทะนงที่ฝังอยู่ในกระดูกยังคงไม่ลดน้อยลง: “แม้ว่าฉันจะอยู่ต่างประเทศมานานหลายปี แต่สำหรับฉันนแล้ว นั่นก็ยังเป็นเพียงต่างบ้านต่างเมือง ถ้าหากว่าฉันตายแล้ว ฉันก็อยากจะฝังอยู่ในสถานที่ที่ฉันเกิด”
มู่น่อนน่อนฟังเข้าใจในความหมายของเธอ เฉินจิ่งหยุ้นล้มเลิกที่จะทำการรักษาแล้ว ตอนนี้เธออาศัยอยู่ที่นี่ ก็เพื่อรอความตาย!
คนที่เคยคิดว่าไม่มีใครเทียบตัวเองได้อย่างเฉินจิ่งหยุ้น มีเกียรติยศหน้าตา มีผู้คนที่อิจฉาคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเฉิน กลับมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ที่เรียบง่ายเพื่อรอความตาย
ความรู้สึกมู่น่อนน่อนเกิดความสับสนซับซ้อน
ถ้าหากจะบอกว่าเห็นอกเห็นใจ เธอก็ไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจเฉินจิ่งหยุ้นเป็นพิเศษ
แต่เมื่อคิดย้อนกลับไปดี ๆ เฉินจิ่งหยุ้นก็ไม่เคยทำเรื่องอะไรจนไม่สามารถยกโทษได้จริง ๆ
ถึงแม้เฉินจิ่งหยุ้นจะเคยแยกเธอกับเฉินถิงเซียวสามปี แต่สามปีนั้นเธอก็ยังคงดูแลเฉินมู่เป็นอย่างดี
ถ้าหากว่าเฉินจิ่งหยุ้นโหดร้ายพอ ก็คงจะทำการฆ่าอย่างสิ้นซาก
เฉินจิ่งหยุ้นไม่ได้โหดร้ายขนาดที่ว่าให้อภัยไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นคนจิตใจดี
ถ้ามองจากมุมอื่น เธอเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของเฉินถิงเซียว และก็เป็นป้าแท้ ๆ ของเฉินมู่
ยิ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวที่เหลือไม่มากของเฉินถิงเซียว
“มู่น่อนน่อน เธอรู้ไหมว่าปฏิกิริยาบนใบหน้าของเธอเป็นอย่างไร” คำพูดของเฉินจิ่งหยุ้นดึงความคิดของมู่น่อนน่อนกลับมา
มู่น่อนน่อนยื่นมือออกมาจับใบหน้าของตัวเอง
เฉินจิ่งหยุ้นกล่าวอย่างหยอกล้อ:“บนใบหน้าเขียนคำว่าเห็นอกเห็นใจไว้อย่างชัดเจน!”
มู่น่อนน่อนปฏิเสธอย่างเสียงแข็ง:“ฉันเปล่า”
“อย่างนั้นก็ดี” เฉินจิ่งหยุ้นยิ้มเบา ๆ “ต่อให้ฉันใกล้จะตาย ฉันก็ใช้ชีวิตที่ดีมีเกียร์ติมาทั้งชีวิต ดีกว่าเธอมาก”
มู่น่อนน่อนจ้องมองไปที่เฉินจิ่งหยุ้น มองออกอย่างน่าประหลาดใจถึงเบื้องหลังรอยยิ้มที่ฝืนของเฉินจิ่งหยุ้น
ถ้าหากว่าเฉินจิ่งหยุ้นรู้สึกพอใจกับการใช้ชีวิตที่ดีในชีวิตนี้จริง ๆ ทำไมต้องกลับมาหาเฉินถิงเซียว?
ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่ได้ทำงานที่บริษัทเฉินซื่อแล้ว แต่ก็มีเงินใช้จ่ายอย่างไม่หมด เธอสามารถนำเงินเหล่านั้นมาใช้จ่ายได้อย่างฟุ่มเฟือย
ทุกคนมีสิทธิ์ได้รับการให้อภัย เว้นแต่จะได้ทำความผิดพลาดที่ยกโทษให้ไม่ได้
นี่เฉินจิ่งหยุ้นคงจะ……สำนึกผิดแล้ว
......
เวลานอนตอนกลางคืนนั้น มู่น่อนน่อนนั้นอยากจะนอนเป็นเพื่อนเฉินมู่
แต่ว่าเฉินมู่ยังคงต่อต้านเธอ และยังนอนดึกมากด้วย
มู่น่อนน่อนนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตู จนกระทั่งห้าทุ่ม เฉินมู่ถึงได้นอนลงบนพรมที่อยู่บนพื้น
มู่น่อนน่อนจึงได้เข้าไป แล้วอุ้มเธอขึ้นมาวางบนเตียง จากนั้นค่อย ๆ ห่มผ้าห่มให้เธอเบา ๆ
เธอนั่งอยู่ริมเตียงอยู่สักพัก จากนั้นก็ลงตึกเพื่อไปรินน้ำ
เธอรินน้ำเสร็จแล้วเดินออกจากห้องครัว ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังจากด้านนอก
ดึกขนาดนี้แล้ว ใครกันนะ
มู่น่อนน่อนขมวดคิ้ว ขณะกำลังลังเลว่าจะไปดูดีหรือไม่ ก็ได้ยินเสียงก้าวฝีเท้า
เธอหันกลับไปดู ก็เห็นชายหนวดเคราเดินลงมาจากบนตึก เขาพลางเดินพลางใส่เสื้อผ้า
ตามที่เฉินจิ่งหยุ้นบอก ชายหนวดเคราคนนี้ชื่อฉีเฉิง เป็นบอดี้การ์ด