ตอนที่ 112
บทที่ 342 เธอเป็นของท่านยู่ ต่อให้สวยแค่ไหนก็มองนานไม่ได้
October 31, 2026
ลู่ฮั๋วรู้สึกผิดเล็กน้อย อันที่จริงแล้วเมื่อเร็วๆนี้เขาก็ได้โทรไปหาเซิงเกออยู่หลายครั้ง แต่มันปิดเครื่องอยู่ตลอด
เพราะเหตุนี้ พี่ใหญ่จึงต้องไปตรวจเช็กเรื่องความปลอดภัยของเซิงเกอ
แต่ว่า เพราะจี้ยู่ถิงกำลังจะเข้ารับการผ่าตัด ลู่ฮั๋วก็จึงพูดความจริงไม่ได้ ทำได้เพียงพูดโกหก เพื่อให้เขาสบายใจ
“แม่สาวน้อยเธอไม่ได้เป็นอะไร วันก่อนเธอเพิ่งจะส่งข้อความมาหาฉัน นายทำใจให้สบายแล้วเข้ารับการผ่าตัดซะ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น จัดการเรื่องของจี้หย่งกับหนิงเฉิงเอินก่อน แม่สาวน้อยเธอไม่เป็นอะไรหรอก”
จี้ยู่ถิงยังคงจับแขนของเขาไว้ไม่ปล่อย“เซิงเซิงส่งข้อความให้คุณเหรอ ? เธอส่งมาว่ายังไง ?”
“เอ่อคือ……”
ลู่ฮั๋วตะลึง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง“เธอบอกว่าทุกอย่างที่นั่นเรียบร้อยดี ให้เราไม่ต้องเป็นกังวล แล้วก็……ถามถึงอาการของนาย แต่ว่า หากการมองเห็นของนายกลับมาเป็นปรกติ ก็จะสามารถดูข้อความที่เธอส่งมาได้เอง ไม่ดีเหรอ ?”
จี้ยู่ถิงไม่พูดอะไรต่อ คิ้วที่ได้รูปขมวดกันแน่น
หัวใจดวงนี้ ยังคงกระสับกระส่ายอยู่
ลู่ฮั๋วใช้จังหวะที่เขาคลายมือออกเล็กน้อย รีบแกะมือของเขาออกจากแขนตัวเองในทันที แล้วให้นางพยาบาลเข็นเตียงเขาเข้าไป
หลังจากที่จี้ยู่ถิงเข้าไปแล้ว ลู่ฮั๋วก็นั่งรออยู่ที่โถงทางเดิน
เขาเงยหน้าขึ้น จับจ้องมองไปยังไฟสีแดงของห้องผ่าตัดอย่างไม่ละสายตา และกำลังคิดถึงเรื่องของเซิงเกออยู่เช่นกัน
ผ่านไปเจ็ดวันแล้ว แม่สาวน้อยเคยบอก ไม่เกินครึ่งเดือนจะกลับมาพร้อมกับยาต้านซุปเปอร์ไวรัสเธอจะต้องไม่เป็นอะไร!
……
มีลู่โม่เป็นคนทำการผ่าตัดด้วยตัวเอง การผ่าตัดจึงเป็นไปด้วยความราบรื่น
ใช้เวลาไปกว่าสามชั่วโมงก็จึงแล้วเสร็จ
ฤทธิ์ยาสลบของจี้ยู่ถิงยังไม่หมด ถูกย้ายไปยังห้องพักฟื้นคนไข้
ลู่ฮั๋วเดินตาม และเฝ้าจี้ยู่ถิงอยู่แบบนั้นหนึ่งวันเต็ม เขายังคงไม่ฟื้นขึ้นมา ระหว่างนั้นก็มีโจวเสี่ยวฉิงมาคอยส่งอาหารให้อยู่ถึงสองครั้ง
ลู่ฮั๋วรู้สึกมีบางอย่างผิดปกติ จึงตามตัวลู่โม่มา“ พี่รอง คนปกติเวลาวางยาสลบ จะนอนนานขนาดนี้เลยเหรอ ?”
ลู่โม่สวมใส่หน้ากาก ในขณะที่บันทึกข้อมูลเครื่องติดตามสัญญาณชีพของจี้ยู่ถิง ก็ตอบกลับแบบไม่ได้ใส่ใจมากนัก“นายบอกว่าคนปกติ ร่างกายของจี้ยู่ถิงมีไวรัส อย่างเขาเรียกคนปกติหรือเปล่า ?”
“……”
ลู่ฮั๋วเงียบ เหลือบมองไปยังจี้ยู่ถิงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง พูดเสียงเบา“พี่ ทำไมฉันรู้สึกเหมือนพี่กำลังด่าเขาเลย?”
ลู่โม่ไม่ตอบ บันทึกข้อมูลเสร็จก็ปิดประตูแล้วจากไป
ลู่ฮั๋วส่ายหัวอย่างจนใจ แอบเห็นอกเห็นใจน้องเขยในอนาคตอย่างจี้ยู่ถิง
พี่ใหญ่ของเขาดูเหมือนจะเป็นคนอารมณ์ร้าย แตะต้องไม่ได้ แต่แท้จริงแล้วเป็นคนที่พูดง่ายมาก
ตรงกันข้าม พี่รองเป็นคนพูดน้อย ดูเหมือนคนที่ไม่สนใจอะไร อันที่จริงแล้วเจ้าคิดเจ้าแค้น และหน้าเนื้อใจเสือที่สุด
อนาคตหากจี้ยู่ถิงจะแต่งงานกับแม่สาวน้อยจริงๆ ด่านของลู่โม่ คาดว่าน่าจะผ่านไปได้ยากที่สุด
สองวันต่อมา ที่ ประเทศUA
ในตอนบ่าย หนิงเฉิงซู่ได้ให้คนส่งชุดราตรีมากว่าสิบชุดจากช่างตัดเย็บฝีมือดี เพื่อให้เซิงเกอได้เลือกสรร
เพียงแวบแรกเซิงเกอก็ถูกใจกับชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนที่ผ้าพลิ้วไสว เข้าชุดกับผ้าคลุมไหล่ผืนเล็กเสีขาว ราวกับมีกลิ่นอายของพ่อมดมหัศจรรย์แห่งเมืองออซ
ซื่อเหนียนยืนรอที่ห้องรับแขก เห็นเซิงเกอที่แต่งหน้าแต่งตาเรียบร้อย สวมใส่ชุดเดรสเดินลงมา ทำเอาเขาถึงกับอึ้งจนตาค้าง และเกือบจะลืมหายใจไปชั่วขณะ
เขาก้มหน้าลงในทันที ปลุกสติตัวเองอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า
คุณเซิงเกอเป็นของบอส!ของบอสเท่านั้น!
สวยแค่ไหน ก็ห้ามมองนาน!
เซิงเกอสังเกตเห็นเขาเหลือบมองเพียงแค่แวบเดียว ก็ละสายตาออก หลุบตาก้มมองดูเครื่องแต่งกายของตัวเอง“เป็นอะไร ? ไม่สวยเหรอ?”
“เปล่าครับ……สวยครับ”
ใบหูของซื่อเหนียนแดงเรื่อเล็กน้อย กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง และสังเกตเห็นสีของชุดเดรสในทันที พูดเสียงเบา“แต่ว่า สีนี้ มันจะดูเกินไปไหมครับ?”
บนโลกนี้ มีผู้ชายเพียงไม่กี่คนหรอกที่จะชอบสีเขียว หากหนิงเฉิงซู่รู้ความจริง และมองดูเสื้อผ้าชุดนี้ จะคิดไหมว่ากำลังจงใจยั่วยุเขาอยู่?
“เขาจะชอบหรือเปล่าไม่สำคัญ ฉันชอบก็พอ ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องเล่าหมวกสีเขียวอะไรนั้น มันอยู่ที่การกระทำของคนมากกว่า”
ก๊อกก๊อก