ตอนที่ 122
ตอนที่ 122 ฝ่ายตรงข้ามต้องการให้ชดใช้เท่าไหร่
September 21, 2026
ซูเหอเวิ่นขนลุกซู่!
ลองคิดดูสิ ผู้หญิงคนหนึ่งแอบเข้าห้องตอนกลางคืน แล้วทำท่าจะกรีดคอของเขา...
ซูเหอเวิ่นตัวสั่นเทา
“โรคจิตชัด ๆ” ซูเหอเวิ่นอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา
ผีผู้หญิงหัวเราะอย่างไม่แยแส
ทันใดนั้นซู่เป่าก็นึกบางอย่างขึ้นได้ “ใช่สิ แล้วทำไมเธอถึงตามพ่อฉันกลับมาล่ะ”
เรือสำราญแล่นอยู่กลางมหาสมุทร ผีผู้หญิงก็ตายบนดาดฟ้า ตามหลักเหตุผลแล้วต้องกลับมาไม่ได้สิ
ผีผู้หญิงชักสีหน้าไปทางมู่กุยฝาน
มู่กุยฝานไม่รอให้เธอพูด ก็เอ่ยเสียงอ่อย “ตอนนั้นพ่อไปปฏิบัติภารกิจที่ทะเล เลยได้ขึ้นเรือสำราญลำนั้นพอดี น่าจะตามมาจากตอนนั้น”
ผีผู้หญิงจ้องเขม็งไปยังมู่กุยฝาน หัวเราะเหอะ ๆ ในลำคอ มุมปากปรากฏรอยยิ้มสุดประหลาด
“แกมันหลอกลวง” ผีผู้หญิงพูดต่อ “แกกลัวลูกจะเกลียดแก กลัวแกเหรอ... หึ ๆ ๆ”
“เจ้าเด็กน้อย ฉันจะบอกอะไรให้ พ่อของเธอฆ่าคนบริสุทธิ์บนเรือสำราญ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งรุ่นราวคราวเดียวกับเธอหมอบลงในรถของเขา...ถูกเขาใช้ปืน...ปั๊ง!”
ผีผู้หญิงอุ้มหัวของตัวเอง แล้วทำท่าเอาปืนจ่อหัว
“น่าสงสารสุด ๆ เลยอะ”
“แค่เด็กน้อยคนหนึ่ง จะไปทำอะไรผิดได้”
“แต่เขาก็ยังลงมือได้ลง พ่อของเธอมันเป็นปีศาจ! ฮ่า ๆ ๆ !”
“ไม่อย่างนั้นฉันก็ยังไม่รู้หรอกว่าพ่อของเธอก็คือไอชายหน้าอ่อนคนนั้นที่มันตัดหัวฉัน...”
ดังนั้นเธอก็เลยตามเขากลับมา
เดิมทีเธอก็ไม่สามารถเดินทางข้ามมหาสมุทรมาได้ แต่ว่าเธอได้กลืนกินวิญญาณที่ตายอย่างอนาจของเด็กคนนั้นก็เลยได้กลับมา
ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณมู่กุยฝาน
ผีผู้หญิงอุ้มหัวของตัวเอง แล้วค่อย ๆ หันกลับมา ลูกตากลม ๆ จ้องมาทางมู่กุยฝาน
ซึ่งหันมาตรงกับทิศทางของกล้องบันทึกวิดีโอพอดี ซูเหอเวิ่นตกใจดวงตาที่จ้องเขม็งของเธอจนตัวแข็งทื่อ
ชั่วพริบตา ผีผู้หญิงก็กรีดร้องเสียงแหลม กลายร่างเป็นไอพิฆาตสีดำ แล้วถูกดูดเข้าไปในน้ำเต้าวิญญาณ!
ซู่เป่าชูมือน้อย ๆ ขึ้น มองน้ำเต้าวิญญาณ และเชือกแดงบนแขนอย่างเงียบ ๆ
สีหน้าของเธอไม่ปรากฏอารมณ์อะไรทั้งสิ้น นิ่งเงียบจนน่าใจหาย
“ซู่เป่า” มู่กุยฝานรีบเดินไปหา
ซู่เป่าราวกับตกอยู่ในภวังค์ของอารมณ์แห่งความสูญเสีย และหดหู่ มองไปยังมู่กุยฝานด้วยสายตาว่างเปล่า
มู่กุยฝานรู้สึกใจดิ่งลง เม้มริมฝีปาก “ซู่เป่า พ่ออธิบายได้”
เจ้าเด็กนี่คงเข้าใจเขาผิดไปแล้วละมั้ง
คงกลัวเขา...และหลังจากนี้จะไม่ยอมอยู่ใกล้เขาอีกแล้ว
เสี้ยววิต่อมา ก็เห็นซู่เป่าหลับตา แล้วล้มตัวลงบนอกของจี้ฉาง
มู่กุยฝานก้าวมาข้างหน้า รับเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะล้มลง!
พอไม่ใช้เครื่องบันทึกวิดีโอ มู่กุยฝานก็มองไม่เห็นจี้ฉางแล้ว เขายื่นมือมาอุ้มซู่เป่าขึ้นแล้วเดินจากไป
ด้านจี้ฉางเห็นเพียงฝ่ามือขนาดใหญ่พัดเข้ามา แล้วเจ้าก้อนแป้งที่อยู่ในอ้อมแขนเขาก็หายไป
จี้ฉาง“……” มีมารยาทไหมเนี่ย
ผีในบ้านถูกจับจนหมดเกลี้ยง ครั้งนี้ซูเหอเวิ่นสามารถวางใจได้จริง ๆ แล้ว เมื่อกี้ทำเอาเกือบเป็นโรคประสาท ตอนนี้ทั้งเหนื่อยทั้งง่วง ขาก็รู้สึกอ่อนแรง
ซูอี้เซินที่เพิ่งจะถึงบ้านถือกล่องยาเข้ามา ก็เห็นมู่กุยฝานอุ้มซู่เป่าออกไปด้านนอก
“?”
“รอด้วย...”
ซูอีเฉินปราม “ไม่ต้องตามมาแล้ว ซู่เป่าไม่เป็นไร”
เขามองเห็นอาจารย์ของเจ้าตัวเล็กในกล้องถ่ายวีดิโอ
ดูท่าทีก็ดีกับซู่เป่าจริง ๆ คงไม่ให้ซู่เป่าเป็นอะไรแน่นอน
ซูเหอเวิ่นขยี้ตาด้วยความง่วงเต็มประดา “อาเล็ก ทำไมอาช้าขนาดนี้ล่ะ...”
“มีเคสฉุกเฉินกลางดึก ฉันเพิ่งจะออกไปได้ครึ่งทางก็รับสายโทรศัพท์ของพี่ใหญ่”
มาเร็วที่สุดแล้ว คนไข้เคสนี้ก็ถูกโยนไปให้ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์
ขับเร็วจนแทบจะบิน ล้อรถนี่ถึงขนาดเป็นประกายไฟ
แต่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย
ซูอี้เซิน“ตกลงเกิดอะไรขึ้น”
ซูอีเฉินตบบ่าของซูอี้เซิน แล้วเดินจากไป
ซูเหอเวิ่นก็ถือกล้องถ่ายวิดีโอเดินตามหลังไปติด ๆ แล้วก็ตบซูอี้เซินที่...แขน (ก็เหอเวิ่นตบบ่าไม่ถึง)
แค่ชั่วพริบตาในห้องก็เหลือเพียงแต่หานหานที่หลับเอาเป็นเอาตาย
บนพื้นก็ยังมีสาวใช้คนหนึ่งนอนหมดสติอยู่
ไม่นานอาเนี่ยก็เข้ามาแล้วลากสาวใช้ออกไป
ซูอี้เซิน“???”