ตอนที่ 1492
ตอนที่ 1492 เห็นแก่ประโยชย์ส่วนตนขั้นสุด
September 21, 2026
แม้ว่าจิ่งจั้นจะตายไปแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง เย็นเยือกไปทั้งตัว
ประโยคนั้นยังดังก้องอยู่ในหู: เจ้ามีค่าพอไหม... เจ้ามีค่าพอไหม...
เขาอยากจะเถียง แต่ก็เถียงไม่ออก
จำนวนประชากรมหาศาล ชะตากรรมของสิ่งมีชีวิตหลายร้อยล้านชีวิต
ถ้าเป็นเขา เขาก็จะไม่แก้ไขระบบชะตากรรมทั้งสามชาติภพทั้งระบบเพราะคนที่ไม่สำคัญคนหนึ่งหรอก
เมื่อยอมรับความจริงข้อนี้แล้ว จิ่งจั้นก็พบว่าสิ่งที่เขาคิดว่าคือการฝืนชะตาฟ้าลิขิต ที่เขาคิดว่ามีคนแบบเขาไม่ถึงห้าคนในโลกใบนี้... ที่เขาคิดว่าเขาแตกต่างจากคนอื่นๆ ก็เป็นเพียงสิ่งที่เขาคิดไปเองเท่านั้น
เขาไม่ได้ต่างอะไรจากคนอื่น!
เขาก็เป็นเพียงหนึ่งในบรรดาหลายร้อยล้านชีวิตที่ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร
ความเชื่อของจิ่งจั้นพังทลายลงในชั่วขณะนั้น
เขาเดินโซเซถอยหลังไปสองสามก้าว สีหน้าซีดเซียว “เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง...”
เขาคิดว่าเขาเป็นพระเอกนิยาย แต่ที่จริงก็แค่ตัวประกอบที่เดินผ่านไปผ่านมาเท่านั้น
ซู่เป่าพลิกดูสมุดบันทึกที่ส่องประกายแสงสีทองแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เมื่อเข้าใจจุดนี้แล้ว งั้นก็มาพูดถึงเรื่องที่เจ้าบอกว่าปฏิบัติตามกฎหมายกันหน่อย”
“จิ่งจั้น เมื่อก่อนตอนที่เจ้าอายุเพียงเจ็ดแปดขวบหรือสิบขวบ เจ้าก็มีเงินมากมายจนใช้ไม่หมดแล้ว”
“ดูเหมือนมีกันแค่สองพี่น้อง ต้องแต่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ สองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น”
“แต่เจ้าไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่มีภูมิหลังไม่มีที่พึ่ง และก็ไม่ได้ทำธุรกิจ ไม่ได้ทำงาน... แล้วเจ้าไปเอาเงินหลายล้าน หลายสิบล้านมาจากไหน”
ตอนนั้นเมื่อตอนที่จิ่งจั้นมาขอซื้อน้ำในสระน้ำเยือกเย็นกับซู่เป่า เขาเอ่ยปากมาก็เริ่มต้นที่หนึ่งล้านขึ้นไปแล้ว
เด็กที่ไม่มีที่พึ่งและไม่มีรายได้ ไปเอาเงินล้านมาจากไหน?
จิ่งจั้นเผยอปาก “ฉัน...”
ซู่เป่าช่วยพูดแทนเขาว่า “เจ้าไปขโมยเงินของคนอื่นมาใช่ไหมล่ะ”
จิ่งจั้นขมวดคิ้ว “เธอพูดแบบนั้นก็น่าเกลียดเกิน ฉันเอาแต่เงินที่พวกข้าราชการทุจริตพวกนั้นไม่ควรรับ เงินที่คนรวยพวกนั้นได้มาโดยไม่สุจริต อย่างมากก็แค่ปล้นรวยไปช่วยคนจน”
เขาแค่เอาเงินที่คนอื่นไม่ควรเอาไป จะบอกว่าขโมยได้ยังไง?
นี่มันคือสิ่งที่พวกเขาสมควรโดนไม่ใช่เหรอ?
ซู่เป่าหัวเราะ “ใช่เหรอ? เจ้าไม่คิดว่าเจ้าทำผิดจริงๆ เหรอ?”
จิ่งจั้นยืนหยัดแน่วแน่ “ฉันไม่ผิด! และอีกอย่างเวลาว่างฉันก็ไปช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายและแก้ปัญหาทุกข์ใจให้คนอื่น หาเงินเอง!”
ซู่เป่าหัวเราะเยาะ “งั้นข้าจะยกตัวอย่างง่ายๆ นะ ข้าราชการทุจริตเมืองเมืองหนึ่ง นามสมมุติหลี่ รับสินบนจำนวนมาก เงินที่ได้รับมาถูกซ่อนไว้ในกําแพงบ้านและใต้ที่นอน”
“หน่วยปฏิบัติการพิเศษมีหลักฐานแน่นหนา จึงบุกไปจับเขาที่บ้านในตอนกลางคืน เตรียมตัวจะจับให้ได้พร้อมของกลาง ปิดคดี”
“แต่เพราะเจ้าแอบเอาเงินเหล่านี้ไป หน่วยปฏิบัติพิเศษจึงคว้าน้ำเหลว ถึงจะเชื่อได้ยาก แต่ต้องปล่อยข้าราชการทุจริตคนนั้นไปเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ”
จิ่งจั้นขัดจังหวะเธอ “นั่นมันไม่ใช่ความผิดของฉันสักหน่อย... อีกอย่างข้าราชการที่ทุจริตคนนั้นก็เลิกทุจริตลงเพราะเหตุนี้ ก็เท่ากับฉันได้ทำความดีไม่ใช่เหรอ”
ซู่เป่า “ใช่เหรอ? ข้าราชการทุจริตคนนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปโดยไม่ได้รับการลงโทษตามที่สมควรได้รับ”
“เปลี่ยนจากมัธยัสถ์เป็นฟุ่มเฟือยนั้นง่าย แต่เปลี่ยนจากฟุ่มเฟือยเป็นมัธยัสถ์นั้นเป็นเรื่องยาก เขาไม่ได้เลิกทุจริตเพราะเหตุนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าเพราะสูญเสียเงินจำนวนมาก เลยทุจริตมากกว่าเดิมและแนบเนียนมากขึ้น”
“เจ้าช่วยเหลือคนชั่วให้ทำสิ่งชั่วร้ายโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้คนนับไม่ถ้วนที่ควรจะได้รับผลตอบแทนจากความพยายามของตัวเองต้องเสียแรงเปล่า ทำให้คนนับไม่ถ้วนได้รับความอยุติธรรมหรือกระทั่งต้องมาตายเพราะเหตุนี้
แล้วเจ้ากลับยังรู้สึกว่าตัวเองเหมือนวีรบุรุษในสมัยโบราณที่ปล้นรวยไปช่วยคนจนอีก?!”
จิ่งจั้นพูดไม่ออก