ตอนที่ 1529
ตอนที่ 1529 ตื่นมา
September 21, 2026
ซู่เป่าตกสู่การหลับใหล ไม่มีใครตอบได้ว่าเธอจะตื่นมาเมื่อไร
และก่อนที่เธอจะตื่น ฟ้าดินเพิ่งถือดำเนิด วิถีใหม่แผ่ซ่าน ยมโลกมีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการในทันที
“พวกท่านไปอย่างสบายใจเถอะ ผมจะคุ้มครองเธอให้ดีเอง” ซืออี้หรันสีหน้าจริงจัง และนั่งตัวตรง
มู่กุยฝานตบไปที่บ่าของเขา ออกแรงกดเล็กน้อย สีหน้ายิ้มปลอม “นายนี่...ไม่เลวเลย!”
ซืออี้หรับราวกับไม่กระทบสิ่งใด เขาพยักหน้าอย่างจริงจัง “อื้ม ขอบคุณที่ชมครับคุณลุงมู่”
มู่กุยฝาน “......”
พระแม่ธรณีนั่งยองอยู่ด้านนอก ทำไมถึงนั่งยองๆ ล่ะ
เพราะเธอกำลังมองจักรพรรดิตงเยวี่ย
เสี่ยวสวินสวินวิ่งไปวิ่งมาอยู่ด้านนอกด้วยความตื่นตา
“ว้าว ผีเสื้อตัวใหญ่มาก ใหญ่ยิ่งกว่ากระทะของคุณย่าอีก”
“ว้าว...ผลไม้ เสี่ยวสวินสวินอยากกินผลไม้”
เหยาหลิงเยวี่ยลุกขึ้นนั่งด้วยความมึนงง มองดูลูกชายตัวน้อยที่วิ่งไปวิ่งมาอยู่ด้านนอก เธอคิดว่าเธอกลับไปในโลกมนุษย์ซะอีก
แต่ทำไมลูกชายตัวน้อยถึงกลายเป็นลูกชายตัวโตได้ล่ะ
“สองขวบ...สามขวบ...สี่ขวบ...”
เดี๋ยวนะ ตอนนี้ลูกชายของเธออายุเท่าไรกัน
**
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป
จักรพรรดิมู่กลับมาจากยมโลก เพื่อตรวจดูอาการของซู่เป่า
เขาลูบหัวของเธอ พร้อมเอ่ยเสียงต่ำ “ทำไมยังไม่ตื่นอีก ยัยเด็กขี้เซา”
สองอาทิตย์ต่อมา มู่กุยฝานกลับมาจากแดนมนุษย์ พร้อมข้าวของมากมาย
“ปีนี้หนูไม่ได้กลับไปอีกแล้ว กับข้าวที่คุณยายทำมาฝากน่ะ”
รอบนี้ซูจิ่นอวี้มากับเขาด้วย เธอหยิบกับข้าวออกมาพร้อมเอ่ย “เป็นของที่ลูกชอบกินหมดเลย ยัยแมวตะกละ ได้กลิ่นแล้วทำไมยังไม่ตื่นมาอีก”
สามอาทิตย์ต่อมา...
ณ แดนมนุษย์ นายหญิงซูเดินอยู่ในสวนดอกไม้ และมองไปทางด้านนอกเป็นระยะ
“ซู่เป่ายังไม่ตื่นอีกเหรอ...ไม่เป็นไร ค่อยๆ นะ ยายก็จะใจเย็นๆ เช่นกัน...”
ซู่เป่าสลบไปสี่อาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลาสี่ปีของโลกมนุษย์
ทำฝืนทำให้ตนเองหยุดลง
รอบด้านเงียบสงัด เหล่ามู่กุยฝานและซือต่างออกไปพอดี
ซู่เป่าลืมตาขึ้นมาฉับพลัน วินาทีนั้น ขุนเผิงที่อยู่ห่างเธอไม่รู้กี่ล้านลี้ส่งเสียงคำรามเดือดดาล
ชั่วพริบตาที่ลืมตาขึ้น ราวกับทั้งฟ้ากิน อวกาศ ดวงดาวและสรรพสิ่ง...ต่างอยู่ในสายตาของเธอ
“ซู่เป่า” เหยาหลิงเยว่ถือของเข้ามา ความดีใจตกใส่หัว เธอโยนหม้อในมือทิ้งดังเคร้ง
“ซู่เป่า ซู่เป่า ซู่เป่า!” เหยาหลิงเยว่ตื่นเต้นอย่างอดไม่ได้ อุ้มซู่เป่าขึ้นมาหมุนวนรอบหนึ่ง
“ป้าสะใภ้ใหญ่” ซู่เป่าทำตัวไม่ถูก “ปล่อยหนูลงมาก่อน”
เหล่าเหยาจี๋เสียงเองก็เดินตามเข้ามา มองไปที่หม้อเหล็กใบใหญ่บนพื้นอย่างปวดใจ
ในหม้อมี ‘ห่าน’ อยู่ตัวหนึ่ง พวกเขาเตรียมจะตุ๋นห่านอยู่แล้ว
เด็กวัยหกขวบคนหนึ่งวิ่งเข้ามา และทำสีหน้าเจ็บปวดหัวใจ
“ฮรือๆ ๆ ห่านตุ๋นของผม”
เขารีบเก็บหม้อขึ้นมา ส่วนเหล่าเหยาจี๋เสียงเก็บขิงต้นหอมผักชีและห่านกันอย่างวุ่นวาย
“แม่ ทำไมโยนหม้อทิ้งล่ะครับ...”
เขาเงยหน้า เมื่อเห็นซู่เป่าเขาก็ชะงักอยู่กับที่ทันที
“พี่...สาว?” เขามองอย่างไม่อยากจะเชื่อ หม้อที่เพิ่งเก็บขึ้นมาเมื่อกี้ตกดังเคร้งอีกครั้ง
เหยาจี๋เสียง “......”