ตอนที่ 1637
ตอนที่ 1637 ชาติหน้าฉันจะเป็นคนดีแน่นอน
September 21, 2026
"หลังจากที่ฉันตายแล้ว ฉันก็ยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ดี"
"ฉันเป็นลูกคนแรกที่เกิดมาในครอบครัว และยังเป็นผู้ชาย...เพราะงั้นตลอดมา ฉันเลยเป็นคนที่พ่อแม่รักและเอ็นดูมากที่สุด"
"ถึงแม้ว่าฉันจะเดินทางผิดไปแล้ว..." ผีพนันพูดไปพูดมาก็เริ่มรู้สึกละอายและรู้ตัวว่าผิด แต่ก็ยังกัดฟันพูดต่อไปว่า
"ถึงแม้ว่าฉันจะเดินทางผิดไปแล้ว แต่ในฐานะคนในครอบครัว พวกเขาก็น่าจะพยายามทุกวิถีทางที่จะดึงฉันขึ้นมาไม่ใช่หรือไง? ถ้าฉันไม่ได้เป็นหนี้เยอะขนาดนั้นจนไม่สามารถชดใช้ได้ ฉันจะจมดิ่งไปแบบนั้นเหรอ?"
"ถ้าพวกเขาอยากดึงฉันขึ้นมาจริงๆ ก็ควรจะร่วมมือกันทั้งหมดเหมือนตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก ทุกคนช่วยกันรวบรวมเงินและดึงฉันขึ้นจากความลำบากไปด้วยกันสิ…"
“อีกอย่าง น้องสาวคนรองก็กลับมาอย่างปลอดภัยแล้วไม่ใช่เหรอ รวมถึงหลานชายของฉันก็ไม่ได้เป็นอะไร และถูกพากลับมาได้ไม่ใช่หรือไง?”
สรุปแล้วสุดท้ายไม่มีใครสูญเสียอะไรเลย นอกจากเขาที่ต้องเสียชีวิต
ทุกครั้งที่ผีพนันนึกถึงตอนที่ถูกตัดมือทั้งสองข้าง ถูกมัดไว้ในห้อง และต้องทนดูตัวเองค่อยๆ เสียเลือดจนหมด แถมยังหิวกระหายน้ำโดยไม่มีใครมาช่วย เขาก็จะรู้สึกทั้งโกรธแค้นและน้อยใจ
“พวกเขาไม่เป็นอะไร แต่ฉันกลับถูกตีจนตาย...”
ผีพนันรู้สึกวิตกกังวลและหวาดกลัวตลอดหลายปีที่ติดการพนัน แต่พอโดนตัดมือทั้งสองข้างกลับรู้สึกโล่งใจ เพราะคิดว่าอย่างน้อยจากนี้ไปเขาคงไม่ต้องเล่นการพนันอีกแล้ว
แต่ครอบครัวของเขากลับไม่ให้โอกาสเขาเลย
ไม่มีการถามไถ่เลยด้วยซ้ำ
เขาถูกขังอยู่สองสามวัน ดิ้นรนเหมือนปลาที่ถูกโยนขึ้นฝั่ง พอเห็นน้องสาวคนรองกลับมาถึงกล้าตะโกนขอข้าวขอน้ำกิน
แล้วทำไมพวกเขายังต้องตีเขาจนตาย?
ทำไมถึงไม่สนใจเขา?
ทำไมตลอดหลายปีนี้ พวกเขาถึงได้พูดว่า 'อย่าไปสนใจพี่แกเลย' 'ปล่อยเขาไปเถอะ' แล้วทำไมถึงไม่รวมเงินกันช่วยใช้หนี้การพนันทั้งหมดให้เขา ให้เขาหลุดพ้นจากวงจรนี้ได้สักที?
ซู่เป่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เพราะอย่างนี้สินะ ความไม่พอใจและความโกรธแค้นของนายถึงได้กลายเป็นสิ่งยึดติด จนทำให้กลายเป็นผีร้าย"
ผีพนัน “แล้วทำไมจะไม่ได้ล่ะ...”
ซู่เป่าหัวเราะเบาๆ พร้อมกับถามกลับไปว่า “คนในครอบครัวของนายไม่เคยช่วยเหลือนายเลยจริงๆ งั้นเหรอ? แม้แต่ครั้งเดียวก็ไม่เคยเหรอ?”
ผีพนันพยายามจะตอบโต้ แต่ซู่เป่าแค่โบกมือเบาๆ เขาก็เงียบลงในทันที
เห็นแค่ภาพตรงหน้าที่เหมือนกับภาพลวงตาปรากฏอยู่ ในครั้งแรกที่ครอบครัวรู้ว่าเขาติดพนัน พ่อแม่ของเขาได้รวบรวมเงินทั้งหมดที่มีแล้วทยอยใช้หนี้คืนให้กับญาติ เพื่อน และเพื่อนร่วมงานที่เขายืมเงินไป
แม้กระทั่งหนี้เงินกู้ทางอินเทอร์เน็ต พวกเขาก็ยอมรับและรวบรวมเงินจากทุกที่เพื่อชดใช้หนี้เกือบสองล้านบาท ทั้งครอบครัวเลยกลับมาตกอยู่ในสภาพยากจนอีกครั้ง
หาวเสวียเจี้ยนร้องไห้น้ำมูกไหล บอกว่าจะกลับตัวกลับใจและไม่ทำผิดซ้ำอีก
แต่ยังไม่ถึงครึ่งเดือน เขาก็โทรกลับไปขอยืมเงินที่บ้านอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่าบริษัทเดิมไม่ต้องการเขาแล้ว และเขาต้องหางานใหม่ซึ่งทำให้มีช่วงเวลาว่างงาน ไม่มีรายได้เข้ามา
คนในครอบครัวไม่ได้สงสัยอะไรและให้เงินไป
อีกหนึ่งเดือนต่อมา หาวเสวียเจี้ยนก็หาข้ออ้างอีกครั้ง โดยบอกว่าบริษัทใหม่ที่เขาไปทำงานนั้นหลอกลวงเขา ต้องทำงานก่อนหนึ่งเดือนโดยยังไม่ได้รับเงินเดือน…
คนครอบครัวก็ให้เงินเขาอีกครั้ง
เขาทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา จนในที่สุดครอบครัวก็ผิดหวังและพบว่าเขากลับไปติดการพนันอีกครั้ง และครั้งนี้หนักกว่าเดิมจนเป็นหนี้เงินกู้นอกระบบ