ตอนที่ 1639
ตอนที่ 1639 ตายไปแล้วยังไม่สำนึก
September 21, 2026
ฟ้ามืดครึ้ม
มีเงาคนแอบเข้ามาในร้านอินเทอร์เน็ต แล้วเลือกคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในมุมๆ หนึ่ง
เมิ่งหมิงเยว่ไม่รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้ตาของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนตาแดงไปหมด
แม้ในใจเธอจะพยายามห้ามตัวเองอยู่ บอกตัวเองว่าจะเล่นพนันแค่ครั้งเดียว ถ้าครั้งนี้ยังแพ้อีก เธอจะไม่เล่นอีกแล้ว
แต่ตัวเธอเองกลับไม่รู้เลยว่า หลังจากที่อดทนไม่เล่นมาหลายวัน มันก็เหมือนกับคนที่อดกินเนื้อมานานจนแทบคลั่ง พอเห็นขาหมูแดงเธอก็แทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้จนถึงขั้น ‘กลืนน้ำลาย’
วันนี้เงินที่เธอนำมาเล่นพนันเป็นเงินที่เธอโกหกพ่อแม่ว่าใช้สำหรับจ่ายค่าเอกสาร ทั้งหมดสองพันกว่าหยวน
พ่อแม่ของเมิ่งหมิงเยว่ก็เชื่อใจเธอจริงๆ ค่าเอกสารสองพันกว่าหยวนก็ไม่คิดจะสงสัยอะไรเลย!
เมิ่งหมิงเยว่ที่เดินเข้าร้านอินเทอร์เน็ตครั้งนี้ ยิ่งถลำลึกมากขึ้นกว่าเดิม
เธอโดดเรียนหนึ่งวันโดยโกหกครูเพื่อขอลา รวมทั้งสุดสัปดาห์สองวันนั้น เธอไม่กินไม่ดื่ม นั่งเล่นพนันในอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ติดต่อกันไปทั้งหมดสามวัน
บ้านตระกูลเมิ่ง
พ่อของเมิ่งหมิงเยว่พูดด้วยความสงสัยว่า “แปลกจริง ทำไมลูกสาวถึงขอเงินบ่อยขนาดนี้…”
“ค่าเอกสารสองพันเจ็ด ไปทำโจทย์ที่ร้านหนังสือกับเพื่อน และซื้อหนังสือกับข้อสอบไปอีกหนึ่งพัน..."
"ไปทำโจทย์กับเพื่อนที่บ้านเพื่อน พอเห็นสมุดโน้ตเฉลยโจทย์ของอาจารย์ชื่อดังที่เพื่อนมี เลยขอเงินไปอีกสี่พันหยวนเพื่อซื้อสมุดโน้ตนั้น..."
ติ๊ง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เมิ่งหมิงเยว่ส่งข้อความมาขอเงินอีกแล้ว
【พ่อคะ หนูอยู่บ้านเพื่อน หนูเจอพี่ชายของเพื่อนด้วย เขารู้จักอาจารย์ที่เป็นคนออกข้อสอบของมหาวิทยาลัยจิงไห่ อาจารย์คนนั้นได้ออกข้อสอบชุดหนึ่งมา มีแค่คนสนิทเท่านั้นถึงจะได้ข้อสอบชุดนี้! พ่อคะ รีบโอนเงินมาห้าพันหยวนให้หนูหน่อยนะคะ ด่วนๆ เลย!】
แม่ของเมิ่งหมิงเยว่ตกใจ “ห้าพันหยวน?! นี่มันเยอะเกินไปแล้ว อาจารย์ชื่อดังคนไหนกัน...หรือว่าเยว่เยว่จะโดนหลอก!”
สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล
พ่อของเมิ่งหมิงเยว่ก็แปลกใจเลยโทรหาลูกสาว
เมิ่งหมิงเยว่หาสถานที่เงียบๆ แล้วทำทีว่าเธอกำลังทำโจทย์อยู่ เธอเอาดินสอมาขีดเขียนลงบนสมุดเพื่อให้เสียงดังเหมือนกำลังทำโจทย์
“พ่อคะ จริงๆ นะคะ หนูไม่ได้โดนแฮกบัญชี”
“พ่อคะ นี่มันเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนะคะ! ถ้าไม่ใช่คนสนิทเขาไม่ยอมขายข้อสอบชุดนี้ในราคาห้าพันให้ด้วยซ้ำ!”
"พ่อคะ พ่อจะซื้อข้อสอบให้หนูหรือเปล่าเนี่ย! ถ้าหนูสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ พ่อจะรับผิดชอบไหม?"
แม่ของเมิ่งหมิงเยว่ที่ตอนแรกสงสัย แต่พอได้ยินเมิ่งหมิงเยว่พูดถึงเรื่องสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็เริ่มใจคอไม่ดี
“รีบโอนเงินไปให้ลูกเร็ว อย่าให้ลูกเสียการเรียนเลย!”
พ่อของเมิ่งหมิงเยว่ก็พยักหน้า แต่ก็อดถอนหายใจไม่ได้
แค่สามวัน...ค่าเอกสารการเรียนก็ปาไปหมื่นกว่าแล้ว
สมแล้วที่เขาบอกว่าการศึกษามันแพง มันแพงจริงๆ
เขาคงต้องหางานพิเศษทำอีกสามงานแล้วล่ะ
เขากดที่เอวของตัวเองด้วยความเจ็บปวด
แม่ของเมิ่งหมิงเยว่รีบไปหยิบยาหม่องมานวดให้พ่อของเธอด้วยความเป็นห่วง “ยังเจ็บอยู่ไหม? หมอบอกว่าแผ่นหลังส่วนเอวของคุณอาการหนักมาก ถ้าไม่รีบรักษาอาจเป็นอัมพาตได้นะ...”
พ่อของเมิ่งหมิงเยว่ส่ายมือ “ทายาแค่นี้ก็พอ ไม่มีอะไรรุนแรงขนาดนั้นหรอก เดี๋ยวนี้หมอชอบพูดเกินจริง ทำให้เราตกใจไปเอง”
อย่าว่าแต่ค่ารักษาจะสูงเลย เวลาที่เขามีก็ยังไม่พอ
ตั้งแต่ลูกสาวเข้าเรียนมัธยมปลาย ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
พ่อของเมิ่งหมิงเยว่ลองคำนวณคร่าวๆ ในใจ แค่ครึ่งเทอม เขาก็จ่ายไปกว่าหนึ่งแสนหยวนแล้ว…
เขาไม่กล้าไปรักษาตัวเองหรอก คิดแค่ว่าอยากรีบหางานพิเศษทำมากกว่า
เขาทำงานตอนกลางวัน ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ไปทำงานเป็นคนงานชั่วคราวที่ไซต์ก่อสร้าง ดูเหมือนว่าจะต้องลดเวลาในการกินและพักผ่อนลงอีกหน่อย จะได้ไปส่งอาหารเดลิเวอรี่ด้วย อย่างงี้ก็น่าจะยังพอไหว...
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงคนมาเคาะประตู
ซู่เป่ายืนอยู่ที่หน้าประตู มองดูคู่สามีภรรยาที่เปิดประตูออกมา แล้วกล่าวทักทายอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะคุณอาคุณน้า”