ตอนที่ 1720
ตอนที่ 1720 จี้ฉาง 6
September 21, 2026
“ไร้เดียงสาหรือ” เหยียนหลัวหวังมองเขาทีหนึ่ง
จี้ฉางเอ่ยตอบ “ใช่ เหล่าสนมที่กลับมาพร้อมกับสนมโหยวเมื่อคืน ก็เชื่อใจนางเหลือเกิน”
เหยียนหลัวหวังมสะบัดมือ พาเขามาเยี่ยมสนมเหล่านั้นในพริบตา
เหล่าสนมที่ปลอบสนมโหยวอย่างจริงใจเมื่อคืน หลังกลับมาก็มีวิธีการป้องกันตัวของตนเอง
คนหนึ่งลากบุตรของตนไว้ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ต้องให้องครักษ์คอยเฝ้ามอง นางเอ่ยเสียงต่ำ “ไปหาสนมหลานอีกแล้วหรือ”
“เฝ้ามององค์หญิงน้อยให้ดี หากคร่าสายตาเพียงเล็กน้อยข้าเอาชีวิตพวกเจ้าแน่...”
สนมอีกสามคนรวมตัวกันปรึกษาเสียงเงียบ “สนมในวังหลังมากมายเพียงนี้ องค์ชายน้อยคนใหม่อยู่ถึงลำดับที่สิบแปดแล้ว...”
“ไม่นับองค์หญิง...ในสามปีนี้มีเด็กตายไปแล้วสิบคน”
“เกี่ยวข้องกับสนมโหยวจริงหรือ”
“ไม่รู้สิ เอาเป็นว่านางมิได้เป็นคนดีอย่างที่เห็นภายนอกก็พอ”
คนที่สามพูดแทรก “จะตักเตือนสนมหลานไหม”
คนหนึ่งหัวเราะเย้ย “อย่าจุ้นจ้านเลยดีกว่า”
จี้ฉางมองเหล่าสนมที่คุยกันและเงียบ
พญายมพาเขากลับมาที่สนมโหยวอีกครั้ง เพราะยังไงพวกเธอก็มาเพื่อจับผีร้าย
“ผู้พิพากษาจี้เห็นหรือยัง พวกนางต่างรู้ เพียงแค่เสแสร้งอยู่ก็เท่านั้น”
จี้ฉางรู้สึกขบขัน เมื่อลองคิดถึงทั้งพระราชวัง ฮ่องเต้ และแผ่นดิน
รู้สึกเพียงโลกนี้มันบ้าคลั่งสิ้นดี
“เอาล่ะ กลับไปเถอะ” เหยียนหลัวหวังยื่นมือ จับผีร้ายตนนั้นมาและโยนใส่จี้ฉาง
วันแรกที่ผีร้ายเห็นเหยียนหลัวหวังมมันก็ตัวสั่นคลอน อยากหนีแต่ไม่กล้า และมันหนีไม่ได้
บัดนี้ถูกจับ มันส่งเสียงร้องไห้ราวกับหมูถูกเชือด “ท่านเหยียนหลัวหวังปล่อยข้าไปเถิด...”
เหยียนหลัวหวังหันหน้า “หืม ยังไม่ไปอีก”
จี้ฉางดื้อรั้นเล็กน้อย เขาเอ่ย “ข้าอยากเห็นว่า หลังไม่มีการดลใจของผีร้าย คนคนหนึ่งยังสามารถทำเรื่องที่อมหิตขนาดนี้ได้หรือไม่”
ฝีเท้าของพญายมชะงัก เธอพยักหน้า “ได้ งั้นข้าดูเป็นเพื่อนเจ้าต่อ”
“เพียงแต่ เจ้าจำไว้นะ เราไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวความเป็นตายในโลกมนุษย์”
จี้ฉางพยักหน้า “ข้าทราบดี ความเป็นตายอยู่ที่ชะตา”
เหยียนหลัวหวังจึงหาที่นั่งลง มือข้างหนึ่งของเธอวางไว้บนเข่า มืออีกข้างถือขวดเหล้าค่อยๆ จิบดื่ม
จู่ๆ จี้ฉางก็เอ่ยพูดขึ้น “ท่านอย่าดื่มเหล้ามากขนาดนั้นดีกว่า”
เหยียนหลัวหวังส่ายขวดเหล้าในมือ “เจ้าคิดว่าด้วยความสามารถของข้า เหล้าแค่นี้จะทำข้าเมาได้งั้นหรือ”
เธอกระตุกมุมปากพร้อมยิ้ม “ต้องไม่เหมือนเจ้าอยู่แล้ว”
จี้ฉางคิดถึงตนที่เป็นบ้าเมื่อเมา ใบหูของเขาแดงก่ำเล็กน้อย เขาหันร่างไปและไม่เอ่ยพูดสิ่งใดอีก
พวกเขาอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ได้ไม่นาน เพียงแค่วันที่สาม ก็เกิดเรื่องกับองค์ชายสิบแปดแล้ว
ในยุคนี้เรียกการตายโดยธรรมชาติหรือการป่วยตายของเด็กว่าการตายก่อนวัยอันควร ซึ่งเด็กที่ตายก่อนวัยอันควรจะไม่สามารถถูกฝังลงในสุสานหลวงหรือสุสานตระกูล พวกเขาคิดว่าแบบนี้จะนำมาซึ่งความโชคร้ายและอัปมงคลให้กับตระกูลของตนเอง
แม้แต่ซื้อโลงมาฝังยังไม่ได้ หากชาวบ้านจะโยนเด็กไว้บนเขาเลย แค่เอาเสื่อมาคลุมก็ถือว่าดีมากๆ แล้ว
สนมหลานร้องไห้จนสงบไป นางจัดการเรื่องงานศพของลูกไม่ได้แต่นิด สนมโหยวจึงช่วยจัดการให้
แม้จะสามารถคาดเดาจุดจบได้ แต่จี้ฉางก็ยังรู้สึกหัวใจสั่นคลอน
“ไปกันเถอะ” เธอเอ่ย “รอบนี้กลับไปได้หรือยัง”