ตอนที่ 148
ตอนที่ 148
September 22, 2026
เจียงอวี้นั่งอยู่ตรงข้ามนาง พอเห็นท่าทางตื่นเต้นของนางก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
จนกระทั่งซูจิ่งที่อยู่ข้างๆ เรียกเขา เขาถึงได้สติกลับคืนมา
“อาอวี้ ข้ามีเรื่องจะปรึกษาเจ้า!”
“ได้สิ พี่ซูอยากถามอะไรงั้นหรือ?” เจียงอวี้ยินดีที่จะตอบเขา
“ข้าไม่ใช่ว่าจะเข้าเมืองหลวงไปสอบแล้วใช่ไหมล่ะ? ถึงตอนนั้นก็ต้องหาที่พักในเมืองหลวง เจ้าเป็นคนเมืองหลวงย่อมคุ้นเคยกับเมืองหลวงดี พอจะรู้ไหมว่าที่ไหนมีห้องพักสะอาดราคาไม่แพงและปล่อยให้เช่าระยะยาวบ้าง?” ซูจิ่งเอ่ยความต้องการของตนเองออกไปตามตรง
ซูหว่านได้ยินดังนั้นก็หันกลับมาสนใจฟังบทสนทนาของพวกเขาอย่างตั้งใจ
เจียงอวี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เรื่องนี้ง่ายนิดเดียว ข้ามีเรือนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเมืองหลวง ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่โดดเด่นตรงที่เงียบสงบและอยู่ไม่ไกลจากสนามสอบ นับว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับพี่ซูที่กำลังเตรียมตัวสอบ ที่นั่นมีเพียงคนรับใช้ที่อายุมากแล้วคนหนึ่งคอยดูแลอยู่ ข้าจะส่งจดหมายไปที่เมืองหลวงแจ้งให้เขาทราบ ท่านไปถึงแล้วก็ตรงไปที่พักที่เรือนเล็กๆของข้าหลังนั่นได้เลย คนรับใช้คนนั้นยังสามารถดูแลเรื่องอาหารการกินและชีวิตประจำวันของท่านได้อีกด้วย”
“อาอวี้ ข้าไม่ต้องการคนดูแล เพียงแค่ให้เช่าห้องหนึ่งห้องก็พอแล้ว เจ้าเป็นเจ้าของเรือนแค่บอกค่าเช่าที่ควรจะเก็บกับข้ามาได้เลย”
ซูจิ่งไม่มีทางที่จะเอาเปรียบใครอย่างแน่นอน เขาเพียงแค่ไม่อยากเสียเวลาไปกับการหาที่พักเท่านั้น จึงได้เอ่ยปากถามเจียงอวี้
“พวกเราสนิทกันถึงขนาดนี้แล้ว ข้าจะเก็บค่าเช่าจากเจ้าได้อย่างไรกัน? เช่นนั้นข้าจะไม่ใช่คนอกตัญญูหรอกหรือ? ตระกูลซูมีบุญคุณกับข้า ข้ายังกลัวอยู่เลยว่าจะไม่มีโอกาสได้ตอบแทนเสียมากกว่า เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ จะมาพูดถึงเรื่องเงินๆทองๆไปไย?” การที่เจียงอวี้ไม่ยอมรับค่าเช่าเช่นนี้ ทำให้เรื่องนี้เริ่มยากขึ้นเสียแล้ว
“ต้องให้สิ ถ้าหากอาอวี้ดึงดันไม่เอาเช่นนี้ ข้าก็คงต้องไปหาที่พักอื่นแล้ว”
ซูจิ่งพูดตัดบทอย่างเด็ดขาด เพื่อบังคับให้เจียงอวี้รับเงิน เจียงอวี้จึงจนปัญญา
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอเก็บค่าเช่าเจ้าเดือนละห้าตำลึงเงิน แต่ให้เช่าทั้งเรือนเล็กเลยนะ เรื่องนี้ข้าคงยอมให้มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว หากยอมมากไปกว่านี้ก็คงจะเป็นคนอกตัญญูจริงๆ แล้ว”
ค่าเช่าเดือนละห้าตำลึงเงิน พอดีกับงบประมาณที่ซูจิ่งคิดเอาไว้เลย
การเช่าบ้านในอำเภอชิงเหอ หากเป็นบ้านหลังใหญ่หน่อยก็จะตกเดือนละสามตำลึงเงิน แต่เมื่อหากเป็นในเมืองหลวง เรือนเล็กๆ เดือนละห้าตำลึงเงินก็ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผล เจียงอวี้น่าจะให้ราคาที่สมควรเก็บแล้ว
“ได้ เช่นนั้นก็ต้องขอขอบคุณอาอวี้ที่ให้ความอนุเคราะห์!” ซูจิ่งประสานหมัดคารวะให้เขา
“พี่ใหญ่เกรงใจไปแล้ว ไหน ๆ ก็ถือว่าข้าเป็นคนในครอบครัวคนหนึ่งก็แล้วกัน จะพูดอะไรแบบนี้ไปไย ดูห่างเหินกันเกินไปแล้ว”
คำว่าพี่ใหญ่ที่เขาเรียกออกมานั้น ทำให้ซูหว่านเผลอมองเขาด้วยแววตาฉงน เมื่อครู่ยังเรียกว่าพี่ซูอยู่แท้ ๆ ไฉนอยู่ ๆ ถึงเปลี่ยนสรรพนามไปได้ล่ะ?
แต่ซูจิ่งกลับไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกตินี้เลยแม้แต่น้อย เขายังคงจมดิ่งอยู่ในความสุขที่ได้แก้ปัญหาเรื่องที่พักได้แล้ว ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เดินทางไปที่เมืองหลวงเลยด้วยซ้ำ