ตอนที่ 149
ตอนที่ 149
September 22, 2026
ครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไรเจียงอวี้วี่ก็ไม่ยอมรับเงินเลย
“อาอวี้ เจ้าอยู่บ้านฉลองปีใหม่ด้วยกันกับพวกเราก่อนค่อยไปก็ได้นะ!” แม่ซูยังคงอาลัยอาวรณ์เด็กคนนี้อยู่บ้าง
ในช่วงที่ผ่านมา นางมองเขาเหมือนเป็นลูกชายของตัวเองแล้ว
อายุก็พอๆ กับลูกของนาง แถมยังน่ารักน่าเอ็นดูอีก ถ้าไม่ใช่เพราะฐานะที่ต่างกัน นางก็อยากจะรับเขาเป็นลูกบุญธรรมเสียแล้ว
“ที่บ้านยังมีบรรดาญาติๆ รอให้กลับไปรวมญาติอยู่ ที่ข้าประสบเหตุในครั้งนี้คิดว่าพวกเขาคงจะร้อนใจมาหลายวันแล้ว และก็ทำแค่ส่งจดหมายไปบอกให้พวกเขาสบายใจเท่านั้น เกรงว่าพวกเขาก็ยังคงเป็นกังวลอยู่ ดังนั้นข้าจึงจะรีบกลับไปแจ้งข่าวคราวให้พวกเขาสบายใจ!” เจียงอวี้ก็ไม่คิดจะปิดบังความคิดแต่อย่างใด พูดออกมาตรง ๆ ถึงสิ่งที่ตั้งใจไว้
เพราะมันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ท่านตาของเขายังรอเขาให้กลับไปหาอยู่
“เป็นข้าเองที่คิดน้อยไปหน่อย นั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว พ่อแม่ของเจ้าคงกำลังรออยู่ที่บ้านด้วยความร้อนใจแล้ว”
แม่ซูมองเรื่องนี้ในฐานะแม่คนหนึ่ง หากเป็นนางเองแค่เพียงวันเดียวที่ไม่เห็นว่าลูกปลอดภัย นางก็คงต้องเป็นกังวลไม่หยุดไปทั้งวันเช่นกัน
เมื่อได้ยินคำว่าพ่อแม่ แววตาของเจียงอวี้ก็หม่นหมองลงไปชั่วขณะ แต่เพียงแค่ชั่วขณะเดียวเท่านั้นและก็เลือนหายไป
อันที่จริงซูหว่านอยากจะถามเขาว่ากลับไปบ้านไหน แต่นางก็ห้ามตัวเองไว้ไม่ให้ถามออกไป
นางไม่ได้ถามออกไป แต่พี่ใหญ่ที่ซื่อตรงของนางกลับถามแทนนางเองว่า
“อาอวี้ เช่นนั้นเจ้าจะกลับเมืองหลวงงั้นหรือ?”
“ไม่ใช่ ข้าจะกลับไปหาท่านตาของข้า ท่านแม่ของข้าเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็ก ข้าจึงเติบโตมากับท่านตา จะอยู่ที่เมืองหลวงน้อยมาก แต่ปีหน้าพวกเราน่าจะได้พบกัน ข้าจะกลับไปเมืองหลวงรอบหนึ่ง ถึงตอนนั้นจะไปหาพี่ใหญ่เพื่อรำลึกวันวานด้วยกันนะ”
“ได้สิ พูดคำไหนคำนั้นนะ!” ซูจิ่งพยักหน้ายิ้มๆ
เมื่อแม่ซูได้ยินว่าเด็กคนนี้กำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเด็กก็รู้สึกสงสารขึ้นมา แต่ก็ไม่อยากจะทำให้เขาเสียใจ เพราะยังไงก็ยังไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
“อาอวี้ จากนี้ไปบ้านของพวกเราก็จะเป็นบ้านหลังที่สามของเจ้า เจ้าอยากจะมาเมื่อไรพวกเราก็ยินดีต้อนรับเจ้าเสมอ!”
“น้าของเจ้าพูดถูกแล้ว ต่อไปพวกเราก็คือคนในครอบครัวเดียวกัน” พ่อซูพูดเสริม
เมื่อเจียงอวี้ได้ยินดังนั้น เขาก็มองซูหว่านที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ให้รู้ตัว และก็เห็นเพียงนางก้มหน้าลง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“ดีเลย พวกท่านพูดมาเช่นนี้ ข้าก็รู้สึกดีใจมากแล้ว”
บรรยากาศในบ้านตระกูลซูที่เป็นเช่นนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยมีมาก่อนจริงๆ ทั้งคึกคัก ทั้งอบอุ่น ไม่มีเรื่องแก่งแย่งชิงดีกัน ทุกคนต่างก็คิดถึงคนในครอบครัวอย่างจริงใจและพยายามไปด้วยกัน เสียสละให้กันและกัน ช่างเป็นเรื่องที่ดีอะไรเช่นนี้
ไม่เหมือนกับเขา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สิ่งที่อยู่ข้างกายเขาไม่เคยห่างก็คือคนที่มีเจตนาร้าย และต้องการให้เขาตกนรก
โรงเตี๊ยมที่เจียงอวี้เตรียมเอาไว้ตั้งอยู่บนถนนที่คึกคักที่สุดในหัวเมือง มีนามว่าโรงเตี๊ยมเย่ว์หม่านซี ชื่อนี้ตั้งได้ไพเราะมีศิลปะอย่างมาก