ตอนที่ 268
ตอนที่ 268
September 22, 2026
ซูหว่านเองก็รู้สึกว่าของชิ้นนี้ต้องแพงมากแน่ ๆ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่นางมีในตอนนี้รวมกันยังอาจจะจ่ายไม่ไหวด้วยซ้ำ
“นี่มันต้องราคาเป็นหมื่นตำลึงเงินเลยมิใช่หรือ? ข้าไหว้วานให้ท่านช่วยหาของขวัญที่เหมาะสม แต่ท่านกลับคิดจะให้ข้าต้องสิ้นเนื้อประดาตัวเพื่อชดใช้”
บอกตามตรง ต่อให้นางอยากจะผูกสัมพันธ์กับฮูหยินป๋อเจวี๋ย ก็ไม่ถึงกับต้องทุ่มเทลงแรงและทุ่มทุนมหาศาลถึงเพียงนี้
เจียงอวี้เห็นสีหน้าเสียดายปนลำบากใจของนาง ก็อดที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ ไม่ได้
“เจ้านี่นะ วางใจเถิด ไม่ได้ใช้เงินของเจ้ามากมายถึงเพียงนั้นหรอก เมื่อสองปีก่อนข้าบังเอิญพบต้นไม้หวงฮวาหลีชั้นเลิศต้นหนึ่งที่แถบทะเลใต้ จึงสั่งให้คนขุดกลับมาแล้วส่งไปยังเจียงหนานเพื่อทำเป็นเครื่องเรือนและของตกแต่งมากมาย ฉากกั้นเช่นนี้มีอยู่สามบาน ยังมีเตียงใหญ่สี่เสาแกะสลักลายจากไม้หวงฮวาหลีหนึ่งหลัง และชุดเครื่องเรือนไม้หวงฮวาหลีอีกครบชุด ทั้งตู้ โต๊ะน้ำชา และหีบเครื่องประดับ”
“ข้าเพียงแค่เสียเงินจ้างช่างฝีมือเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนช่างปักที่ปักผ้าได้สองด้านก็เป็นช่างปักจากโรงปักของท่านน้าข้าเอง จึงไม่ได้เสียเงินเลยแม้แต่น้อย ท่านน้ายังพูดหยอกล้อเลยว่าเครื่องเรือนที่ทำจากไม้หวงฮวาหลีต้นนี้ ให้เก็บไว้ใช้ในยามที่ข้าแต่งงานในวันข้างหน้า”
ที่เขาพูดมาก็ไม่ผิดนัก เพราะค่าจ้างช่างฝีมือนั้นก็เกือบพันตำลึงแล้ว การใช้ไม้หวงฮวาหลีเป็นของขวัญนั้นนับว่าสูงค่าและเหมาะสมอย่างยิ่ง หากยกไปถึงจวนป๋อเจวี๋ย เกรงว่าคงจะกลายเป็นของขวัญชิ้นที่โดดเด่นที่สุดในวันนี้เป็นแน่
ซูหว่านมาได้จังหวะพอดี เพราะเครื่องเรือนชุดนี้เพิ่งทำเสร็จและกำลังจะถูกขนส่งไปยังเมืองหลวง แต่เมื่อผ่านเซียงโจว เจียงอวี้จึงให้คนหยุดพักไว้ชั่วคราว
“เช่นนั้นก็ยิ่งไม่สมควรไปใหญ่ ของที่จะใช้ในงานมงคลของเจ้า พวกเราจะรับไว้ได้อย่างไร ไปหาซื้อของขวัญชิ้นอื่นกันเถิด” พอแม่ซูได้ยินว่าเป็นของที่เจียงอวี้จะใช้ในงานแต่งงาน นางก็ไม่กล้ารับไว้
“ท่านป้า เป็นเพียงฉากกั้นบานหนึ่งเท่านั้น ต่อให้ข้าแต่งงานในภายภาคหน้า ในห้องก็ต้องการเพียงบานเดียวก็พอแล้ว ฉากกั้นสี่ฤดูบานนี้ถือว่าโดดเด่นน้อยที่สุดในบรรดาสามบานแล้ว ส่วนบานที่งดงามที่สุด ข้าย่อมต้องเก็บไว้ให้ภรรยาในอนาคตของข้าอยู่แล้วขอรับ”
เมื่อเจียงอวี้เอ่ยถึงภรรยาในอนาคต เขาก็มองไปยังซูหว่านด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความหมายล้ำลึก นัยน์ตาดอกท้อของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้หัวใจของซูหว่านเต้นระรัวอย่างห้ามไม่อยู่
ช่างเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เสียจริง ให้ตายเถอะ ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังก็ยังจะมาหยอดคำหวานใส่นาง
“อีกอย่าง ตอนนี้จะออกไปหาของขวัญชิ้นอื่นก็คงไม่ทันแล้ว คุณหนูหกเองก็ใกล้จะได้เวลาไปร่วมงานเลี้ยงแล้ว”
การไปมอบของขวัญนั้น ยามซื่อถือเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด จะไปเร็วเกินไปก็ไม่ดี ช้าเกินไปก็ไม่เหมาะ
เป็นช่วงเวลาที่พอเหมาะพอดีหลังจากเจ้าบ้านรับมื้อเช้าเสร็จ และก่อนจะถึงเวลามื้อกลางวัน
“ก็ได้ ถือว่าข้าติดหนี้บุญคุณท่านครั้งหนึ่งแล้วกัน ส่วนฉากกั้นนี้ท่านต้องการเงินเท่าไหร่ ไว้รอข้ากลับมาแล้วค่อยมาตกลงกันอีกทีก็แล้วกัน”
ในเมื่อเขาพูดถึงขนาดนี้แล้ว ซูหว่านจึงไม่เกรงใจอีกต่อไป
วันนี้ถือเป็นการเปิดตัวในแวดวงสตรีผู้สูงศักดิ์ของนางครั้งแรก เป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างชื่อเสียงของตนให้เป็นที่รู้จัก