ตอนที่ 285
ตอนที่ 285
September 22, 2026
หลังจากประกอบพิธีกราบสามครั้ง คำนับเก้าครั้งแล้ว บัณฑิตผู้เข้าสอบทั้งสามสิบคนก็ทยอยเข้าประจำที่นั่งของตน เพื่อรอรับฟังหัวข้อการสอบหน้าพระที่นั่งจากฮ่องเต้
บอกตามตรงว่าในยามนั้น ทุกคนล้วนแต่รู้สึกประหม่าตื่นเต้น กลัวว่าจะเก็งข้อสอบผิดพลาด ซึ่งรวมถึงซูจิ่งด้วยเช่นกัน
ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่ต่างเตรียมตัวมาสองด้าน คือการเขียนฎีกาเสนอแนะการปกครองและบทกวี ทว่าซูจิ่งนั้นเตรียมพร้อมถึงสามด้าน
เมื่อหัวข้อสอบปรากฏออกมา เหล่าผู้เข้าสอบในที่นั้นต่างตกตะลึงจนหน้าถอดสี เพราะปีนี้ฮ่องเต้ทรงไม่ปฏิบัติตามขนบเดิม ทว่ากลับออกข้อสอบเป็นฎีกาว่าด้วยการจัดการปัญหาอุทกภัย
พวกเขาล้วนเชี่ยวชาญเพียงหลักธรรมของปราชญ์โบราณ วิถีแห่งการปฏิบัติตน และบทกวีร้อยแก้ว แล้วจะเคยค้นคว้าเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจังเมื่อใดกันเล่า?
บรรดาผู้เข้าสอบต่างจนปัญญา ไม่รู้จะเริ่มต้นเขียนอย่างไร บางคนที่อาศัยอยู่แถบลุ่มน้ำเซวียนเหอก็เพียงเคยได้ยินเรื่องราวที่ขุนนางผู้ดูแลชลประทานในอดีตเคยทำไว้ จึงทำได้เพียงเขียนตอบไปตามที่เคยได้ยินมาบ้างเล็กน้อย
มีเพียงซูจิ่งที่นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา
เขานึกถึงเมื่อปีที่แล้ว ที่ซูหว่านอุตส่าห์เดินทางมาที่สำนักศึกษาเพื่อเตือนเขาเรื่องนี้ เมื่อมาคิดดูตอนนี้ มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือนางมองการณ์ไกลกันแน่?
นางคือดาวนำโชคของตระกูลซูอย่างแท้จริง และยิ่งกว่านั้น ยังเป็นผู้มีพระคุณของเขาอีกด้วย
เขาเคยถกเถียงประเด็นการจัดการปัญหาน้ำท่วมกับซูหว่านมาก่อน ทั้งสิ่งที่นางเคยกล่าวไว้ ประกอบกับที่เขาค้นคว้าจากตำราโบราณต่าง ๆ ด้วยตนเอง แล้วนำมาสร้างเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาหลายข้อของตนเอง รวมกันแล้วก็เพียงพอต่อการใช้งาน
ซูจิ่งเขียนอธิบายอย่างยืดยาวจนเต็มกระดาษคำตอบถึงสองแผ่นก่อนจะส่งไป ทว่าเขาก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นที่พอพระทัยของฮ่องเต้หรือไม่ และไม่กล้าคิดว่าในบรรดาผู้เข้าสอบเหล่านี้ จะมีผู้ใดที่เข้าใจเรื่องการจัดการปัญหาน้ำท่วมได้ดีกว่าตน
แต่เขาก็มั่นใจว่า ด้วยคำตอบชุดนี้ การสอบได้เป็นจิ้นซื่อนั้นไม่น่ามีปัญหา
วันที่หนึ่งเดือนเจ็ด ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ซูจิ่งเข้าวัง ซูจิ่งรู้ได้ทันทีว่า สำเร็จแล้ว
เฉพาะผู้ที่สอบได้อันดับสิบแรกของจิ้นซื่อเท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้เข้าเฝ้า แต่มีเพียงเขาคนเดียวที่ได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ และเข้าไปนานถึงหนึ่งชั่วยามกว่าจะออกมา
ตอนที่ออกมา ในมือของเขาก็ประคองชุดขุนนางสีแดงสด พร้อมด้วยหมวกขุนนางปักลาย
ด้านหลังมีขบวนขันทีตามมา พวกเขาทั้งหมดถือของพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้
ในขณะเดียวกัน สายตานับไม่ถ้วนต่างจับจ้องมาที่เขา ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่า แท้จริงแล้วซูจิ่งคือจอหงวนประจำปีนี้หรือไม่
แต่การที่เขาได้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวและได้รับของพระราชทานมากมายก็เพียงพอที่จะยืนยันได้แล้ว
โดยปกติ ผู้ที่สอบได้ในแต่ละอันดับจะมีของพระราชทานที่กำหนดไว้ แต่ซูจิ่งเพียงแค่ได้เข้าเฝ้า ก็ได้รับของพระราชทานมากมายเช่นนี้ ถือเป็นเกียรติที่ไม่เคยมีมาก่อน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ฮ่องเต้ทรงมีต่อเขา
วันรุ่งขึ้น ฮ่องเต้ทรงมีราชโองการประกาศผลสอบ แต่งตั้งให้ซูจิ่งแห่งเซียงโจวเป็นจอหงวนประจำปีนี้