ตอนที่ 611
ตอนที่ 611
September 22, 2026
เจียงอวี้จูงมือซูหว่านเดินอยู่ท้ายสุด เมื่อเห็นว่าทุกคนเดินนำหน้าไปหมดแล้ว เขาถึงได้พูดกับซูหว่าน
"หวานหว่าน คำพูดที่ท่านเจ้าอาวาสพูดเมื่อครู่นี้ ข้าอยากจะพูดกับเจ้า หากในอนาคตข้าเป็นคนจากไปก่อน เจ้าไม่จำเป็นต้องตามข้าไปนะ ข้าทำใจไม่ได้ ถึงแม้ว่าเราจะแก่เฒ่าจนถึงเจ็ดแปดสิบแล้ว ข้าก็ยังทำใจไม่ได้ ข้าเชื่อว่าถึงแม้จะไม่ได้อยู่ร่วมกันจนวันตาย เราก็ยังจะมีภพหน้า"
ซูหว่านได้ยินดังนั้นก็หัวเราะคิกคักออกมา
"ถึงตอนนั้นก็เจ็ดแปดสิบแล้ว ข้าก็คงอยู่จนเบื่อแล้ว จะไปเสียดายอีกสองปีทำไมเล่า"
ถ้าหากมีชีวิตอยู่ไปถึงตอนนั้นแล้ว นางจะไม่เหนื่อยกับการใช้ชีวิตบ้างหรือ นางจะสนใจทำไมอีกสองปีเหลืออยู่เลย
"อีกอย่างข้าคิดว่า เจ้าเป็นนักสู้ ร่างกายคงจะแข็งแรงกว่าข้ามาก คนที่ไปก่อนก็น่าจะเป็นข้า ถึงตอนนั้นกลัวว่าเจ้าเองนั่นแหละที่จะไม่อยากไปเป็นเพื่อนข้า"
"อย่าพูดเหลวไหล เราทุกคนจะต้องมีอายุยืนถึงร้อยปี" เขาเอื้อมมือไปปิดปากนาง
“แม้ว่าวันนั้นจะมาถึง ข้าก็จะไปกับเจ้าโดยไม่ลังเล เพราะข้ายังอยากอยู่กับเจ้าในชาติหน้า ชาติแล้วชาติเล่า"
ซูหว่านยิ้ม เป็นรอยยิ้มแห่งความสุข
หลังจากกลับจากวัดว่านฝูถึงเมืองหลวง ซูจิ่งก็รีบแจ้งข่าวดีเรื่องที่เสิ่นชิงหลีตั้งครรภ์ ให้แก่พ่อซูแม่ซูและจวนมหาบัณฑิตรู้ทันที
ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลดีใจมาก วันรุ่งขึ้นฮูหยินเสิ่นมหาบัณฑิตก็มาเยี่ยมเสิ่นชิงหลีที่จวนซู
ถ้าหากมหาบัณฑิตไม่ห้ามไว้ เกรงว่าฮูหยินเสิ่นคงจะมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
การที่เสิ่นชิงหลีตั้งครรภ์ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งของทั้งจวน แม่ซูตัดสินใจให้เสิ่นชิงหลีพักผ่อนดูแลครรภ์อย่างดี เรื่องงานในบ้านนางจะเข้ามาช่วยจัดการ ถึงตอนนั้นยังมีซูหว่านกับซุนหลิงเอ๋อร์คอยช่วยเหลือ ไม่ต้องกังวล
จวนสกุลซูมีเรื่องน่ายินดีติดต่อกันสองเดือน ทางฝั่งจวนอ๋องเซียงก็ไม่เร่งรีบที่จะทูลเรื่องขอพระราชทานสมรสต่อฝ่าบาท อย่างน้อยก็ต้องรอให้พ้นเดือนเก้าไปก่อน
แต่ฝั่งตำหนักบูรพากลับมีข่าวไม่ดีออกมาบ่อยครั้ง ว่ารัชทายาทอายุสั้นใกล้สิ้นพระชนม์ อ๋องเซียงเองก็ร้อนใจ เกรงว่าหากตรงกับช่วงงานพระบรมศพ พวกขุนนางเชื้อพระวงศ์จะต้องงดเว้นการจัดงานมงคลเป็นเวลาหนึ่งปี
ไม่ใช่ว่าเขาไม่กตัญญู แต่พระวรกายของรัชทายาทนั้นอ่อนแอลง ซึ่งเป็นที่รู้กันของทุกคน
ดังนั้นในปีนี้ เมืองหลวงจึงมีงานมงคลมากมาย แทบทุกบ้านต่างเร่งจัดงาน เกรงว่าหากล่าช้าไปจะกระทบต่อการสมรสของบุตรหลานในครอบครัว
บัดนี้เหล่าองค์ชายต่างก็ได้เเต่งตั้งพระชายาแล้ว ฝ่าบาทถึงเวลาที่จะต้องพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้พวกเขาเป็นอ๋องแล้ว
องค์ชายรองมู่หรงฟู่ได้รับการสถาปนาเป็นอ๋องยง องค์ชายสามมู่หรงรุ่ยได้รับการสถาปนาเป็นอ๋องเสียน องค์ชายสี่มู่หรงถิงได้รับการสถาปนาเป็นอ๋องฉี องค์ชายห้ามู่หรงเซิงได้รับการสถาปนาเป็นอ๋องจิ้น องค์ชายหกมู่หรงฉีได้รับการสถาปนาเป็นอ๋องฉู่ องค์ชายเจ็ดมู่หรงไหวได้รับการสถาปนาเป็นอ๋องสวิน
จากพระยศที่ได้รับ จะเห็นได้ว่าองค์ชายสามซึ่งเป็นโอรสโดยตรงของฮองเฮาได้รับคำว่าเสียน (賢 - ประเสริฐ)เพื่อให้เกียรติแก่ฮองเฮาและองค์รัชทายาท ส่วนองค์ชายอื่น ๆ มีเพียงองค์ชายเจ็ดเท่านั้นที่บรรดาศักดิ์มีคำว่าสวิน(珣 - ชื่อเครื่องประดับ) ประกอบคำว่าอ๋อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความโปรดปรานของฮ่องเต้