ตอนที่ 662
ตอนที่ 662
September 22, 2026
ขุนนางผู้ตรวจการเหล่านี้ขึ้นชื่อเรื่องความน่ารำคาญ พวกเขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า หากฮ่องเต้ยังคงละเลยกิจการบ้านเมืองเพราะเนี่ยเจาอี๋ต่อไป พวกเขาก็จะถวายฎีกาอีกเรื่อยๆ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต ก็ต้องประหารสนมปีศาจผู้นี้ให้ได้
อาจเป็นเพราะเนี่ยเจาอี๋เริ่มหวาดกลัว นางจึงไม่เข้าหาฮ่องเต้เหมือนแต่ก่อน และสำรวมความประพฤติมากขึ้น
ฮ่องเต้ก็ทรงรับฟังคำทูลเตือนอยู่บ้าง ดังนั้นตอนนี้การตรวจฎีกาก็ดูจะขยันขันแข็งกว่าแต่ก่อน
ภายใต้แรงกดดันจากขุนนาง ฮ่องเต้ก็ไม่ได้ทำตัวเหลวไหลเหมือนก่อนชั่วคราว แต่ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน สีพระพักตร์ของฮ่องเต้ก็เริ่มเหลืองซีดลงอย่างเห็นได้ชัด พระวรกายผ่ายผอมลง และดูไม่มีชีวิตชีวา
แต่ถึงกระนั้น ไม่ว่ามู่หรงไหวจะทูลอย่างไร ก็ไม่ทรงยอมพบซูมู่ ไม่ทรงยอมให้เขาตรวจดูพระอาการเลย
ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือเฉินเฟย ซึ่งเดิมนางก็คือหวงกุ้ยเฟยนั่นเอง
นางพยายามมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้หลายครั้ง แต่กลับถูกเนี่ยเจาอี๋ขัดขวางไม่ให้เข้าเฝ้า ดังนั้น นางจึงใช้สิทธิ์ของตนในฐานะที่เป็นหวงกุ้ยเฟย สั่งสอนเจาอี๋ตัวเล็กๆ ผู้นี้
นับตั้งแต่ฮองเฮาถูกกักบริเวณ นางก็เป็นผู้ดูแลวังหลัง เนี่ยเจาอี๋ไม่รู้กฎระเบียบ นางจะลงโทษไม่ได้หรืออย่างไร?
ดังนั้น นางจึงสั่งให้คนตบปากเนี่ยเจาอี๋ แต่เพิ่งจะตบไปได้ไม่กี่ครั้ง ฮ่องเต้ก็กริ้ว ไม่ทรงสนใจความสัมพันธ์เก่าก่อน สั่งลดตำแหน่งนางลงสองขั้นทันที ตอนนี้นางจึงเป็นเฉินเฟยแล้ว
ตลอดระยะเวลายี่สิบปีมานี้ เฉินเฟยเป็นสนมที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานมากที่สุด ฮ่องเต้เคยปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?
นางรู้สึกอับอายเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นหลังจากกลับเข้าตำหนักแล้ว ก็ไม่ยอมออกมาอีกเลย เอาแต่นั่งร้องไห้ทุกวัน
แน่นอนว่ามู่หรงไหวก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย เสด็จพ่อมองเขาไม่เข้าตาไปเสียทุกเรื่อง มักจะตำหนิเขาต่อหน้าขุนนางทั้งหลาย ทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด แม้แต่พูดก็ยังผิด เมื่อเทียบกับความลำเอียงที่เคยมีให้ก่อนหน้านี้ ความรู้สึกที่แตกต่างกันในตอนนี้ช่างน่าเศร้าใจยิ่งนัก
ไม่เพียงแต่มู่หรงไหวเท่านั้น แม้แต่มู่หรงเซิงก็มักจะถูกฮ่องเต้ดุด่าโดยไม่มีสาเหตุ ในทางกลับกัน มู่หรงรุ่ย องค์ชายสามที่ไม่โดดเด่น กลับถูกฮ่องเต้ชื่นชมมาตลอดว่ามีอุปนิสัยบริสุทธิ์ดีงาม และเป็นผู้ที่มีคุณธรรมความเมตตามากที่สุด
ราวกับถูกคุณไสย มู่หรงไหวพยายามเสนอหลายครั้งที่จะพาซูมู่เข้าวังมาตรวจชีพจรให้เขา แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างหนักแน่น จากนั้นเขาก็ถูกดุด่าอย่างเจ็บแสบอีกครั้ง
เรื่องที่เนี่ยเจาอี๋เป็นสนมปีศาจผู้ทำลายชาติ ตอนนี้เป็นที่รู้กันทั่วแล้ว ทำให้เกิดเสียงสาปแช่งจากราษฎรอย่างไม่ขาดสาย
เรื่องราวก็ยืดเยื้อไปอีกเดือน ไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับเรื่องร้ายๆ นี้
มู่หรงไหวก็ไม่กล้าทำตัวเปิดเผยมากเกินไป เกรงว่าหากพลั้งพลาดไป อาจจะไม่สามารถรักษาตำแหน่งองค์ชายของตัวเองเอาไว้ไดั
นี่คือสิ่งที่เสด็จแม่ของเขาเตือนเอาไว้ ฮ่องเต้มีอาการที่ผิดปกติเกินไป ตอนนี้ควรรอให้สถานการณ์สงบลงก่อนจึงจะดีที่สุด
ในพริบตาเดียว เสิ่นชิงหลีก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว หมอตำแยและแม่นมในจวนถูกเรียกมาพร้อมหน้า
นางกำลังจะคลอด ทุกคนในครอบครัวเฝ้าอยู่หน้าห้อง ได้ยินเสียงร้องไห้อย่างเจ็บปวดจนใจจะขาดจากด้านใน