ตอนที่ 116
บทที่ 116 พฤติกรรมสัตว์นรก
October 28, 2026
บทที่ 116 พฤติกรรมสัตว์นรก
ผ่านมาไม่กี่วันก็ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแล้ว ทุกอย่างดูสงบมาก และมันสงบและราบรื่นอย่างคาดไม่ถึง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
แต่มีบางเรื่องที่ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเล็ก ไม่รู้ว่าคืนนั้นหวงหรุงจะมีความสุขจนเกินขนาดหรือเปล่า วันต่อมาเธอจึงเป็นหวัด ดังนั้นสองสามวันมานี่เธอจะอยู่ถึงแค่เที่ยงคืน หลังจากเที่ยงคืนจึงเป็นหน้าที่ของผม ผมจึงเป็นคนที่ต้องปิดร้านคนสุดท้าย
วันนี้ช่วงค่ำหลังจากเลิกงาน ทุกคนกลับกันหมด หลังจากที่ผมล็อกประตูเสร็จ เมื่อผมสตาร์ทรถ ก็เห็นว่าในความมืดมีผู้หญิงที่กำลังตกใจอะไรบางอย่างเดินมาทางนี้
ตอนนี้ปิดร้านแล้ว ผมคงไม่สามารถเปิดร้านเพื่อมาปรนนิบัติเธอได้
จากนั้นผมจึงปลดเบรกมือเพื่อจะออกจากที่นี่
ผลปรากฏว่าหลังจากที่ผมออกมาได้ไม่ไกล เมื่อผมรู้สึกประหลาดใจและหันไปมอง พบว่าผู้หญิงที่กำลังตกใจคนนั้นอยู่ใต้แสงไฟ
ผมคุ้นเคยกับลักษณะภายนอกของเธอมาก อกอึ๋มของเธอผมยิ่งคุ้นเคย เสี่ยวฉิง!
ผมรีบกลับรถ แล้วลงไปประคองเธอที่กำลังโงนเงน
ตอนแรกผมคิดว่าเธอเมา แต่ผมกลับไม่ได้กลิ่นเหล้าจากตัวเธอ แววตาของเธอเรียบเฉยจนน่าตกใจ ราวกับคนที่หมดอาลัยตายอยาก เฉยชาให้กับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก ไม่กังวลว่าจะอยู่หรือตาย
“เสี่ยวฉิง เสี่ยวฉิง!”
เสี่ยวฉิงมองผมอย่างเหม่อลอย ด้วยเสียงเรียกของผม เธอตอบกลับมาว่า “อ๋อ” จากนั้นก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ อีกเลย
ผมรับรองเลยว่า ถ้าตอนนี้มีชายสิบคนมารุมล้อมเธอและทำเรื่องอะไรแบบนั้น เธอก็คงจะไม่ขัดขืน เพราะจิตใจของเธอมันแหลกสลายไปแล้ว เหมือนกับร่างกายที่ไร้วิญญาณ
ผมรีบอุ้มเธอขึ้นรถและตรงไปยังที่พักของหลิวทง จากนั้นผมก็แบกเธอขึ้นไป
แต่ผมรู้สึกเหมือนอะไรทิ่มตรงหลังเอว เหมือนกับก้อนหินกำลังทิ่มอยู่
เมื่อคิดถึงสภาพของเธอ ผมก็ไม่กล้าคิดอะไรมาก และรีบอุ้มเธอไปที่เตียง
เมื่อตรวจดูว่าหัวของเธอไม่ได้มีบาดแผลอะไร ผมก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ผมไปเอาน้ำอุ่นให้เธอดื่ม ผมเอาแก้วไปจ่อที่ริมฝีปากของเธอ แต่เธอก็ไม่ยอมกลืนลงไป
ผมไม่มีวิธีอื่น จึงอมน้ำไว้ในปากแล้วป้อนน้ำเธอจากปากของผม
ผมป้อนเธอไปสิบกว่าอึก แต่เมื่อมาถึงอึกสุดท้าย จู่ๆ เธอก็สำลัก เธอไออยู่นาน กว่าที่จะหายใจเป็นปกติ
แต่เพราะการสำลักนี้ทำให้เธอฟื้นขึ้นมา ตาแววใสเริ่มจะมีชีวิตชีวาขึ้น
“เฉินเฟิง!”
เธอเรียกชื่อผม จากนั้นก็ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เธอปล่อยโฮออกมา ไม่ว่าผมจะปลอบยังไงเธอก็ไม่หยุดร้อง ต่อมาเธอก็มาซบและร้องไห้อยู่ที่หัวไหล่ของผม น้ำตาของเธอทำให้เสื้อของผมเปียกชื้นไปหมด
ต้องเจอกับความทุกข์ทรมานขนาดไหน ถึงทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งร้องไห้จนอยู่ในสภาพแบบนี้ และสภาพที่ขวัญผวาก่อนหน้านี้อีกด้วย
หลังจากผ่านไปสิบกว่านาที ในที่สุดเสี่ยวฉิงก็หยุดร้อง
ผมพาเธอเข้าไปในห้องน้ำ และชุบน้ำผ้าขนหนูหมาดๆ แล้วเช็ดหน้าให้เธอ เธอดูมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย
“กินข้าวหรือยัง”
เสี่ยวฉิงส่ายหน้า แต่เธอห้ามไม่ให้ผมทำอาหารให้เธอกิน
“จะไม่กินข้าวได้ยังไง”
ผมไม่สนใจที่เธอห้าม และจะไปทำกับข้าวในครัว เธอเกาะแขนของผมเหมือนเด็กที่กลัวว่าผมจะหนีไป
เพราะการที่ไม่อยู่ทานข้าวที่บ้าน จึงไม่มีอะไรกิน ยังดีที่มีไข่และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ดังนั้นผมก็เลยทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และผัดไข่ให้เธอ
ถึงแม้ตอนที่ทานข้าวอยู่ในห้องนั่งเล่น เสี่ยวฉิงก็เอาแต่เกี่ยวแขนผมไว้
ใครกันนะที่ทำให้ผู้หญิงวัยใกล้จะสามสิบตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ผมแปลกใจและหวาดกลัวว่าเธอไปเจอกับเรื่องอะไรมา
หลังจากทานข้าวเสร็จ ผมกำลังจะไปเทน้ำให้เธอ แต่เธอก็ห้ามผมไว้ก่อน จากนั้นก็พูดขอความช่วยเหลือจากผม
“เฉินเฟิง นายช่วยฉันได้ไหม”