ตอนที่ 117
บทที่ 117 ใบหน้าครึ่งหนึ่งของกู้ฟางเฟย
October 28, 2026
บทที่ 117 ใบหน้าครึ่งหนึ่งของกู้ฟางเฟย
เช้าวันต่อมา เมื่อพบตื่นขึ้นมาก็ไม่พบเสี่ยวฉิงแล้ว
ผมรีบลุกขึ้นมา ถึงพบว่าเธอกำลังวุ่นอยู่ในห้องครัว เหมือนกับแม่ครัวตัวน้อยที่กำลังร่าเริง
“นายตื่นแล้วเหรอ ไปล้างหน้าล้างตาสิ อีกเดี๋ยวก็ถึงเวลาอาหารเที่ยงแล้ว อ้อ เมื่อกี้ฉันออกไปซื้อของกิน เลยหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าเงินของนาย ฉันไม่ได้เอาติดตัวมา ตอนที่ออกจากบ้าน…”
“ไม่เป็นไร เธอสามารถใช้จ่ายได้ ก็เหมือนกับเราออกไปทานอาหารข้างนอก บนตัวเธอยังมีบาดแผล กินอะไรบำรุงเข้าไปเยอะๆ”
เสี่ยวฉิงพูดอย่างเขินอายว่า “ไม่เป็นไร ฉันดีขึ้นเยอะแล้ว ขอบใจนะ”
เมื่อเห็นว่าเธอสดใสขึ้น ผมจึงไม่ได้พูดอะไรออกไปมากมาย
หลังจากที่ผมล้างหน้าล้างตา แล้วมาทานข้าวเที่ยงกับเสี่ยวฉิง จะไม่พูดก็ไม่ได้ว่าฝีมือการทำอาหารของเธอนับว่าดีเลยทีเดียว แทบจะเทียบได้กับจางหงหวู่เลย
รูปร่างดี หน้าตาสะสวย แถมยังอ่อนโยนและทำอาหารเก่งอีก สะใภ้แบบนี้ ทำไมไอ้เลวนั่นถึงยังทำกับเธอลงอีก คงไม่มีใครรับรู้ความเจ็บปวดนี้ได้!
หลังจากที่ทานข้าวเที่ยงเสร็จ ผมขับรถพาเธอไปที่พักของจางหงหวู่ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นรถสปอร์ตของหยู่ถิง
ผมอยากพาเธอไปพักผ่อนข้างนอกเพื่อทำให้จิตใจสงบ แต่เธอไม่อยากพบเจอผู้คน กลัวว่าจะเจอคนที่รู้จัก ดังนั้นผมเลยจะพาเธอไปที่เมืองหลิน
ที่นั่นไม่มีใครรู้จักเธอ เธอจะได้ทำอะไรได้ตามต้องการโดยไม่ต้องหวาดกลัวใคร และจะได้ไม่ต้องไปคิดเรื่องที่ทำให้เธอไม่สบายใจ
ผมไปเดินชอปปิงเป็นเพื่อนเธอ ผมซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เธอ แต่เธอไม่ต้องการ สุดท้ายเธอก็ต้องยอมเพราะความตื้อของผม เธอซื้อเสื้อผ้าเพียงหนึ่งชุดเท่านั้น
หลังจากที่เธอลองเสื้อในห้องลอง ผมไม่ได้บอกให้เธอถอดออก ผมขอใบเสร็จและเดินออกจากร้าน
จะไม่พูดก็ไม่ได้ว่าสำนวนที่ว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
ถ้าก่อนหน้านี้เสี่ยวฉิงได้คะแนน 85 คะแนน เธอในตอนนี้คงจะต้องให้คะแนนสัก 90 คะแนนขึ้นไป อยู่ในระดับเดียวกับหยู่ถิงเลยล่ะ
“เสี่ยวฉิง ทำไมเธอดูดีขนาดนี้”
คำถามของผม ทำให้เสี่ยวฉิงเขินอายเล็กน้อย
วันนี้เธอเที่ยวเล่นอย่างมีความสุข เธอร่าเริงเหมือนเด็กที่ได้เข้าไปในสวนสนุกอย่างไรอย่างนั้น
ใกล้จะหกโมงเย็น เราไปทานอาหารในโรงแรมหรู จากนั้นผมจึงขับรถพาเธอกลับไปที่เมืองนั้น
หลังจากที่ได้ผ่อนคลายมาทั้งวัน เธอดูผ่อนคลายและไม่ค่อยคิดมากอีก
เมื่อกลับมาถึงที่พัก ผมมาส่งเธอและให้เธออยู่ในบ้าน อย่าออกไปไหน
เสี่ยวฉิงทำตามอย่างว่าง่าย แถมยังบอกให้ผมทำงานอย่างไม่ต้องกังวล
ถ้าไม่ใช่เพราะช่วงนี้หวงหรุงเป็นหวัด หลิวทงก็ไม่อยู่ ผมล่ะอยากลาสักสองสามวันเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนเธอ
ผมลงมาจากตึกและเปลี่ยนเป็นรถโฟล์คสวาเกน ซานตาน่าของหลิวทง จากนั้นก็รีบขับไปที่ศูนย์อาบน้ำตี้หวัง
ช่วงค่ำไม่มีเรื่องอะไร ผมโทรหาเสี่ยวฉิงเป็นระยะ เมื่อเธอไม่เป็นอะไร ผมก็วางใจ
จากนั้น เสียงของคนที่เฝ้าหน้าประตูดังออกมาจากวิทยุสื่อสาร เขาแจ้งว่ามีลูกค้า
ผมส่งสัญญาณให้พวกหนุ่มๆ พวกมันเลิกเล่นไพ่ และยืนอย่างเรียบร้อย เต็มไปด้วยความกระฉับกระเฉง
เมื่อลูกค้าเดินลงมา ผมก็รู้ว่าพวกผู้ชายพวกนี้กระชุ่มกระชวยไปก็เปล่าประโยชน์
ผู้หญิงผมยาวหน้าตาดี เธอปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง ไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว
เป็นอย่างที่ผมคิด เมื่อรู้ว่าผมได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นผู้จัดการและไม่รับแขกอีกแล้ว เธอก็หมุนตัวเดินออกไป
“พี่เฟิง นี่มันอะไรกัน นี่เป็นคนที่สามแล้วนะ คนแรกคือผู้หญิงอ้วน คนที่สองคือคุณครู แล้วก็คนนี้อีก ทำไมพวกเธอมาที่นี่เพราะพี่ พอรู้ว่าพี่ไม่ทำแล้วก็สะบัดตูดกลับไป โดยไม่ชายตามองพวกเราเลย พี่ได้เป็นผู้จัดการแล้ว ช่วยเหลือหนทางทำมาหากินให้พวกเราหน่อยเถอะ!”
ทุกคนพากันบ่น ผมปิดปากพวกมันด้วยซองที่บรรจุเงินคนละซอง ทำให้พวกมันยิ้มได้อีกครั้ง
“พวกแกนี่มันเลวจริงๆ…”
ขณะที่ผมกำลังจะด่ามันเล่นๆ ผู้หญิงที่ปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งก็กลับมาอีกครั้ง
“นะ นายช่วยฉันอีกครั้งได้ไหม แค่ครั้งเดียว”
ผมคิดไปคิดมา และพูดออกมาว่า “ตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้เป็นเวลาที่ต้องต้อนรับแขก ถ้าคุณไม่มีธุระอะไร ก็รอให้ค่ำกว่านี้หน่อย ค่ำๆ ผมจะไปหาคุณ”
เธอพยักหน้า แสดงออกว่ากำลังดีใจอยู่เล็กๆ รอยยิ้มปรากฏออกมาบนใบหน้าของเธอ
นี่เป็นครั้งที่สองที่ผมเห็นเธอยิ้ม
ผมให้เธอไปรอผมที่ห้องอาบน้ำ เธอปฏิเสธและรอผมอยู่ในห้อง
ผมไม่รู้จะทำยังไง จึงต้องจำใจให้เธอนั่งข้างผม และนั่งดูเด็กพวกนั้นเล่นไพ่