ตอนที่ 121
บทที่ 121จดหมายที่ทิ้งไว้ของซุนฉิง
October 28, 2026
บทที่ 121 จดหมายที่ทิ้งไว้ของซุนฉิง
ถ้าไม่ใช่เมื่อตอนเที่ยงไม่ได้ฝากท้องไว้ที่เสี่ยวฉิงล่ะก็ คืนนี้คงต้องลงเอยกินของหวงหรุงแน่ๆ
เธอตัวแข็งทื่อเหยียดตรงออกมาจากบนโต๊ะทำงาน หน้าแดงก่ำด่าออกมาด้วยความโมโหโกรธา
“นี่นายอยากตายหรือไง ทำให้ฉันบวมพองไปหมด ร้อนรุ่มไปหมด จะฆ่ากันให้ตายหรือไง......”
“นั่นไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนต้นคิดหรือไง ตอนนี้จะมาโทษว่าเป็นความผิดฉันเหรอ?”
หวงหรุงไม่พูดอะไรต่ออีก เห็นได้ชัดว่าตีเนียนปล่อยเงียบ
มองเวลาใกล้จะถึงเวลาเข้างานแล้ว เลยเช็ดที่หน้าอกของเธอแรงๆสองทีจากนั้นค่อยออกมา
คืนนี้ธุรกิจดำเนินไปอย่างปกติ จนเวลาตี1กว่าถึงได้ไปรับลูกค้าสองกลุ่มเลยทำให้หวงหรุงโบกมือใหญ่โต ปิดประตูร้านรีบเลิกงาน แต่ละคนกลับไปบ้านไปนอน
ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี วันนี้ถือว่าไม่ได้ทำให้ผมเหนื่อยเจียนตาย รีบนอนพักผ่อนดีกว่า
แต่น่าเสียดาย สิ่งที่ผมคาดหวังไว้ พอหลังจากกลับไปไม่ได้อย่างที่ว่าไว้เลย
พอกลับมาถึงที่พัก เสี่ยวฉิงก็เสนอของว่างยามค่ำคืนแทนใจให้
ผมยังไม่ทันจะกินไม่อิ่ม เธอก็ใช้มือเล็กๆอันอบอุ่นคู่นั้นสอดเข้ามาในกางเกงอีกครั้ง หยอกล้อเบาๆ
“เสี่ยวฉิง ไม่ใช่ว่าไอ้เวรนั้นเป็นพวกคืนละเจ็ดหน หนละสามวินาทีหรอกนะ?”
เสี่ยวถิงเข้าใจความหมายที่ผมสื่อออกไปอย่างชัดเจน หน้าของเธอเริ่มแดงขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเธอเอาศีรษะน้อยๆของเธอพิงอิงแอบบนหัวไหล่ของผม
“ฉันเพียงแค่ชอบคุณ ฉันต้องการครอบครองคุณ ต่อให้ถูกคุณทรมานจนตายฉันก็ยินดี”
คำหวานของเธอ ทำให้ผมเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกดุจดั่งประสบความสำเร็จก็ไม่ปาน แต่ในเวลาเดียวกันก็รู้สึกถึงความหวาดกลัวท่วมท้นออกมาอย่างบอกไม่ถูก
ฟังความหมายที่เธอพูดนี่เธอคงอยากให้ผมร่วมเป็นร่วมตายไปกับเธอ ฆ่าเธอตายไปแล้วผมจะยังรอดมั้ยเนี่ย? ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแล้วละ!
ผมจึงไม่พูดอะไรต่อจากนั้น ผมก็แค่กลับมาจดจ่อกับอาหารว่างยามดึก
ไม่นานจากนั้นเสี่ยวฉิงก็ถอนใจทุ้มต่ำออกมา “คุณไม่ไหวก็พอดีกว่า ฉันไม่บังคับคุณหรอก ฉันจะนอนแล้ว......”
ผมรู้ว่าเธอจงใจ แต่จะมีผู้ชายที่ไหนอยากจะถูกประณามว่า ‘ไม่ไหว’บ้างล่ะ?!
ใครอยากจะสวมหัวโขนนี้ก็แล้วแต่ แต่ผมไม่ยอมแน่ๆ
จากนั้นขณะที่เธอหยุดลุกขึ้นมา ผมก็จู่โจมดึงกางเกงและกางเกงตัวจิ๋วออกแล้วผลักเธอลงบนโซฟา หลังจากนั้นก็ฟาดไปที่ก้นของเธอด้วยความเคียดแค้นอย่างแรง จนเธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“เจ็บเหรอ? เดี๋ยวตอนท้ายจะเจ็บกว่านี้อีก!”
ไม่มีอารัมภบทก่อนหน้าอีกต่อไป ถอดกางเกง ลูบไล้เอวอันบอบบางของเธอด้วยมือทั้งสองข้าง จากนั้นจับเอวให้มั่นคง กระแทกเข้าไปในส่วนบอบบางของเธออย่างเกรี้ยวกราด
การไม่มีน้ำรักลดแรงเสียดสี ทำให้ผมรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เผ็ดร้อน ไม่ต้องพูดถึงฝั่งตรงข้าม เธอกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
“ไม่ไหว? คืนนี้ผมจะแสดงคุณดูว่าคนเก่าแก่ยังไหวหรือไม่ไหว! ”
ท่ามกลางเสียงร้องอันเกรี้ยวกราด ความเจ็บปวดที่ดึงดูดใจครั้งแล้วครั้งเล่า ผมโจมตีที่เสี่ยวฉิงอย่างรุนแรงจนเธอสุขสม จนร่างกายส่วนนั้นของเธอสั่นสะท้าน ร้องออกมาไม่หยุด......
จากที่ใช้งานไปแล้วสามนัดในช่วงบ่าย ทำให้การตอบสนองลดลงไปมาก แต่ว่าด้วยความชำนาญในการควบคุมอันสุดยอดของผม เวลาออกศึกทำให้ยืดเวลาให้ความสุขยาวนานออกไปได้
ศึกนี้ กินเวลายาวนานตั้งแต่ตีสองยันห้าโมงเช้า
ทุกครั้งที่เริ่มใกล้จะถึง ผมจะจงใจปรับจังหวะให้ช้าลง ค่อยๆนวดจูบน้องสาวของเธอ จนกระทั่งรู้สึกว่าน้องชายเริ่มเล็กลง จึงค่อยเริ่มโจมตีเธอต่อ
คืนนี้ไม่รู้ว่าเสี่ยวฉิงถึงจุดสุดยอดไปแล้วกี่ครั้ง ที่แน่ๆรู้สึกว่าน้องสาวของเธอสั่นสะท้านตลอดเวลา เสียงร้องของเธอทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นร้องด้วยความทรมาน
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงเธอเริ่มอ้อนวอน เธอบอกว่าเธอผิดไปแล้ว ขอให้ผมรีบปลดปล่อยเข้ามาในตัวเธอ เธอไม่กล้ามากไปกว่านี้แล้ว
แต่ผมไม่สนองคำขอของเธอ ในหัวของผมเต็มไปด้วยคำพูดของเธอที่บอกว่า ‘คุณไม่ไหวก็พอเถอะ’
สองชั่วโมงผ่านไป หน้าผากของเสี่ยวฉิงเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ