ตอนที่ 126
บทที่ 126 ทำแบบนี้อีกไม่ได้
October 28, 2026
บทที่ 126 ทำแบบนี้อีกไม่ได้
เสียงหัวเราะมาจากด้านหลัง ฉันหันตัวไปมอง จ้าวเย่นซวนที่กำลังหอบของกินเต็มถุง ท่าทางแบบนี้น่าจะเพิ่งออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต
ผมไม่ได้มองตัวเองเป็นคนนอกอะไรเลยหยิบเครื่องดื่มจากถุง แล้วเปิดฝากรอกใส่ท้อง
จ้าวเย่นซวนรู้สึกไม่พอใจ “คนอย่างคุณเนี่ยนะ ทำอย่างงี้ได้ยังไง นี่มันของฉัน ส่งคืนมา!”
จากนั้น ฉันส่งฝาขวดให้เธอ “ไปแลกเอาเองซ อย่าบอกว่าฉันติดหนี้คุณนะ ตอนนี้เราหายกันแล้ว”
จ้าวเย่นซวนย่างเท้ามาด้วยความโกรธ “เป็นคนยังไงเนี่ยคุณน่ะ ดื่มน้ำของฉันฟรีๆแล้วยังจะมีขวาดอีกได้ ไอ้ดวงดีขี้หมา”
“อือ เหยียบอุจจาระคุณแล้ว”
จ้าวเย่นซวนเหมือนแมวโดนเหยียบหางก็ไม่ปาน ตอนนั้นโกรธจนระเบิดออกมา
ผมไม่ตอบโต้เธอ ข้างทางมีร้านของหวาน ผมเลยลากเธอเข้าไปในร้าน
ตอนเข้าไปผมทั้งลากทั้งผลักเข้าไป แต่พอเข้าไปเท่านั้นล่ะอะไรก็ดึงเธอไว้ไม่ได้อีกต่อไป อันนี้ก็อยากกิน อันนั้นก็อยากกิน เหมือนกับว่าอยากกินไปหมดทุกอย่าง ก่อนกับหลังนี่เหมือนกับคนละคน
ขณะที่นั่งพักที่ร้านของหวาน ผมก็คุยเล่นกับเธอ
ขณะที่คุยเล่น อยู่ดีๆจ้าวเย่นซวนก็ถามผมขึ้นมา “ช่วงนี้คุณได้พบกับเซี่ยวถิงบ้างมั้ย?”
“สองวันก่อนเห็นอยู่นะ มีอะไรเหรอ?”
เธอรีบร้อน รีบถามผมว่าเธออยู่ที่ไหน
“ฉันก็แค่อยากรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนก็พอแล้ว ฉันยังตามหาเธออยู่ ทำไมเหรอ”
จากนั้นจ้าวเย่นซวนบอกกับผมว่า “สามีของเธอตอนที่ทำงานคนเดียว เพราะว่าไม่ได้รับอนุญาตจัดการเชื่อมแก๊สเป็นการส่วนตัว ไม่รู้ว่าตอนนั้นแก๊สระเบิดได้ยังไง แต่ตอนนี้คนถูกช่วยออกมาแล้ว แล้วก็แล้วก็...... ”
พอเห็นจ้าวเย่นซวนมีความกังวล ผมก็เลยชี้ไปที่เป้ากางเกงของเธอ “เป็นเหมือนกับเธอน่ะเหรอ?”
จ้าวเย่นซวนอายจนหน้าแดงไปหมดกำหมัดแน่น ชกมาที่ผมอย่างเต็มแรง
แต่เธอก็ยังอธิบาย “ไม่ได้เหมือนทั้งหมดหรอก เขาโดนระเบิดจนไม่เหลือ ไม่มีส่วนเว้าเข้าไป......”
ผมพยักหน้า “ไม่ต้องอธิบายละเอียดขนาดนั้นก็ได้ ไม่มีส่วนเว้าเข้าไปแล้ว แค่คิดก็ไม่น่ามีผู้ชายคนไหนยินดีแตะต้องเขาล่ะ"
หน้าเล็กๆที่เขินอายจนแดงก่ำของจ้าวเย่นซวนเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมา ผมเลยเอ่ยปากพูดตัดบทเธอ “งั้นคุณตามหาเสี่ยวฉิงไปทำอะไร?”
จ้าวเย่นซวนยิ่งแปลกใจชัดเจน “นั่นเป็นสามีของเธอนะ สามีเธอเกิดเรื่องยังไม่ต้องรีบบอกเธอ?”
ดูท่า เธอคงไม่รู้ซินะว่าไอ้ระยำนั่นมันทำอะไรไว้กับเสี่ยวถิงบ้าง
เสี่ยวฉิงไม่พูด ปกติแล้วเรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะไปประกาศบอกใครได้
จ้าวเย่นซวนมองขนมที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะ ตาโตงอโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว ท่าทางดีใจมาก บนใบหน้าที่สวยงามปรากฏความสุขเบิกบานใจ
“ซวนซวน คุณมีของอะไรอยากได้เป็นพิเศษมั้ย?”
จ้าวเย่นซวนเงยหน้ามองมาที่ผม “มีซิ คุณอยากช่วยให้ฉันสมหวังหรือเปล่าล่ะ?”
ผมพยักหน้า“ลองพูดมาซิ ไม่แน่อาจจะทำให้สมหวังได้ก็ได้ ”
ในใจผมคิดว่าความปรารถนาของพวกสาวๆคงหนีไม่พ้นพวกอยากไปดูคอนเสิร์ตดารา อยากไปงานแจกลายเซ็นพวกดาราอะไรแบบนั้น หรือไม่ก็รถรุ่นใหม่ล่าสุด หรือไม่ก็อยากได้พวกแหวนเพชรอะไรพวกนั้น
แต่ความปรารถนาของจ้าวเย่นซวนนั้น เกินความคาดหมายของผมไปไกลมาก——
“ฉันอยากจะมัดคุณไว้กับล้อรถ แล้วซิ่งออกไป ซิ่งไปยันสุดทางด่วนโน้น!”
ความปรารถนานี้ นี่มันยากที่จะช่วยจริงๆ......
“ถ้าอย่างนั้นมีสิ่งที่อยากได้รองลงมามั้ย พวกของอะไรแบบนั้น”
จ้าวเย่นซวนคิดแล้วคิดอีก พยักหน้าตอบ “ยังมีอีกอย่าง ซื้อยาเบื่อหนูแล้วเอาให้คุณกิน จากนั้นก็เขย่าไปเขย่ามา”
กินก็กินเข้าไปแล้ว ยังจะอยากเขย่าไปมาอีก ทำซะผมขวัญผวา
เธอบอกผมว่า เขย่ายาจะทำให้ยาออกฤทธิ์ไวขึ้น
“นี่คุณกลัวผมไม่ตายหรือไง! ”
ท้ายที่สุด จ้าวเย่นซวนก็บอกสิ่งที่เธออยากได้ออกมา เธออยากจะเก็บเงินซื้อเก้าอี้นวดให้พ่อของเธอ
พ่อของเธอแต่ก่อนเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน สมัยหนุ่มๆเป็นผู้นำกลุ่มออกไปรบจนเป็นโรคปวดหลังเรื้อรัง การมีเก้าอี้นวดที่บ้าน เวลาพ่อรู้สึกไม่สบายตัวก็จะได้ใช้มันได้ จะได้ไม่ต้องทนเจ็บ
ผมพูดเลยว่าพ่อของเธอดูเป็นทหารผ่านศึกที่น่าเคารพยกย่องมาก
แต่พอฟังเธอพูดถึงพ่อของเธอแล้ว ผมก็นึกถึงพ่อของตัวเอง เทียบกับเธอแล้ว ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นพวกลูกอกตัญญูก็ไม่ปาน
ผมเลยให้เธอพาไปเก้าอี้นวด ผมเองก็อยากซื้อให้พ่อผมสักตัวนึง
เธอไม่ยอมไป สุดท้ายผมเลยมองถมึงทึงไปที่บางส่วนของเรือนร่างอ่อนนุ่มของเธอ จนเธอรับรู้ได้ถึงความคุกคามของผม เธอจึงเลือกที่จะยอมแพ้ไป
ผมซื้อเก้าอี้นวดแบบเดียวกัน 2 ตัว ตัวหนึ่งส่งไปที่บ้านของจ้าวเย่นซวน อีกตัวส่งไปที่บ้านของผม
หลังจากออกจากห้าง จ้าวเย่นซวนเอาแต่มองผมตลอดทาง
“ทำไมเหรอ หน้าผมมีดอกไม้ติดอยู่ หรือเพิ่งรู้สึกได้ถึงความหล่อของผมที่คล้ายกับเหลียงเฉาเหว่ยและคิมเฉินหวู่ผสมกัน?”
จ้าวเย่นซวนมองผมด้วยสายตาว่างเปล่า “ฉันก็แค่คิด คุณมีอะไรไปดลใจกันแน่ถึงได้ทำมาเป็นใจกว้างจนวันนี้มาทำดีกับฉัน”
“อย่าบอกนะว่าคุณไม่เคยได้ยินมาก่อน อยากจะฆ่าหมู ก็ต้องเลี้ยงหมูก่อน? ”
“ไสหัวไปเลยนะ แกซิเป็นหมู!!!”
ไม่มีอะไรหรอก ผมตามไปช่วยจ้าวเย่นซวนซื้อขนมในร้าน จากนั้นก็พาเธอไปส่ง
ตอนผ่านร้านดอกไม้ ผมเข้าไปซื้อดอกกุหลาบ 1 ช่อแล้วมอบให้เธอ
เป็นค่าตอบแทน แล้วผมก็พาเธอไปซูเปอร์เลือกซื้อของทานเล่น
ระหว่างทางกลับ จ้าวเย่นซวนที่ท่าทางมีความสุขค่อยๆสูดดมกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ มีคนผ่านไปมามองมาที่เธอ เธอดูเหมือนจะดีใจ หน้าเล็กๆดูภาคภูมิใจขึ้นมา
พอมาถึงข้างใต้ตึกที่พัก ผมส่งถุงของทานเล่นให้จ้าวเย่นซวน 2 ถุงโตๆ
เธอรับถุงนั้นไป ผมก็หมุนจะกลับ
แต่เดินไปได้2 ก้าว เธอก็เอ่ยปากออกมา
“ เฉินเฟิง มีคำถามที่ฉันอยากจะถามคุณตรงๆ”
ผมหันหัวกลับมา มองไปที่เธออยากแปลกใจ “มีอะไรเหรอ? ”
จ้าวเย่นซวนก้มหัว มองไม่เห็นใบหน้าของคนอวดดี หลงเหลือแต่เพียงความเขินอายและไม่สบายใจ
หลังจากความเงียบงันอยู่นาน ในที่สุดเธอก็เงยหน้าขึ้นมา “ฉันเป็นอะไรในสายตาคุณ ผู้หญิงหรือของเล่น? ”
ผู้หญิงของผมหรือของเล่น นี่คงจะไม่ใช่แค่มุมมองของผมฝ่ายเดียว น่าจะเป็นความคิดในของเธอด้วย
หมุนตัวเดินตรงไปหน้าเธอ จับพวงแก้มอันงดงามของเธอ ผมจูบอย่างแผ่วเบาไปที่ริมฝีปากอันอ่อนนุ่ม
“ผู้หญิงของผม แต่การเป็นผู้หญิงของผมมีข้อจำกัดมากมาย ผมกลัวว่าคุณจะรับมันไม่ไหว เพระฉะนั้นก่อนที่คุณจะรับเรื่องพวกนั้นได้ ผมก็ไม่สามารถแตะต้องร่างกายของคุณ ”
แล้วก็จูบเธออีกครั้ง จากนั้นผมก็เดินจากไป ไม่แม้แต่จะสนใจการแสดงออกทางสีหน้าเพียงเล็กน้อยของเธอ
หลังจากเรียกรถกลับมาที่พัก ตัวผมก็เตรียมตัวไปหาหลิวทงดูดบุหรี่พูดเล่นกัน ฟังเขาโม้ตอนปีที่ติดตามชายแก่ตาบอดสุดเจ๋ง
แต่พอเข้าไปในห้องนอนของเขาก็พบว่าบนเตียงมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงา
“หลิวทง นักขุดสุสาน?! ”
ตะโกนออกไปหนึ่งรอบ ไม่มีการตอบโต้ใดๆในห้อง
ดังนั้นผมเลยหยิบมือถือออกมาโทรหาเขา
“วิ่งหนีสะเปะสะปะทำไม แผลยังไม่ทันจะหายดีเลย......”
ผมยังไม่ได้ตอบแทนอะไรเข้าเสร็จเลย หลิวทงที่อยู่ต้นสายก็ตอบกลับมา
“เพื่อนของฉันพวกนั้นจะต้องไม่ตายฟรี ของของฉันพวกมันจะเอาไปฟรีๆไม่ได้ นายไม่ต้องกังวลไป ไม่กี่วันฉันจะกลับไป”
ผมไม่มีคำพูดอยู่นาน
“พวกนายนี่มันกล้าได้กล้าเสียกล้าเอาชีวิตไปเสี่ยงมากจริงๆ เทียบไม่ได้ และก็แนะนำไม่ไหวจริงๆ เอาเป็นว่าระวังตัวให้ดีๆ รอดกลับมาให้ได้นะ ฉันยังมีอะไรบางอย่างต้องการให้นายช่วยตามหาให้ฉันหน่อย”