ตอนที่ 169
บทที่ 169 ถังก๋อก่อที่แสนเขินอาย
October 28, 2026
บทที่ 169 ถังก๋อก่อที่แสนเขินอาย
ถ้าจะพูดถึงไอ้หมอนั่นที่ใส่สร้อยทองแดงเป็นสร้างทองนั้น ผมมั่นใจว่าพอตรวจร่างกายทั้งหมดแล้วนั้น เขาอาจจะต้องเอาตัวเองไปอยู่ที่โรงพยาบาล
ดังนั้นก็ไม่มีที่เกินการคาดเดาได้อีก หลังจากที่ผมให้เขาไสหัวไปขอโทษ เขาก็สะกดอารมณ์โมโหไสหัวมาขอโทษแล้ว
สำหรับผู้คนโดยรอบที่มามุงดูบรรยากาศคึกคักนี้ ก็ค่อยๆสลายตัวไป สิ่งที่กล่าวว่า ‘ชนสร้างสถานการณ์’คำเล่าลือที่ถูกปรักปรำนี้ ก็แพ้ภัยสลายหายไปเองโดยธรรมชาติ
“ขอบคุณมากค่ะ......”
ถังก๋อก่อแสดงความขอบคุณมาที่ผม แต่ถูกผมปฏิเสธ ตอนนี้ผมกังวลอาการบาดเจ็บของเธอมากกว่า
วันนี้เธอสวมกางเกงยีน เสื้อโค้ตหลวมๆตัวหนึ่ง
บนร่างกายมองไม่เห็นส่วนที่บาดเจ็บ กางเกงยีนนั้นขาดตอนที่ถูกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าล้มกระแทกพื้น แต่ตำแหน่งนั้นชวนเก้อเขินอยู่สักหน่อย จากด้านในต้นขายาวไปถึงเข่าพอดี ไม่อย่างงั้นเธอคงไม่เอามือเล็กๆสีขาวนวลมาปิดไว้ตลอดเวลาแบบนี้
หลังจากที่ช่วยพยุงเธอขึ้นมา ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ผมเปิดประตูหลังรถ ย้ายรถมอเตอร์ไซค์ของเธอขึ้นไป
จากนั้นผมก็มาด้านข้างคนขับของรถ เปิดประตูรถส่งสัญญาณให้เธอขึ้นรถ
ถังก๋อก่อก็พยักหน้าเป็นการขอบคุณ จากนั้นก็ก้าวตรงมาหาผม แต่ว่าก้าวได้เพียงก้าวเดียว เธอก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บ ‘โอ๊ย’ เกือบจะล้มลงไปกองบนพื้น
ผมรีบตรงเข้าไปช่วยพยุงเธอขึ้นมา “เป็นยังไงบ้าง?”
“ตอนที่ล้มกระแทกลงไป เหมือนว่าข้อเท้าจะพลิก ตอนนี้เจ็บเท้ามาก”
หลังจากประคองเธอขึ้นรถ ผมก็ตรงไปถอดรองเท้าของเธอออก
ถังก๋อก่อรู้สึกเขินอาย อยากจะชักเท้ากลับ แต่ถูกผมห้ามเอาไว้ “อย่าขยับ ขอผมดูหน่อย”
ถอดรองเท้าลำลองของเธอออก จากนั้นผมก็เห็นเท้าที่บวมแดงของเธอ ข้อเท้าพลิกแน่ๆอย่างไม่ต้องสงสัย
“ไม่เป็นอะไรมาก กระดูกเหมือนว่าจะไม่เป็นไร น่าจะแค่ข้อเท้าพลิกปกติ”
หลังจากที่ผมช่วยเธอสวมรองเท้ากลับเข้าไป ผมก็ขึ้นรถพาเธอออกจากที่นี่ จากการที่เธอบอกทาง ขับรถกลับไปส่งเธอที่บ้าน
พอมาถึงบ้านของเธอชั้นล่างเขตพื้นที่เล็ก ผมลงจากรถไปที่ประตูด้านข้างคนขับ เปิดประตูรถ
“ใครอยู่ที่บ้าน?”
“ไม่มีคนอยู่ที่บ้าน ฉัน......”
ไม่รอถังก๋อก่อพูดจบ จากนั้นผมใช้มือข้างหนึ่งประคองเอวบางของเธอขึ้นมา อีกข้างหนึ่งรับขาคู่สวยเรียวยาวของเธอ กอดคนทั้งคนไว้ในอ้อมแขน
“คุณทำอะไรนะ คุณรีบวางฉันลงเลยนะ!”
ถังก๋อก่อในความเขินอายนั้นมีความกังวลเล็กน้อย ผมเลยวางเธอลงบนพื้น ให้ตัวเธอนั่งอยู่บนพื้น “ตอนนี้โอเคแล้วใช่มั้ย?”
ถังก๋อก่ออยากที่จะลุกขึ้นมา แต่สุดท้ายเนื่องจากข้อเท้าเจ็บเป็นสาเหตุ ทำยังไงก็ลุกไม่ขึ้น
ท้ายที่สุด เธอก็มองผมด้วยความโมโห “คุณมาช่วยพยุงฉันลุกที!”
“ไม่รู้ว่าสมองเล็กๆของคุณคิดอะไรอยู่กันแน่ ผมก็แค่ถามว่าบ้านของคุณมีคนอยู่หรือเปล่า จะให้คนที่บ้านมาช่วยอุ้มคุณขึ้นไปก็เท่านั้นเอง คุณตอนนี้สภาพแบบนี้จะไปขึ้นข้างบนได้ยังไงกัน ผมจะอุ้มคุณขึ้นไป คุณกลับคิดว่าผมอยากทำนอกลู่นอกทางกับคุณ คุณนี่มันจริงๆ......”
ขณะที่ตำหนิไป ผมก็อุ้มถังก๋อก่อขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้หน้าของเธอแดงไปหมด แต่ว่าไม่ปฏิเสธอีกต่อไป
ปิดประตูรถ จากนั้นผมอุ้มเธอขึ้นข้างบน
โชคดีที่ปกติออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่อย่างนั้นไม่มีทางจะขึ้นมาชั้นห้าของตึกหลายชั้นแบบนี้ได้แน่ๆ ยิ่งไปกว่านั้นคืออุ้มร่างกายอันสวยงามของเธอด้วยแล้ว
“คุณต้องเกิดปีหมูแน่ๆ หนักขนาดนี้!”
“ตรงไหนกัน ฉันไม่ถึงห้าสิบกิโลด้วยซ้ำ ฉันก็ไม่เกิดปีหมูด้วย ฉันเกิดปีวัว!”
ถังก๋อก่อถกเถียงกับผม จากนั้นผมเลยตอบกลับไปประโยคหนึ่ง ทำเอาเธอหน้าแดงไม่พูดอะไรอีกเลย
“ใช่ ผมรู้ว่าคุณเกิดปีวัว ผมขี้โม้มั้ยละ......”
ไม่ง่ายเลยที่จะปีนขึ้นไปหน้าประตูบ้านของเธอที่อยู่ชั้นห้า จากนั้นวางเธอลง เธอหยิบกุญแจออกมาเปิดประตู จากนั้นก็หันตัวมากล่าวขอบคุณผม
“ถังก๋อเอ๋อร์ คุณจะดีจะร้ายยังไงก็ให้ฉันดื่มน้ำหน่อยเถอะ นี่มันชั้นห้านะ ผมเพิ่งอุ้มคุณแม่วัวตัวเล็กขึ้นมา ถึงจะพูดเรื่องบุญคุณนี้ ผมก็เป็นเถ้าแก่ของคุณ คุณจะไม่สนใจไยดีให้น้ำผมดื่มก็ไม่ได้ถูกมั้ย?”