ตอนที่ 156
บทที่ 156 คุณเป็นนักต้มตุ๋นมาจากไหน?
October 28, 2026
บทที่ 156 คุณเป็นนักต้มตุ๋นมาจากไหน?
“คุณเป็นใคร? พาคนแปลกหน้ามากมายขนาดนี้เข้ามาในบริษัทเครื่องประดับจางซื่อกรุ๊ปของเรา แถมยังพูดจาใหญ่โต ต้องการอะไรกันแน่?” จางหงจูนมองหน้าเจียงฉีอย่างซีเรียส โดยที่ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าซูนเหินนั้นตกใจจนฉี่ราดไปแล้ว
“ขะ เขาคือ……” ซูนเหินกระซิบกับจางหงจูนด้วยสีหน้าที่หวาดผวา
ทันใดนั้น สีหน้าของจางหงจูนก็เปลี่ยนไปทันที เขาจ้องมาที่เจียงฉีอย่สงไม่อยากจะเชื่อ
“คะ คุณคือเจียงฉีเหรอ?” จางหงจูนถามออกมาด้วยความตกใจ
“ฮึ” เจียงฉีขำออกมาอย่างไม่ชอบใจ และไม่ได้สนใจจางหงจูน เขาแค่จ้องมองไปที่ซูนเหินด้วยสายตาที่ไม่พอใจ “ซูนเหินคุณลืมที่ผมเคยบอกไปแล้วเหรอ? ทำไมถึงยังกล้ามาเสนอหน้าให้ผมเห็นอีก?”
“ผม……ขอโทษครับ ท่านประธานเจียง ผมผิดไปแล้ว ผมจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้เลยครับ!” ซูนเหินตบหน้าตัวเองไปสองทีจากนั้นก็กลิ้งออกไปอย่างไม่รู้จักอาย
ล้อเล่นอะไรกัน ตั้งแต่ตีลังกาที่ฉินหยุนโล๋ พอซูนเหินเห็นหน้าเจียงฉีก็ราวกับเจอหน้าปู่แท้ๆ แม้แต่ลมยังไม่กล้าผายเลย
ก่อนหน้านี้ เจียงฉีเป็นแค่ผู้จัดการเล็กที่ซูนเหินสามารถเหยียดหยามได้ตามใจชอบ แต่ตอนนี้เขากลายเป็นคนที่บริหารกรุ๊ป Ocean ทุกคนต่างก็เรียกเขาว่า มหาเศรษฐีแห่งเมืองตุงไห่!
ไม่เพียงเท่านั้น เจียงฉียังมีคนร้ายกาจอย่างฉินฝู้กุ้ยคอยรับใช้อีก มันก็เท่ากับติดปีกให้เสือที่อยู่ในเมืองตุงไห่เข้าไปอีก ตอนนี้ในวงการของเมืองชิงหยูนนี้มีใครกล้าไปหาเรื่องเจียงฉีกัน?
ก่อนหน้านี้ซูนเหินเองก็เคยคิดที่จะไปเอาคืนเขาบ้าง โดยแอบทำอะไรลับหลัง แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า จนทุกวันนี้คุณท่านซูนยังเตือนเขาอยู่เลยว่าอย่าพาศัตรูที่น่ากลัวเข้าบ้านอีก
โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงฉินหยุนโล๋ยิ่งเป็นการทำให้ชื่อเสียงของเขาเสื่อมเสียมากขึ้นไปอีก มันทำให้ตำแหน่งในตระกูลซูนลดลงไปอย่างมาก จนไม่หลงเหลืออำนาจของคุณชายใหญ่แห่งตระกูลซูนเลยแม้แต่นิดเดียว
“หยุดอยู่ตรงนั้น!” เจียงฉีพูดด้วยความโมโห แล้วพุ่งเข้าไป ป้าบๆๆ ตบหน้าซูนเหินไปหลายที ทำเอาทุกคนในห้องต่างพากันตะลึงไปหมด
“ซูนเหิน เมื่อกี้คุณพูดจาไม่ให้เกียรติประธานจางใช่มั้ย? อยากตายใช่มั้ย?” เจียงฉีถามอย่างไม่พอใจ
ใบหน้าของซูนเหินกลายเป็นรอยแดงห้านิ้วไปแล้ว เขาเอามือกุมหน้าอย่างไม่มีทางเลือก ยังไม่ทันที่จะได้พักหายใจหลิวจุนก็พุ่งเข้ามาเตะเข้าที่เข่าของเขา จนเขาต้องคุกเข่าลงทันที
“คุกเข่าขอโทษประธานจางเดี๋ยวนี้” หลิวจุนพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
“ห๋า? ขอโทษครับ ผมผิดไปแล้ว ท่านประธานจาง ผมมันปากเสีย ผมจะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้วครับ” ซูนเหินพูดด้วยน้ำตา พร้อมกับเสียงหัวที่กระทบพื้นถี่ๆ
ภาพเหตุการณ์นี้ ทำให้ทุกคนในออฟฟิศต่างตะลึงกันหมด จางฉีโม่มีอำนาจและความสามารถมากขนาดนี้เลยเหรอ? ถึงขั้นสามารถเชิญมหาเศรษฐีที่มีชื่อเสียงของเมืองตุงไห่ให้มาด้วยตัวเองแบบนี้ แถมเจียงฉียังทำตัวเหมือนเป็นลูกน้องใต้บัญชาของเธออีก?
มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้วจริงมั้ย?
ทุกคนต่างพากันจ้องไปที่นัยน์ตาของจางฉีโม่ สายตาทุกคู่เต็มไปด้วยความยำเกรงและหวาดกลัว กลัวว่าการที่ดูถูกจางฉีโม่ไปเมื่อกี้จะทำให้เธอหันมาเอาคืนกับเรื่องนั้น
ตอนนั้นจางฉีโม่กำลังรู้สึกสบายใจมาก ตั้งแต่ที่เธอถูกเตะออกจากภาคส่วนของประธานไป แล้วหวาดกลัวกับการที่ถูกคนลักพาตัวไปอีก ตอนนี้ทุกอย่างได้ถูกระบายออกมาอย่างสมใจแล้ว
เธอคิด หลินอิ่งนั้นกว้างขวางกว่าที่ตัวเองคิดไว้มาก สามารถเรียกตัวคนอย่างเจียงฉีมาได้อย่างง่ายดาย นี่เขาทรงอิทธิพลขนาดไหนกันนะ?
เมื่อไม่นานนี้ ตอนที่เธอกับหลินอิ่งไปร่วมงานแต่งของซูนเหิน กับนิทรรศการเครื่องประดับ แล้วถูกสองคนนี้ใช้เงินกดดันจนทำให้อับอายอย่างหนัก พวกเขาคงไม่เคยคิดสินะว่าจะมีวันนี้?
“ซูนเหิน ไสหัวไปซะ ต่อไปก็หัดพูดเพราะๆ บ้าง!” จางฉีโม่ทำเสียงเคร่งขรึม ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบใจเมื่อโดนดูถูกแบบนั้นหรอก
“ครับ! ผมทราบซึ้งในน้ำใจของท่านประธานกรรมการจางมากเลยครับ ผมจะไสหัวไปเดี๋ยวนี้เลยครับ!” ซูนเหินรีบกลิ้งออกนอกห้องไปทันที
เจียงฉีหันมามองพวกจางหงจูนด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ซูนเหินก็กลิ้งออกไปแล้ว จากนี่พวกคุณยังแน่ใจที่จะต่อต้านผมอีกมั้ย?”
ตอนนี้เจียงฉีกำลังรู้สึกสะใจมาก เขารู้สึกทราบซึ้งในตัวท่านหลินมาก ถ้าไม่ได้ท่านหลินคอยสนับสนุนละก็ชีวิตนี้เขาคงไม่มีทางที่จะได้มายืนอยู่ในจุดนี้ได้หรอก พลิกตัวขึ้นมาเป็นนายคน แม้แต่คนที่เคยเหยียดหยามตัวเองอย่างซูนเหิน ยังถูกตัวเองตบหน้าเป็นว่าเล่นจนดิ้นเป็นปลาเลย
แทนคุณหรือแก้แค้น ทุกอย่างอยู่ในมือเรา ความรู้สึกแบบนี้เชื่อว่าผู้ชายทุกคนต่างก็คงอยากได้ ช่างมีวาสนาจริงๆ ที่มีโอกาสได้มาทำประโยชน์ให้ท่านประธานหลินแบบนี้
โดยเฉพาะวันนี้ ที่ได้มาช่วยคุณนายหลินทำงาน ทำให้คุณนายหลินรู้สึกพอใจ ต่อไปถ้าได้เจอหน้าประธานหลินก็คงจะบทบาทมากขึ้นบ้าง
“คะ คุณคือเจียงฉีจริงๆ เหรอ?” จางหงจูนทำหน้าร้อนรน จางหงซวนกับลูกชายก็หันมาจ้องตากันด้วยสีหน้าที่หวาดวิตกได้แต่ยืนมองซูนเหินกลิ้งออกไปอย่างตาละห้อย