ตอนที่ 211
บทที่ 211 นายมีฐานะอะไรมานั่งบนตำแหน่งนี้?
October 28, 2026
บทที่ 211 นายมีฐานะอะไรมานั่งบนตำแหน่งนี้?
“เข้าไปก่อนเถอะ” หลินอิ่งกล่าวอย่างเรียบ ๆ
“ครับ!” ฉินฝู้กุ้ยกล่าว ภายในใจรู้สึกโล่งขึ้นมา
ไห่หยางกรุ๊ปกลายเป็นแบบนี้ ในฐานะผู้รับผิดชอบเขากลับไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ ภายในใจของเขารู้สึกหวาดผวาไม่น้อย
เช่นนั้น ฉินฝู้กุ้ยเดินนำทางอยู่ด้านหน้า เสิ่นซานและหลินอิ่งเดินเข้าห้องประชุมคณะกรรมการผู้บริหารไปด้วยกัน
บนโต๊ะประชุมที่กว้างยาว หญิงชายวัยกลางคนสวมชุดสูทอย่างเป็นทางการนั่งอยู่ราวสิบกว่าคน แต่ละคนล้วนดูมีสง่าราศี
สิบกว่าคนนี้ล้วนเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของไห่หยางกรุ๊ป แต่ละคนเป็นบุคคลที่มีทรัพย์สินเก้าหลักขึ้นไป ล้วนมีภูมิหลังในแวดวงธุรกิจของเมืองชิงหยูน
หลังจากที่เจียงฉีได้ขยายกิจการของไห่หยางกรุ๊ป ให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับทุกแขนงอาชีพ ตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทอสังหาริมทรัพย์อีกต่อไป ในฐานะบริษัทใหญ่ชั้นนำที่ไม่เป็นสองรองใครแห่งเมืองตุงไห่ แน่นอนว่าจะต้องมียักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจจากทุกแขนงอาชีพร่วมลงทุนด้วย
เงินทุนที่หลินอิ่งลงทุนกับเจียงฉีนั้น มากพอที่จะครอบครองหุ้นส่วนของไห่หยางกรุ๊ปกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป เขามีอำนาจควบคุมอย่างแน่นอน
เพียงแต่ว่า หลังจากที่ลาตินกรุ๊ปเข้ามาตั้งรากฐานที่เมืองตุงไห่ ตำแหน่งบริษัทชั้นนำในแวดวงธุรกิจของไห่หยางกรุ๊ปก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก แม้แต่ธุรกิจในแต่ละแขนงอาชีพล้วนพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย
อีกทั้งในตอนนี้เจียงฉีก็ได้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่ได้บริหารจัดการงานอยู่ที่บริษัท ทั้งยังมีการบีบบังคับกดดันจากลาตินกรุ๊ป เป็นธรรมชาติที่เหล่าคณะกรรมการคิดจะเปลี่ยนพรรค ถึงแม้จะไม่มีสิทธิผู้ถือหุ้นอย่างเต็มที่ควบคุมบริษัท แต่ทว่าข้างหลังมีลาตินกรุ๊ปคอยสนับสนุน พวกเขาก็สามารถทำให้บริษัทแตกแยกล่มสลายได้เหมือนกัน
ถึงจะยังไง ธรรมชาติของนักธุรกิจเหล่านั้นก็คือแสวงหาผลกำไร
“ประธานฉิน เวลาของพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่มีไม่มาก ผมคิดว่า ถ้าหากคุณตัดสินใจไม่ได้ล่ะก็ ก็เอาเอกสารมอบให้กับประธานเจียงเถอะ” ชายวัยกลางคนนายหนึ่งมองฉินฝู้กุ้ย กล่าวด้วยท่าทางหงุดหงิด
“ใช่ ประธานฉิน ทุกคนล้วนต้องกินข้าว เป็นไปไม่ได้ที่จะทนลำบากไปกับประธานเจียงหรอกใช่ไหม? ตอนนี้พวกเราเรียกร้องให้มีการเลือกประธานกรรมการบริหารคนใหม่ การเรียกร้องนี่สมเหตุสมผลเป็นอย่างมาก อีกอย่างคณะกรรมการทั้งหมดล้วนเห็นด้วย ยกเว้นคุณเพียงคนเดียว”
“ใช่ ประธานฉิน คุณได้แนะนำกับประธานเจียงหรือเปล่า อย่าคัดค้านอีกเลย ประนีประนอมร่วมมือกับลาตินกรุ๊ปถึงเป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด หรือจะให้เพียงเพราะความดึงดันของเขาคนเดียว ทำให้ทุกคนต้องพลอยสิ้นเนื้อประดาตัวไปด้วยเหรอ?”
ทันทีที่ฉินฝู้กุ้ยเดินเข้ามา เหล่าคณะกรรมการผู้ถือหุ้นก็เริ่มพูดจาตำหนิติเตือนเสียงดังเซ็งแซ่ น้ำเสียงหนักแน่นเป็นอย่างมาก
“ทุกท่านอย่าพึ่งร้อนใจไป เรื่องราวเหล่านี้ค่อย ๆ พูดทีละเรื่อง...” ฉินฝู้กุ้ยกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ประธานฉิน มันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น จริง ๆ แล้วมีเรื่องที่สำคัญเพียงเรื่องเดียว พวกเราได้เลือกตัวแทนออกมาแล้ว ลู่หยวนประะานลู่ เขาเหมาะสมพอที่จะรับตำแหน่งตัวแทนประธานกรรมการคนใหม่ อีกทั้งการเจรจาระหว่างประะานลู่และลาตินกรุ๊ปเป็นไปด้วยดี สามารถนำผลประโยชน์มาให้กับทุกคนได้” กรรมการที่สวมแว่นสายตายาวคนหนึ่งกล่าวอย่างเอื่อยเฉื่อย
“ถูกต้อง! ลู่หยวนรับตำแหน่งตัวแทนประธานกรรม พวกเราล้วนเห็นด้วย สำหรับประธานเจียง ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่เหมาะที่จะบริหารจัดการเรื่องราวในบริษัท หุ้นส่วนในส่วนของเขา ยังคงมีผล และประะานลู่ก็ได้จัดเตรียมเงินลงทุนเพียงพอที่จะลงทุนกับบริษัทแล้ว มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะแทนที่ประธานเจียง”
กรรมการสองคนแสดงความคิดเห็นออกมา เห็นได้ชัดว่าต้องการยึดตำแหน่งของฉินฝู้กุ้ย แล้วให้พวกเขามาวางแผนจัดการบริษัท และแผนการของพวกเขาก็เป็นที่ชัดเจนแล้ว ก็คือยอมอ่อนข้อให้ลาตินกรุ๊ปบริษัทคู่แข่ง