ตอนที่ 223
บทที่ 223 “บริษัทเครื่องประดับจางซื่อ” แห่งที่ 2
October 28, 2026
บทที่ 223 “บริษัทเครื่องประดับจางซื่อ” แห่งที่ 2
บริษัทเครื่องประดับจางซื่อเป็นแบรนด์ที่คุณท่านจางบริหารมาหลายปี คราวนี้คนของตระกูลจางเปิดบริษัทใหม่สร้างความวุ่นวายภายในกันเอง แล้วยังจะแย่งชิงแบรนด์ชื่อดังนี้กันอีก สุดท้ายไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เรื่องไร้สาระอย่างนี้ ต้องส่งผลต่อชื่อเสียงบริษัทรุนแรงอย่างแน่นอน
ไม่รู้ว่าคนตระกูลจางเล่นพิเรนทร์อะไร ไม่รู้จักสงบสักวัน ไม่รู้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ทั้งที่รู้ว่าบริษัทของฉีโม่ดีขึ้นทุกวัน แล้วไหนจะการลงทุนของไห่หยางกรุ๊ป ทำไมยังกล้าเปิดตัวเป็นคู่แข่งอีก?
“จึ๊ๆ ดูท่าทางนายคงไม่รู้เรื่องนี้เลย” หวางหงหลิงทำเสียงจึ๊ๆ ด้วยความประหลาดใจพูดว่า “บริษัทของเมียตัวเองเกิดเรื่องใหญ่อย่างนี้ นึกไม่ถึงว่ายังดักดานอยู่ นายอยู่ในตระกูลจางฐานะอะไรกัน เรื่องใหญ่อย่างนี้จางฉีม่อก็ไม่บอกนาย ไม่รู้ว่านายอยู่ในตระกูลจางมีความหมายอะไร”
หลินอิ่งหัวเราะแล้วพูดว่า “ฉันก็ไม่รู้ว่าวันๆ เธอเอาแต่เฝ้าสังเกตเรื่องเหล่านี้ มันน่าสนุกตรงไหน”
ข่าวอะไรที่เขาไม่รู้ หวางหงหลิงกลับรู้ข่าวเป็นคนแรก ทำให้เห็นว่าเขาเฝ้าสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของฉีโม่กับเขา
“นาย!” หวางหงหลิงสำลักจนจะพูดไม่ออก “หึ นายทำเป็นเบ่งต่อไปเถอะ อย่างไรความจริงก็คือ ในเมืองชิงหยูนนี้มีแต่ฉันที่ช่วยนายได้ แล้วยังจะไม่รู้จักชั่วดีอีก”
พูดเสร็จ หวางหงหลิงก็ลุกขึ้น พูดว่า “ฉันยังมีธุรกิจที่ต้องคุยกับเสิ่นซานอีก เดี๋ยวค่อยมาหานายใหม่”
เธอรู้สึกเหมือนเรียกคนที่ทำเป็นหลับให้ตื่น เห็นๆ อยู่ว่า เธอเป็นคนช่วยแก้ไขความยุ่งยากให้หลินอิ่งทั้งนั้น แต่คนคนนี้ยังทำเหมือนว่าตัวเองเก่งอยู่ได้ ไม่รู้จักเจียมตัวเอาซะเลย
อย่างไรก็ตาม สักวันหลินอิ่งต้องเข้าใจ คิดเสร็จหวางหงหลิงก็จากไปด้วยสีหน้าที่พอใจ เดินเข้าไปในหอนิทรรศการ
หลังจากรอหวางหงหลิงจากไปแล้ว หลินอิ่งก็เอามือถือขึ้นมา กำลังจะโทรหาฉีโม่ ถามเรื่องราวเสียหน่อย แต่อยู่ๆ กลับมีชายหนึ่งหญิงหนึ่งเดินเข้ามา นั่งลงตรงข้ามเขา สีหน้าดูล้อเลียน
หลินอิ่งหน้านิ่วคิ้วขมวด วางมือถือลง มองสองคนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างละเอียด คนหนึ่งเป็นชายหนุ่มสวมสูทสีดำ กับอีกคนเป็นหญิงสาวสวมชุดราตรี
หน้าตาสองคนนี้เหมือนเคยรู้จักกัน ดูคุ้นๆ
“คนตระกูลโจเหรอ?” หลินอิ่งถามด้วยความสงสัย
คนที่เคยพบหน้าคร่าตา หลินอิ่งเห็นแล้วไม่มีวันลืม
เขานึกขึ้นมาได้แล้ว คราวก่อนที่กงซุนชิวอวี่มาที่เมืองชิงหยูน ตระกูลโจเป็นสองคนนี้ที่ออกมาต้อนรับเขา และก็เป็นเจ้าสองตัวงี่เง่านี่ที่วางอุบาย โทรหาหวางหงหลิงมาทำเรื่องบ้าๆ
“เหอะๆ นึกไม่ถึงว่านายจะจำพวกเราได้” โจตงพูดด้วยสีหน้าที่หยอกล้อ
“จึ๊ๆ วันนี้เป็นวันที่ลาตินกรุ๊ปกับไห่หยางกรุ๊ปจัดงานฉลองมโหฬาร เพื่อฉลองความยิ่งใหญ่การเปิดโครงการเทคโนโลยีเมืองโลก ที่มาในงานมีใครบ้างที่ไม่ใช่บุคคลที่มีหน้ามีตาในเมืองชิงหยูน? แต่เหมือนมีคนประหลาดเข้ามามั่วอยู่คนหนึ่งนะ” โจยู่ถานพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงถากถาง
“นั่นสิ นี่เป็นลูกเขยของตระกูลจางไม่ใช่เหรอ? เหมือนฝ่ายจัดงานจะเชิญตระกูลจางแค่คนสองคน หรือนายมาในนามตัวแทนของตระกูลจาง? ลูกเขยเศษสวะอย่างนายมีฐานะแบบนี้ในตระกูลจางตั้งแต่เมื่อไหร่” โจตงก็ถากถางอย่างไม่เกรงใจ
หลินอิ่งหัวเราะอย่างเยือกเย็น ถามด้วยความสงสัยว่า “คราวก่อนนายเป็นคนโทรหาหวางหงหลินล่ะสิ พวกนายสองคนเป็นคนปลุกเรื่องไร้สาระอยู่เบื้องหลังสินะ?”
“อุ๊ย? ยังโกรธเหรอ? ไม่ยอมใจเหรอ?” โจยู่ถานแสยะยิ้มพูด “ปลุกเรื่องไร้สาระอะไรกัน สิ่งที่ฉันพูดเป็นความจริง นายเป็นผู้ชายที่มีเมียแล้ว ยังไปให้ท่าสาวน้อยผู้บริสุทธิ์อย่างคุณหนูกงซุน แล้วอีกทางก็ยังไปเกาะหวางหงหลิงอีก ทำเรื่องขายหน้าอย่างนี้ ยังจะมาห้ามกันไม่ให้พูดได้เหรอ?”
“น่าขำจริงๆ ผู้ชายไร้ยางอายอย่างนาย เกาะผู้หญิงแล้วยังจะมั่นใจได้อีก?” โจยู่ถานถากถางอย่างไร้ความรู้สึก สีหน้าเต็มไปด้วยการดูถูก
คราวก่อนคุณหนูใหญ่กงซุนมาเมืองชิงหยูน ไม่รู้ว่าเศษสวะอย่างหลินอิ่งไปไต่สัมพันธ์อย่างไร ถึงได้อ้างอิทธิพลของคุณหนูกงซุน ให้หล่อนที่เป็นถึงคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลโจยกน้ำชา ขอขมาลาโทษ ช่างไม่รู้จักที่ตายเสียแล้ว
บัดนี้กงซุนชิวอวี่ไปจากตุงไห่แล้ว คราวก่อนหล่อนก็ตุกติก ให้หวางหงหลิงไปหาหลินอิ่ง คิดว่าคงจะให้เปิดโปงความอัปลักษณ์ของหลินอิ่งต่อหน้ากงซุนชิวอวี่
คราวนี้ ดูสิหลินอิ่งจะมีใครให้พึ่งอีก ไม่มีใครปกป้องเขา เขาก็เป็นแค่เขยเศษสวะเท่านั้น จะกล้าอวดเบ่งอีกไหม