ตอนที่ 341
บทที่ 341 ไปผ่อนคลายเป็นเพื่อนคุณ
October 28, 2026
จ้าวหลินเอ๋อร์สายตาเย็นชา จ้องไปที่จางฉีโม่ สีหน้าโมโห
เธอคิดไม่ถึง จางฉีโม่จะกล้าพูดจากับเธอแบบนี้
“เหอะ กล้ามากนะ? แล้วมันมีประโยชน์อะไร?” จ้าวหลินเอ๋อร์ตั้งใจพูด “เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ฉีหยิ่นเก็บไว้นอกบ้าน ส่วนฉัน เป็นภรรยาที่แท้จริงของเขา”
“เธอจะวาดฝันว่าหลินอิ่งเป็นผู้ชายของเธอ ก็ไม่มีประโยชน์”
“เท่าที่ฉันรู้ เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะได้เจอฉีหยิ่น มีเขาคอยช่วยเธอวางแผน มีเขาคอยหนุนหลังเธอ เธอจะมีที่นั่งในแวดวงธุรกิจเมืองตงไห่เหรอ?” จ้าวหลินเอ๋อร์พูดจาเสียดสี
จางฉีโม่กำหมัดไว้แน่ ไม่ได้พูดอะไร
จ้าวหลินเอ๋อร์สังเกตเห็นท่าทางของจางฉีโม่ หัวเราะเย็นชา จากนั้นก็พูดว่า “ฉันบอกเธอละกัน เธอกับฉีหยิ่นเป็นคนเส้นทางเดียวกันหรือเปล่า ฉีหยิ่น เป็นทายาทของตระกูลฉีแห่งตี้จิง เป็นผู้มีอำนาจของตระกูลฉี ส่วนฉัน จ้าวหลินเอ๋อร์ เป็นคุณหนูแห่งตระกูลจ้าว เป็นภรรยาตัวจริงที่มีสัญญามั่นหมายกับฉีหยิ่น”
“ตอนนี้ฉีหยิ่นกำลังต่อสู้กับตระกูลสวีแห่งตี้จิง ต้องแบกรับความกดดันมากแค่ไหนเธอรู้ไหม? ถ้าหาเขาพ่ายแพ้จากการต่อสู้ครั้งนี้ ก็จะสูญเสียทุกอย่าง ไม่มีโอกาสพลิกผันอีก แล้วเธอช่วยอะไรฉีหยิ่นได้? นอกจากคอยถ่วงเขา?” จ้าวหลินเอ๋อร์พูดอย่างเย็นชา “ส่วนฉัน สามารถช่วยเหลือฉีหยิ่นให้ประสบความสำเร็จได้ ช่วยเขาขจัดสิ่งกีดขวางได้”
“ตระกูลฉี ฉีหยิ่น......” จางฉีโม่พึมพำ คิดถึงข่าวลือที่เคยได้ยิน
แน่นอน หลินอิ่ง เป็นเหมือนที่เธอคาดเดา ฐานะตระกูลผู้ดีแห่งตี้จิง อำนาจและความร่ำรวยมากเกินขอบเขตที่เธอจะสามารถรู้ได้
หลินอิ่งกำลังแบกรับความกดดันมหาศาล? กำลังแข่งขันกับตระกูลอื่น?
ปฏิกิริยาแรกคือ จางฉีโม่กังวลวิกฤติของหลินอิ่ง
หลินอิ่งต้องทนรับความกดดันมากเหรอ? เธอ สามารถทำอะไรให้หลินอิ่งได้บ้าง?
แน่นอน คำพูดของจ้าวหลินเอ๋อร์ ทิ่มแทงใจทุกคำ จนทำให้จางฉีโม่เจ็บปวด
จางฉีโม่อดที่จะรู้สึกสงสัยในตัวเองไม่ได้ รู้สึกตัวเองมีปมด้อย เธอ คู่ควรกับหลินอิ่งไหม?
ในความทรงจำของเธอ ทุกครั้งจะเป็นหลินอิ่งที่คอยสนับสนุนเธอ ช่วยเหลือเธอ ส่วนหลินอิ่งไม่เคยต้องการให้เธอช่วยเลย......
“จางฉีโม่ ถ้าไม่ได้เห็นแก่หลินอิ่ง ฉันก็ไม่อยากเปลืองน้ำลายมาพูดกับยายบ้านนอกอย่างเธอเลย ส่วนเธอเอง ก็รู้ตัวไว้ด้วย......”จ้าวหลินเอ๋อร์หัวเราะพูดอย่างเย็นชา ยังอยากต่อว่าจางฉีโม่ต่อ
“หุบปาก”
ตอนนี้เอง เสียงต่อว่าอย่างโมโหดังขึ้น พูดตัดเธอขึ้นมา ทำให้เธอตกใจจนตัวสั่น หันไปมอง
หลินอิ่งสายตาเย็นชา ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำดูสง่า เดินเข้ามาจากประตู
เขาได้รับรายงานจากถูซาน ได้ยินว่าจ้าวหลินเอ๋อร์มาจงเทียนซิงเฉิง ก็รีบมาที่โรงแรมจงเทียนทันที
“หลินอิ่ง.......” จางฉีโม่เห็นหน้าหลินอิ่งแล้ว ถึงรู้สึกวางใจ
“ฉีหยิ่น คุณยอมออกมาเจอหน้าแล้วเหรอ พอดีเลย อยู่พร้อมหน้า จะได้พูดทุกอย่างให้ชัดเจนไปเลย” จ้าวหลินเอ๋อร์พูดอย่างเชื่องช้า
“คุณยังไม่ยอมหยุดใช่ไหม?” หลินอิ่งมองจ้าวหลินเอ๋อร์ด้วยสายตาเย็นชา
ต่อหน้าสายตาอันเย็นชาคู่นี้ ในใจจ้าวหลินเอ๋อร์ก็รู้สึกกลัว ตัวสั่นเล็กน้อย
“คุณนี่ไม่รู้จักเบื่อใช่ไหม ผมเคยพูดแล้ว ว่าอย่ามายุ่งกับชีวิตผมอีก” หลินอิ่งพูดอย่างเย็นชา “คุณ อย่ายั่วโมโหผม สัญญาในอดีต ผม จะไปที่ตระกูลจ้าวด้วยตัวเอง”
พูดจบ หลินอิ่งจูงมือจางฉีโม่ที่ตะลึงอยู่ เดินออกไป
“ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องสนใจเธอ” หลินอิ่งมองจางฉีโม่ พูดเสียงเบา
จางฉีโม่รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันที พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “ค่ะ”
“ฉีหยิ่น คุณ!”
จ้าวหลินเอ๋อร์มองร่างที่หลินอิ่งที่เดินจากไป ความรู้สึกอิจฉาในใจก็ถูกจุดประกายขึ้น
ฉีหยิ่นด่าเธอโดยไม่อธิบายใดๆทั้งสิ้น ไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะ ยังทำตัวอ่อนโยนเอาใจใส่สาวบ้านนอกอย่างจางฉีโม่อีก มันเป็นเพราะอะไร?
จ้าวหลินเอ๋อร์หน้าแดงด้วยความโกรธ ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยมีใครเคยทำกับเธอแบบนี้