ตอนที่ 642
บทที่ 642 เรียกท่านมังกรดำออกมาพบผม
October 28, 2026
หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง
ณ ภูเขาเจียงเยว่ บนถนนที่คดเคี้ยว มีรถเบนท์ลีย์สีดำคันหนึ่งจอดอยู่ตรงนั้น
ฮาเดสเปิดประตูรถออก หลินอิ่งก้าวลงจากรถ แล้วเดินขึ้นยอดเขาไปเพียงลำพัง
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ฮาเดสได้นั่งอยู่ตรงฝั่งคนขับ เฝ้ารอการกลับมาของหลินอิ่ง
กู่ชางไห่นั้นได้เข้าป่าจากอีกฝั่งหนึ่ง และหายไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่หลินอิ่งมอบหมายให้กู่ชางไห่ไปทำก็คือ ให้เขาเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในที่ลับตา แล้วหาจังหวะเคลื่อนไหวอีกที
แผนลับในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญก็คือการช่วยเหลือฉีโม่ให้ได้ในช่วงเวลาสำคัญ
ไม่นาน หลินอิ่งก็เดินขึ้นเขาไปตามทาง จนพบกับหุบเขาเล็กๆ ในนั้น ภายใต้แสงจันทร์ที่เบาบาง ยังคงสามารถมองเห็นบ้านที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเฉพาะกิจที่อยู่ไกลออกไป
ท่ามกลางพื้นดินเรียบๆ ที่กว้างขวางนั้น ได้มีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดสีดำยืนอยู่ ทุกคนต่างก็จ้องมองหลินอิ่งด้วยสายตาอันโหดเหี้ยมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร
รวมๆ แล้วมีประมาณสามสิบคนเห็นจะได้ ที่มือของที่คนต่างก็สวมถุงมือที่สะท้อนแสงสีเงินอ่อนๆ ออกมา
และยังมีหญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวดูเป็นผู้ดีมีความรู้ยืนอยู่ท่ามกลางของคนกลุ่มนั้น จ้องมองหลินอิ่งด้วยสีหน้าที่จะยิ้มไม่ยิ้ม
แวบแรกที่เห็นหลินอิ่งก็นึกออกแล้ว ว่าเธอก็คือเหวินเทียนเฟิ่งที่มีความแค้นอันใหญ่หลวง
และที่ข้างๆ ของเหวินเทียนเฟิ่งยังมีชายชุดดำที่สวมหน้ากากสัมฤทธิ์ยืนอยู่อีกคน
หลินอิ่งทำหน้าเรียบเฉย สีหน้าไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมาแม้แต่นิดเดียว
"ฉีโม่อยู่ไหน?" หลินอิ่งถามเบาๆ
"ฮึฮึ หลินอิ่ง แกมาตามนัดจริงๆ ด้วย" เหวินเทียนเฟิ่งพูดด้วยความขบขัน "คงคิดไม่ถึงสินะ ว่าการที่ได้มาเจอกันอีกครั้ง จะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้"
"แกคงจะยังไม่ลืมหรอกนะ ว่าตอนอยู่ที่ตี้จิง แกสังหารพี่เหวินเทียนเจียวยังไง?" เหวินเทียนเฟิ่งถามด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
มุมปากของหลินอิ่งได้ปรากฏรอยยิ้มที่ไม่สบอารมณ์ออกมา
ผู้หญิงที่จิตใจเหี้ยมโหดอย่างเหวินเทียนเฟิ่ง เขาไม่อยากไปเสวนากับเธอเลยสักนิด
แล้วยังจะมาถามหาการตายของพี่ชายของเธออีก?
ตอนอยู่ที่ตี้จิง เหวินเทียนเฟิ่งนี่แหละที่สั่งคนไปฆ่าเหวินเทียนเจียวเอง เหตุผลก็เพื่อฆ่าคนปิดปาก กลัวว่าเหวินเทียนเจียวที่ถูกเขาจับไปจะถูกบีบจนเปิดเผยความลับออกมา
แต่ผู้หญิงคนนี้กลับเอาเรื่องการตายของพี่ชาย มาป้ายความผิดให้เขา มันชักจะน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ
"หลินอิ่ง แกอยากเจอหน้าเมียแกใช่มั้ย? ถ้าอยากเจอ ก็มาขอร้องฉันสิ" เหวินเทียนเฟิ่งพูดขบขันด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
หลินอิ่งขำออกมาอย่างไม่ชอบใจ "คุณยังไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะต่อรองอะไรกับผม เรียกท่านมังกรดำออกมาพบผม"
พูดตามตรง เขาไม่ได้เห็นทุกคนตรงนี้อยู่ในสายตาเลย
มีแค่ท่านมังกรดำคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ที่จะพูดกับเขาได้
ในใจของหลินอิ่งนั้นรู้ดี ถ้าท่านมังกรดำไม่ได้สั่ง ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรฉีโม่แน่นอน
และจุดประสงค์ของท่านมังกรดำก็ชัดเจนมาก ซึ่งก็คือการได้รับการสืบทอดแก๊งมังกรจากเขานั่นเอง
คนคนนี้วางแผนเตรียมการมาเนิ่นนาน แล้วจะยอมเผยช่องโหว่ออกมาในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ได้ยังไงล่ะ
ก่อนที่จะได้รับการสืบทอดแก๊งมังกรจากเขา ท่านมังกรดำก็ไม่มีทางกล้าทำให้เขาโกรธเด็ดขาด
"ฮึฮึฮึ หลินอิ่ง ถึงตอนนี้แล้วแกยังกล้าทำตัวยโสอีกเหรอ?" เหวินเทียนเฟิ่งจ้องมองหลินอิ่งด้วยสีหน้าที่ไม่ชอบใจ "เมื่อมาถึงเจาเจียงเยว่แล้ว แกคิดว่าตัวเองยังสามารถกลับไปอย่างปลอดภัยได้อีกรึไง? แกคิดว่าคำพูดของตัวเองยังใช้ได้อยู่อีกรึไง?"
หลินอิ่งส่ายหน้า ไม่ได้สนใจเหวินเทียนเฟิ่ง เหลือบตา มองไปยังผู้ชายที่สวมหน้ากากสัมฤทธิ์คนนั้น
"คุณคือหัวหน้าองครักษ์มังกรดำคนปัจจุบันอย่างนั้นเหรอ?" หลินอิ่งถามออกมาเบาๆ
แววตาของนายพลงูกระตุกไปทีหนึ่ง ในใจของเขากำลังตื่นเต้นมาก ไม่รู้ทำไม ตอนที่เผชิญหน้ากับหลินอิ่งตรงๆ ถึงต้องรู้สึกกระวนกระวายใจตลอดด้วย รู้สึกกังวลเหมือนกำลังจะได้เจอกับสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมากๆ