ตอนที่ 96
บทที่ 192
October 31, 2026
เธอคือเซียวหลิงเอ๋อร์ ซึ่งโดนคนกลุ่มนี้ในรถตู้ลักพาตัวมา
ถึงแม้ว่าในตอนนี้เธอจะแสดงท่าทางที่เข้มแข็ง แต่เธอก็ยังเป็นเเค่เด็กสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยด้วยซ้ำ เธอไม่ร้องไห้ออกมาก็จริง เเต่ดวงตาคู่นั้นของเธอกลับมีน้ำตาคลอเอ่อล้น จนผ้าสีดำที่ปิดตาของเธออยู่นั้นเปียกชื้นไปหมด
เธอยังจำเหตุการณ์อันน่าสยดสยอง ที่เกิดขึ้นที่อาคารพาณิชย์ว่านฮุยเมื่อไม่นานมานี้ได้ ครั้งนั้นพี่ชายของเธอขอให้เธอหลับตา เธอเข้าใจเจตนาของพี่ชายเป็นอย่างดี เมื่อใดที่หลับตาเราจะมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เเละไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวอีกต่อไป
ทว่าตอนนี้ ตาของเธอถูกปิดเอาไว้ ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย เเล้วมันจะต่างจากการที่เราหลับตาได้อย่างไรกัน ?
ที่ต่างกันก็คือ ตอนนี้ไม่มีพี่ชายคอยอยู่เคียงข้างเธอนั่นเอง
" พี่คะ พี่จะมาช่วยหนูหลิงใช่ไหม ? "
เธอครุ่นคิดอยู่เงียบๆ ในใจ เธอรู้สึกตื่นตระหนกและหวาดกลัวมาก ไม่รู้ว่าคนพวกนี้จับเธอมาทำไม เเต่สิ่งเดียวที่จะขจัดความหวาดกลัวเเละตื่นตระหนกนี้ออกไปได้ คือการคิดถึงครอบครัวของเธออยู่เสมอๆ พ่อที่เข้มงวดแต่เปี่ยมด้วยความรัก แม่ที่ใจดีและอ่อนโยน อีกทั้งพี่ชายที่แสนอบอุ่นและคอยห่วงใยเธอเสมอ
" พ่อ แม่ พี่ชาย...หนูหลิงจะได้เจอทุกคนอีกไหม ? หนูกลัวจังเลย เเต่หนูจะไม่ร้องไห้ หนูจะต้องเข้มเเข็ง หนูจะรอจนทุกคนมาช่วยหนู ! "
เด็กสาวคิดในใจอย่างเงียบๆ ร่างกายที่บอบบางของเธอเริ่มสั่นเทิ้มเบาๆ ทว่าหมัดที่กำแน่นของเธอยังไม่มีทีท่าที่จะคลายมือออกเลยสักนิด เพราะสิ่งที่เธอถืออยู่ในมือของเธอนั้น เป็นสิ่งที่เธอได้มาด้วยความยากลำบาก
ถึงเเม้ดวงตาของเธอจะมีเเต่ความมืดมิด เเต่ในใจกลับเต็มไปด้วยแสงสว่าง
ดังนั้น แม้ว่าจะรู้สึกกลัว เเต่เธอก็ยังยึดมั่นในความหวัง ความหวังที่จะได้เห็นแสงสว่างอีกครั้ง
" เหล่าว่าน ตรงทางแยกลงทางด่วนข้างหน้าก็คือหมู่บ้านซีเฟิงเเล้ว " เจ้าดำสามพูดขึ้นมา
" งั้นก็รีบขับไปสิ คนของเราอยู่ตรงไหน " เหล่าว่านที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
" ฉันก็เร่งอยู่นี่ไง ใจเย็นๆ มาถึงตรงนี้แล้วจะใจร้อนไปทำไม เป็ดย่างซะเเล้วมันบินหนีไปไหนไม่ได้หรอก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกน่า จบงานนี้พวกเราก็จะรวยกันเเล้ว " เจ้าดำสามพูดไปยิ้มไป
เหล่าว่านตอบกลับทันควันว่า " ให้เงินมันเข้ากระเป๋าก่อนเถอะถึงค่อยวางใจ ! ตราบใดที่เงินยังไม่ถึงมือ อย่าเพิ่งได้ใจ ยังไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งเสวยสุข " เขาคิดอย่างละเอียดรอบคอบเเละระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
ชายสามคนที่นั่งอยู่เบาะหลังดูเหมือนจะไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ เเต่ก็ไม่กล้าจะเอ่ยปากคัดค้านแต่อย่างใด
ราวๆ เจ็ดแปดนาทีต่อมา รถตู้ก็ขับมาจนถึงทางแยกก่อนลงทางด่วน เจ้าดำสามค่อยๆ ชะลอความเร็วลง หมุนเลี้ยวพวงมาลัยมุ่งหน้าไปยังทางแยกเพื่อลงทางด่วน
ในตอนนั้นเอง เจ้าดำสามเหมือนจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ ที่ฟังดูคล้ายกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย ดังลอยมาแต่ไกลจากทางด้านหลังรถ
เขาขมวดคิ้วพลางพูดพึมพำว่า : " นี่มันรถสปอร์ตรุ่นไหนกันวะ ? เสียงเครื่องยนต์มันช่างห้าวหาญดุดันเสียเหลือเกิน "
" จะไปยุ่งอะไรกับมันนักหนา ? รีบๆ ลงจากทางด่วนเร็วๆ เข้าสิ ! " เหล่าว่านรีบพูดตอบ
เจ้าดำสามพยักหน้ารับ รถตู้คันนั้นค่อยๆ ขับลงมาตามทางลาดของถนน