ตอนที่ 159
บทที่ 255
October 31, 2026
เซียวว่านจวินฟังคำพูดของเซียวหยุนหลง เขายิ้มอย่างไม่ยี่หระ แล้วพูดว่า : “เจียงทาวและพวกที่มาน่ะ มาเพื่อออกหน้าแทนตระกูลบู ที่พวกเขาอยากมาประลองการต่อสู้กับพ่อ ก็เพราะอยากจะดูให้แน่ใจในศักยภาพที่แท้จริงของพ่อในตอนนี้ อีกไม่กี่วัน สมาคมบู๊จะจัดงานประชุมใหญ่สายบู๊ที่เมืองเจียงห่าย การประชุมใหญ่สายบู๊นี้จัดขึ้นโดยสมาคมบู๊ ตระกูลบู๊ทั้งในเมืองเจียงห่ายและเมืองใกล้เคียงต่างก็มาร่วมงาน แต่หลักๆก็เป็นการเข้าร่วมแย่งชิงกันของตระกูลบู๊แห่งเมืองเจียงห่ายและเมืองตงห่าย เพราะอย่างไรเสียตระกูลบู๊จากสองเมืองนี้ก็มาเยอะที่สุด แล้วก็มีชื่อเสียงที่สุดด้วย”
“พ่อครับ แล้วการประชุมใหญ่สายบู๊มีประโยชน์อะไรหรือครับ? แล้วก็ที่พ่อพูดถึงสมาคมบู๊ นี่มันคืออะไรหรือครับ?” เซียวหยุนหลงเอ่ยถาม
“การประชุมใหญ่สายบู๊คือการประชุมครั้งใหญ่ของเหล่าสายบู๊ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีต ตระกูลบู๊แต่ละตระกูลจะมาประลองฝีมือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน รวมไปถึงการให้ลูกศิษย์รุ่นเยาว์เก็บประสบการณ์ด้วยการประลองกัน ส่วนที่พูดถึงสมาคมบู๊ นั่นก็คือสมาคมสมาคมหนึ่ง ตระกูลบู๊แต่ละตระกูลเป็นพันธมิตรกัน แล้วก่อตัวเป็นสมาคมบู๊ ตอนนี้คนที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าสมาคมบู๊คือหลินหานเจ้าบ้านตระกูลหลิงแห่งเมืองหลวง พละกำลังของหลินหานแข็งแกร่งมาก ว่ากันว่าเขาฝึกเน่ยเจียชี่จิ้งถึงขั้นเก้าแล้ว ชี่จิ้งขั้นเก้าเนี่ย คือเน่ยเจียชี่จิ้งระดับสูงสุดเลยล่ะ” เซียวว่านจวินกล่าว
หลังจากเซียวหยุนหลงได้ยินดังนั้นหน้าเขาก็นิ่งไป ตอนนี้เซียวว่านจวินชี่จิ้งขั้นห้า แต่พลังเน่ยเจียชี่จิ้งที่ระเบิดออกมานั้นก็แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่เป็นอย่างมากแล้ว ถึงขนาดที่ทำให้เขาต้องล่าถอยในการต่อสู้ได้
ถ้าเป็รนักบู๊ที่ฝึกเน่ยเจียชี่จิ้งได้ถึงขั้นเก้า ไม่อยากจะคิดเลย ว่าพลานุภาพเน่ยเจียชี่จิ้งนั้นจะแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ขนาดไหน
จากสิ่งนี้เซียวหยุนหลงคาดการณ์ว่า การต่อสู้กับพละกำลังของนักบู๊ชี่จิ้งขั้นหกเขาคงตีเสมอได้อยู่ แต่ถ้าเป็นนักบู๊ชี่จิ้งขั้นเจ็ดขึ้นไป ไม่แน่ว่าพละกำลังขั้นเจ็ดนั้นอาจจะสามารถยับยั้งพละกำลังของเขาเอาไว้ได้บ้าง
แน่นอนว่า เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญนั้นไม่ใช่แค่เพียงความแข็งแกร่งของพละกำลัง แต่ยังมีประสบการณ์การต่อสู้ การเคลื่อนไหวร่างกาย ความอดทน สภาพร่างกายและปัจจัยภายในอื่นๆด้วย
เซียวหยุนหลงเทิดทูนในพละกำลังของตนเองที่สามารถพิชิตสิบสำนักได้ด้วยตัวคนเดียว ในความคิดของเขาพละกำลังที่สมบูรณ์คือราชาที่แท้จริง
ดังนั้น เมื่อคิดถึงว่านักบู๊ที่ฝึกเน่ยเจียชี่จิ้งได้ขั้นเจ็ดขึ้นไปจะสามารถใช้พลังของเน่ยเจียชี่จิ้งมายับยั้งพละกำลังของไว้นั้น เขาก็มีความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา หากต้องต่อสู้กันจริงๆ เซียวหยุนหลงไม่กลัวการต่อสู้กับนักบู๊เน่ยเจียชี่จิ้งขั้นเก้าหรอก แต่ถ้าอยากจะชนะนั่นย่อมเป็นเรื่องยาก
นักบู๊สามารถเพิ่มพลังเน่ยเจียชี่จิ้งของตนเองได้โดยการฝึกหมัดเน่ยเจีย หรือว่าการเพิ่มพละกำลังของร่างกายคนเราให้แข็งแกร่งไม่วิธีอื่นแล้วงั้นหรือ?
เซียวหยุนหลงตัดสินใจว่าหลังจากนี้เขาเขาจะไตร่ตรองปัญหานี้ให้ดี คิดว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้พละกำลังของตนเองไปต่อสู้กับพลังเน่ยเจียชี่จิ้งขั้นสูงได้ เขาคิดว่าต้องมีวิธีแน่ เพราะเน่ยเจียชี่จิ้งยังคงเป็นวิธีแสดงพละกำลังวิธีหนึ่งเช่นกัน
พูดถึงภายใต้ระดับพละกำลังที่เท่าๆกันแล้ว พลังของเน่ยเจียชี่จิ้งนี้ก็ยังไม่ทรงพลังเท่าพลังในตนเองเลย
เพราะการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของพลังในตนเองแต่ละครั้ง จะต้องฝึกฝนกล้ามเนื้อซ้ำแล้วซ้ำเล่า การฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้จะเพิ่มพูนความแข็งแรงให้กับร่างกาย ไม่เหมือนกับเน่ยเจียชี่จิ้งที่ต้องอาศัยการฝึกหมัดเน่ยเจียค่อยๆเก็บสะสมแล้วก่อตัวขึ้นมา
“อย่างนี้ตระกูลเซียวของเราก็รวมอยู่ในสมาคมบู๊งั้นหรือครับ?” เซียวหยุนหลงเอ่ยถาม