ตอนที่ 158
บทที่ 254
October 31, 2026
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหันตามเสียงนั้นไป และเห็นร่างสูงใหญ่แข็งแรงเดินเข้ามาในสำนึกบู๊ตระกูลเซียว ใบหน้าของเขาเย็นชาเคร่งขรึม และลมปราณบนตัวเขาแน่นหนั่นราวกับภูเขา แต่ละก้าวที่เขาเดินเข้ามา บรรยากาศบีบคั้นที่ตามมานั้นหนักหนามาก จนผู้คนแทบหายใจไม่ออก
เหรินชางฉงรู้สึกเพียงว่าดวงตาสองข้างที่เย็นเยียบราวกับมีดได้แช่แข็งเขาไว้แล้ว เขาหันไปมองดูร่างนั้น ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด หัวใจของเขามีความรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้
“พี่เซียว!”
อู๋เซี๋ยงและพวกเห็นเงาร่างนั้นเดินเข้ามา สีหน้าของพวกเขาตื่นเต้น แล้วค่อยๆเปล่งเสียงเรียกออกมา
คนที่เดินเข้ามาก็คือเซียวหยุนหลงนั่นเอง เขาโกรธมากเมื่อได้ยินประโยคที่เหรินชางฉงด่าว่าเถี่ยหนิว น้ำเสียงของอีกฝ่ายอวดดีและหยิ่งยโสเกินไปแล้ว ที่นี่คืออาณาบริเวณของสำนักบู๊ตระกูลเซียว ปล่อยให้คนนอกมันมาด่าว่าลูกศิษย์ของสำนักบู๊ตระกูลเซียวได้ตั้งแต่เมื่อไรกัน? อีกฝ่ายไม่เห็นสำนักบู๊ตระกูลเซียวอยู่ในสายตาเลย ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เขาโกรธมากเป็นธรรมดา
“หยุนหลง มาได้ยังไง?” เมื่อเซียวว่านจวินเห็นเซียวหยุนหลง สีหน้าของเขาก็อึ้งไป แล้วจึงเอ่ยปากถาม
“ท่าอาจารย์ เมื่อกี้ผมโทรไปหาพี่เซียว แล้วเล่าถึงสถานการณ์ที่นี่เองครับ” อู๋เซี๋ยงกล่าว
เซียวหยุนหลงเดินเข้ามา สายตาของเขากวาดมองไปที่เหรินชางฉง เฟิงชิวซ่าและพวก แล้วพูดว่า : “พวกแกคือลูกศิษย์ตระกูลบู๊ที่ว่างั้นหรือ? ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าพวกแกจะมาจากไหน พูดง่ายๆเลยนะ ที่นี่คือสำนักบู๊ตระกูลเซียว ไม่ใช่ที่ที่พวกแกจะมาพาลเกเรได้! พวกแกคิดว่าที่นี่เป็นบ้านพวกแกหรือไง?
กล้ามาตะโกนเสียงดังโหวกเหวกใส่ลูกศิษย์สำนักบู๊ตระกูลเซียว นี่คือธาตุแท้ของพวกลูกศิษย์ตระกูลบู๊งั้นหรือ? หรือว่า พวกแกคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งมากที่จะท้าทายใครก็ได้หรือ? ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ขึ้นมาประลองกันสักตั้ง ฉันอยากจะรู้นักว่าพวกแกมีฝีมือแค่ไหนกันถึงได้กล้ามาทำปากกล้าที่นี่!”
“แกคือเซียวหยุนหลงอะไรนั่นหรือ?” แววตาของเหรินชางฉงเย็นเยียบ เขาจ้องมองเซียวหยุนหลง ก่อนเอ่ยปากถาม
“ใช่ ฉันเอง!” เซียวหยุนหลงกล่าว
“ถ้าแกอยากจะสู้ ฉันก็จะสู้กับแก!” เหรินชางฉงพูดอย่างโกรธเกรี้ยว ตั้งแต่เกิดมาจนถึงทุกวันนี้ เขาเป็นถึงนายน้อยตระกูลเหริน ยิ่งกว่านั้นยังเป็นอัจฉริยะแห่งสายบู๊ บนหัวของเขาราวกับมีวงแหวนเรืองแสงสว่างจ้า ที่ปกติไม่มีใครกล้าไม่เกรงใจนี่?
เหรินชางฉงได้ยินคำพูดนี้ของเซียวหยุนหลง ในใจของเขาก็ประทุไปด้วยความโกรธ เขาคิดอยากจะหยุดยั้งพลังของเซียวหยุนหลง แล้วก็ถือโอกาสนี้ทำลายชื่อเสียงและความนิยมของตระกูลเซียวไปด้วย
“ชางฉง อย่าใจร้อน!” เหรินหงหยางกล่าวเสียงหนักแน่น เขาเหลือบตามองเซียวหยุนหลง ดวงตาของเขามีประกายบางอย่าง แล้วพูดว่า : “ดูแล้วเจ้าบ้านเซียวมีลูกชายที่ดีจริงๆเลยนะ ทั้งอวดดีและหยิ่งยโส แต่ควรรู้ไว้ว่าถ้าแข็งเกินไปก็จะหักได้ง่ายๆ คนหนุ่มน่ะควรฝึกนิสัยเอาไว้นะ อย่าจองหองเกินไปนั่นแหละดี”
“จองหอง? ตลกสิ้นดี! พวกคุณเล่นมาตบหัวสำนักบู๊ตระกูลเซียวของพวกเราก่อน แล้วจะให้พวกเรารินน้ำยกน้ำชาเคารพคุณหรือ ให้ฟังคำด่าของคุณ แบบไม่กล้าส่งเสียงอะไร อย่างนี้ถึงจะดูได้รับการอบรมสั่งสอนหรือ? หรือต่อให้พวกคุณยกเท้ามาเหยียบตัวพวกเรา พวกเรายังต้องเรียกคุณว่านายท่านอย่างนี้คุณถึงจะรู้สึกว่านี่คือการควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีงั้นหรือ?
ไสหัวกลับบ้านแม่แกไปนู่น!” เซียวหยุนหลงกล่าว แววตาของเขาหนักแน่น นิ้วชี้ข้างขวาของเขายื่นออกไป แล้วชี้ลงไปที่พื้นอย่างแรง แล้วพูดทีละคำชัดๆว่า “ฉันรู้แค่ว่า ที่นี่ คือสำนักบู๊ตระกูลเซียวของฉัน เป็นที่ของตระกูลเซียวของฉัน! ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิมาพาลเกเรที่นี่ ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิมาดูถูกลูกศิษย์ของสำนักบู๊ตระกูลเซียว! ถ้าใครฝ่าฝืน ฉันฆ่าไม่เลี้ยงแน่!”
“ช่างคุยโวเสียคำโตจริงๆเลย! พ่อหนุ่ม นายพูดจาอะไรไม่กลัวฟ้าผ่าลิ้นเลยนะ!” เฟิงเจิ้งฮั๋วสีหน้าเย็นชา กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“คุยคำโตไม่โต ได้ลองเดี๋ยวก็รู้! ทำไม คุณอยากลองหน่อยไหมล่ะ?” เซียวหยุนหลงจ้องเฟิงเจิ้งฮั๋วเขม็ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ