ตอนที่ 1059
บทที่ 1059 ทำลายค่าย
October 28, 2026
คนของสี่ตระกูลใหญ่นับว่าโล่งอกเสียที
ก็แม้แต่หลงหลิงหลิงก็แอบโล่งอกตามไปด้วย ยังดีไม่ได้เป็นเพราะเธอทำให้เรื่องเสีย
และเหตุผลที่ฉุงเฉ่าเจว๋ปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ทั้งหมดก็เป็นเพราะการเจรจาต่อรองที่ไป๋ยี่เฟยพูดเอาไว้
คืนวันนั้น ไป๋ยี่เฟยนำกล่องเก็บเถ้ากระดูกของฉุงลี่ซือไปที่บ้านตระกูลฉุง แต่ไม่มีใครรู้ว่า ภายในกล่องเก็บเถ้ากระดูกยังมีปากกาบันทึกเสียงอยู่อีกด้ามหนึ่ง
บทสนทนาทั้งหมดในวันนั้นต่างก็ถูกปากกาบันทึกเสียงบันทึกเอาไว้
ไป๋ยี่เฟยนำบันทึกเสียงส่งมอบให้กับไป๋เซี่ยว ให้ไป๋เซี่ยวค่อยส่งมอบให้กับสมาพันธ์ธุรกิจ จากนั้นไป๋ยี่เฟยก็ให้ไป๋เซี่ยวนำเอกสารสำรองของบันทึกเสียงส่งให้กับสื่อใหญ่ต่างๆอีก
เวลาเพียงแค่เมื่อวานวันเดียว บันทึกเสียงส่วนนี้ก็ได้เผยแพร่ไปทั่วสื่อใหญ่ต่างๆในเมืองหลวงแล้ว
ภายใต้ความกดดันของมติประชาชน ทางการและสมาพันธ์ธุรกิจดำเนินการได้อย่างเด็ดขาดมาก
ดังนั้น มีการคุ้มกันจากไป๋เซี่ยวและสมาพันธ์ธุรกิจแล้ว ไม่ช้าฉุงเฉ่าเจว๋ก็กลับมายังตระกูลฉุงใหม่อีกครั้งด้วยความรวดเร็ว และก็ชำระล้างความผิดในก่อนหน้านี้ได้สำเร็จ
ด้วยเหตุนี้ฉุงเฉ่าเจว๋นำเรื่องราวบอกผ่านไป๋หยุนเผิงและคนอื่นๆอย่างคร่าวๆ เพียงแต่ในนี้ไม่ได้เอ่ยถึงไป๋ยี่เฟย พูดเพียงแค่ถูกคนลึกลับคนหนึ่งช่วยเอาไว้
หลังจากที่ไป๋หยุนเผิงและคนอื่นๆฟังจบก็เข้าใจขึ้นมา
จากนั้นหลังจากที่เย่ฮวนคิดไตร่ตรองอยู่ระลอกหนึ่ง ก็เอ่ยขึ้นเบาๆกับไป๋หยุนเผิงว่า “ลุงไป๋ ทำไมผมรู้สึกว่าวิธีการนี้ค่อนข้างที่จะเหมือนเป็นไป๋ยี่เฟย?”
หลังจากที่ไป๋หยุนเผิงฟังจบก็เผยสีหน้าที่เห็นด้วยเล็กน้อยออกมาเช่นเดียวกัน
และหวังสือชิ่งที่อยู่อีกด้านก็ถอนหายใจออกมา ส่ายศีรษะเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นว่า “ฝีมือสูงมากจริงๆ!ฉันอยากรู้ว่าเป็นลายมือของใคร??”
“รู้แล้วจะมีประโยชน์อะไรอีก?” หวังซือซืออุทานออกมาอย่างประชดประชัน “ตอนนี้เฟิงหั่วกรุ๊ปไม่ได้เป็นของตระกูลหวังแล้ว และโรงแรมโป๋หย่านี้เป็นธุรกิจในเครือเฟิงหั่วกรุ๊ป”
“ถ้างั้น สิ่งที่ตอนนี้พวกคุณควรจะคิดก็คือจะออกไปยังไง”
ทุกคนที่รับชมต่างก็เคลื่อนย้ายสายตาไปที่หวังสือชิ่ง
หวังสือชิ่งกลับไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองที่ตื่นเต้นอะไร แต่หวังเจียจุ้นตื่นเต้นมาก
“ไอ้พวกพูดจาซี้ซั้ว มาก่อความวุ่นวายกันทั้งหมด พวกแกกำลังโกหก พูดมั่ว!” หวังเจียจุ้นตะคอกด้วยความโมโห
แต่ทว่าคนที่มาเข้าร่วมงานแต่งงานเหล่านี้กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
เทียบกับตระกูลหวังที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้ พวกเขาแน่นอนว่ายิ่งเชื่อใจสี่ตระกูลใหญ่และเฟิงหั่วกรุ๊ปมากกว่า
และพ่อแม่ของหลงหลิงหลิงเห็นสถานการณ์เช่นนี้ก็ร้อนรนขึ้นมาแล้ว
พ่อของหลงหลิงหลิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามหวังสือชิ่ง “ชิงแก นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หวังสือชิ่งเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ราบเรียบ “ไม่มีเรื่องใหญ่อะไร ชิงแกไม่ต้องกังวล”
ไม่ใช่เรื่องใหญ่?
ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
จากนั้นหวังสือชิ่งก็หัวเราะประชดประชันขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า “ผมทางนี้กลับมีวิธีการหนึ่งที่จะสามารถรักษาตำแหน่งในเฟิงหั่วกรุ๊ปของตระกูลหวังเราเอาไว้ได้”
เห็นท่าหลินขวางอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาอย่างประชดประชัน “เวลานี้แล้ว คุณยังมีวิธีการอะไรได้อีก?”
หวังสือชิ่งอยู่ๆก็หัวเราะขึ้นมา หัวเราะจนทำให้คนรู้สึกค่อนข้างที่จะหนาวเย็น “หากท่านทั้งหลายที่ถือหุ้นในมือทั้งหมดตายด้วยอุบัติเหตุพร้อมกันทั้งหมด งั้นหุ้นเหล่านี้ก็ควรจะเป็นการเก็บรักษาชั่วคราวขึ้นมาใช่หรือเปล่า?”
“งั้นถ้าเป็นเช่นนี้ สิ่งที่ตระกูลหวังของเรามีก็คือเวลาที่จะไปเอาเฟิ่งหั่วกรุ๊ปกลับคืนมาใหม่อีกครั้ง”
พูดจบ สีหน้าของคนภายในงานก็เปลี่ยนมหันต์
“แกคิดจะทำอะไร?” เย่ฮวนเอ่ยขึ้นด้วยความโมโหและตกตะลึง
หลังจากที่หลินขวางตกตะลึงกลับอุทานออกมาอย่างประชดประชันว่า “หรือว่าแกจะเก็บพวกเราทั้งหมดเอาไว้ที่นี่? แต่พวกแกมีอำนาจนั้นหรอ?”
หวังสือชิ่งหัวเราะเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยขึ้น “ลองดูก็รู้แล้วไม่ใช่หรือ”
ในขณะที่พูดสายตาของหวังสือชิ่งก็ตกไปที่ด้านหลังของพวกเขา
คนทั้งหมดก็มองตามสายตาของเขาไป
จากนั้นคิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะเห็นน้ำทะเลจากริมทะเลเกิดคลื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน ที่ยิ่งทำให้คนตกใจก็คือ คิดไม่ถึงว่าน้ำทะเลจะขึ้นสู่ความสูงถึงสิบกว่าเมตร ล้อมรอบคนทั้งหมดเอาไว้
และที่ยิ่งทำให้คนตกตะลึงก็คือ น้ำทะเลเหล่านี้เพียงแค่ล้อมรอบพวกเขาเอาไว้ กลับไม่ได้เป็นเพราะแรงโน้มถ่วงกระโจนลงมา
“เฮ้ย!นี่เกิดอะไรกันขึ้น?”
“พวกเขาเป็นเวทย์มนต์!”
“หา!”