ตอนที่ 1058
บทที่ 1058 พลิกกลับ
October 28, 2026
หลงหลิงหลิงเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่กล้าไปมองพวกเขา
เธอไม่มีทางเลือก เธอไม่สามารถมองเห็นพ่อของตนเองไปตายได้
หลังจากนั้นชั่วขณะ ไป๋หยุนเผิงก็ถอนหายใจออกมาว่า “เธอมีความลำบากของเธอ”
หวังสือชิ่งทำอย่างชัดเจนขนาดนั้น ทำไมเขาจะดูไม่ออกอีกว่ากำลังข่มขู่หลงหลิงหลิงล่ะ?
“ฮ่าๆ…”
หวังเจียจุ้นหัวเราะเสียงดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน “พวกแกวันนี้คือมาเล่นตลกกันหรอ? เมียของฉันก็ต้องสนับสนุนฉันแน่นอนอยู่แล้ว พวกแกเอาความมั่นใจมาจากที่ไหนกัน?”
“สี่ตระกูลใหญ่อะไร? เฟยเสว่กรุ๊ป? สร้างกลุ่มมาเล่นตลกหรอ?”
“ฮ่าๆ…”
ได้ยินคำเย้ยหยันที่กำเริบเสิบสานของหวังเจียจุ้น ไป๋หยุนเผิงและคนอื่นๆต่างก็มีสีหน้าที่ไม่พอใจ
คนอื่นๆที่รับชมล้วนอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
“ตระกูลหวังนี่สุดยอดจริงๆ คิดไม่ถึงว่าจะกดสี่ตระกูลใหญ่ลงไปได้!”
“ตอนนี่ตระกูลหวังมีหุ้นสี่สิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ตระกูลไป๋ทางนี้มีเพียงแค่สี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ถึงสุดท้ายยังไงก็ต้องเป็นตระกูลหวังที่ตัดสินใจน่ะสิ!”
“ของขวัญที่ฉันมอบให้เมื่อครู่นี้ไม่น้อยเลยนะ คงจะสามารถมีหน้ามีตาต่อหน้าตระกูลหวังได้หน่อยล่ะมั้ง?”
หวังเจียจุ้นใบหน้าเต็มไปด้วยความได้ใจ หวังสือชิ่งสีหน้าสงบนิ่ง
และพ่อแม่ของหลงหลิงหลิงไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น รู้เพียงแต่ตอนนี้คือตระกูลหวังที่ได้เปรียบ ดังนั้นจึงหัวเราะตามขึ้นมาด้วย
ที่พวกเขาทางนี้คนเดียวที่หัวเราะไม่ออก มีเพียงแค่หลงหลิงหลิงเท่านั้น
หากไม่ใช่พ่อแม่ของเธอถูกข่มขู่บีบบังคับ หลงหลิงหลิงจะต้องเลือกสนับสนุนตระกูลไป๋โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยอย่างแน่นอน แต่เธอไม่มีทางเลือก
หวังสือชิ่งปล่อยพ่อของหลงหลิงหลิง หัวเราะพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “ตอนนี้พวกคุณก็ถือเป็นหุ้นส่วนของเฟิงหั่วกรุ๊ปแล้ว ผมซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากต่อการเข้าร่วมของพวกคุณ”
“วันนี้วันแต่งงานของลูกชายผม ทุกคนต่างก็มาแล้ว ก็ดื่มเหล้ามงคลสักจอกแล้วค่อยกลับก็แล้วกันครับ”
ไป๋หยุนเผิงและคนอื่นๆทำตัวไม่ถูกเป็นอย่างมาก
หวังเจียจุ้นดูเหมือนยังอยากหัวเราะไม่พอ หัวเราะเสียงดังต่อไปพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “มาๆๆ หากเรียบร้อยแล้วก็ดื่มเหล้ามงคลสักจอก เป็นพยานให้กับเราสองสามีภรรยาเถอะ!”
คนของสามตระกูลใหญ่แต่ละคนสีหน้าต่างก็ไม่น่ามอง
ไป๋หยุนเผิงเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่มืดหม่นว่า “ความแค้นของลูกชายฉันจะช้าจะเร็วฉันก็ต้องชำระ!วันนี้ก็ให้พวกแกได้ใจไปก่อนชั่วคราว หึ!พวกเราไป!”
พูดจบเขาก็พาทุกคนออกไปจากตรงนั้น
ในเวลานี้เอง ก็มีคนตะโกนออกมาหนึ่งประโยคว่า
“รอก่อน!”
ทุกคนหันไปตามเสียง ในขณะเดียวกันก็ต่างฝ่ายต่างกระจายออก ให้ทางออกมาทางหนึ่ง
ผู้หญิงที่ดูเหมือนอายุสามสิบกว่า หน้าตาถือว่าสวยคนหนึ่งเดินออกมา
เธอมาถึงยังด้านหน้าของไป๋หยุนเผิง เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “ชิงแกอย่าเพิ่งรีบร้อนกลับ ละครสนุกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองนะ!”
ไป๋หยุนเผิงนิ่งอึ้ง ชิงแก?
หวังเจียจุ้นเห็นว่ามีคนออกมาก่อเรื่องอีก ก็เอ่ยถามขึ้นอย่างควบคุมความโมโหเอาไว้ไม่อยู่ “แกเป็นใครอีก?”
“ฉันน่ะหรอ หวังซือซือ พวกเราถือได้ว่าเป็นต้นตระกูลเดียวกัน” หญิงสาวตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
หวังเจียจุ้นหยุดชะงัก ต้นตระกูลเดียวกัน? ดังนั้นผู้หญิงคนนี้คือฝั่งพวกเขา?
หวังสือชิ่งก็ตกตะลึงเล็กน้อยตามมาด้วย ยังเอ่ยถามขึ้นอีกว่า “ต้นตระกูลเดียวกัน? ทำไมผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อน?”
หวังซือซือหัวเราะพร้อมกับเอ่ยว่า “แน่นอนว่าไม่เคยเจอค่ะ ตอนที่คุณปู่ของฉันออกจากตระกูลหวังฉันยังไม่เกิดออกมาสักวินาทีเลยนะ!”
“เธอ!เธอคือ…” หวังสือชิ่งเบิกตาโพลงขึ้นในทันที
หวังซือซือกลับขัดจังหวะของเขา “เรื่องเหล่านั้นในอดีตก็อย่าเอ่ยถึงเลยค่ะ ตอนนี้ฉันก็เพียงแค่ได้รับการไหว้วานจากคนอื่น ให้มาช่วยทำงานก็เท่านั้นเอง”
“เรื่องอะไร?” หวังสือชิ่งเอ่ยถามโดยจิตใต้สำนึกในทันที
หวังซือซือหัวเราะเล็กน้อยขึ้นมาอีกครั้ง “หวังสือชิ่ง พวกคุณนึกว่าเฟิงหั่วกรุ๊ปอยู่ในมือของพวกคุณแล้วใช่หรือเปล่า? นึกว่าตัวเองชนะแน่แล้ว?”
ได้ยินคำพูดนี้ คนฝั่งทางหวังสือชิ่งก็พากันขมวดคิ้วขึ้น
หวังซือซือกลับหยิบเอกสารชุดหนึ่งออกมาจากในมือ ส่งให้กับไป๋หยุนเผิงอย่างสงบเยือกเย็นเป็นอย่างมาก “ชิงแก คุณสามารถลองดูอันนี้ จำไว้ว่าเก็บให้ดี”