ตอนที่ 694
บทที่ 694 เลือดนอง
October 28, 2026
คฤหาสน์ตระกูลซุน
ซุนเหาถูกโยนลงไป ไป๋ยี่เฟยก็ให้คนลากตัวซุนหมิงเจี่ยนขึ้นมา
ซุนหมิงเจี้ยนมองซุนเหาที่อยู่ข้างล่าง สีหน้าหวาดกลัว
ไป๋ยี่เฟยยืนอยู่ข้างเขา พูดเสียงเย็นชา “ซุนหมิงเจี้ยน ต้องโทษคุณโชคร้ายเอง ที่มาเจอผม”
พูดไปด้วย ไป๋ยี่เฟยก็หยิบมือที่ใช้บาดคอซุนเหาเมื่อกี้ขึ้นมา
ซุนหมิงเจี้ยนเห็นเลือดบนมีด ก็ตะโกนอย่างหวาดกลัว “เต้าจ่าง ช่วยผมด้วย”
ตะโกนเสร็จแล้วก็หันไปพูดกับไป๋ยี่เฟย “อย่า อย่าฆ่าผม อย่าฆ่าผม ไป๋ยี่เฟย อย่าฆ่าผม ผมจะบอกความลับให้คุณ”
ไป๋ยี่เฟยหัวเราะ “ผมไม่สนใจ”
พูดคำนี้จบ เขาเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า
ท้องฟ้ายังคงมืด ก็ดาวกะพริบบ้าง แต่กว่าจะสว่างยังอีกยาวนาน
เพราะว่าไป๋ยี่เฟยรู้ ถ้าเขาฆ่าซุนหมิงเจี้ยน ค่ำคืนนี้ ต้องเลือดสาดแน่
แต่เขาไม่เสียใจ
ไป๋ยี่เฟยยืนมือหยิบมีด ชี้ไปที่คนข้างล่าง ตะโกนเสียงดัง “ไม่มีใครทำร้ายพี่น้องเพื่อนพ้องของผมแล้วยังอยู่อย่างสบายอีก เรื่องนี้ไม่ต้องเจรจา”
“ไม่แค่ซุนหมิงเจี้ยน พวกแก มีผลลัพธ์อย่างเดียวเท่านั้น ก็คือตาย”
“ไม่”
ซุนหมิงเจี้ยนร้องอย่างหมดหวังและหวาดกลัว
“พร๊าก”
ไป๋ยี่เฟยบาดมีดลงไป เลือดก็พุ่งออกจากคอซุนหมิงเจี้ยน เลือดสาดทั่วระเบียง พื้น และร่างไป๋ยี่เฟย
“ปัง”
ซุนหมิงเจี้ยนก็ถูกโยนลงจากระเบียง หล่นอยู่ตรงหน้าเต้าจ่างพอดี มองเต้าจ่างตายตาไม่หลับ
วินาทีนี้เงียบสงบเหมือนป่าช้า
เงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจ
เวลาเดียวกัน เสียงเต้าจ่างก็ดังขึ้น “ถ้าอย่างนั้น ผลลัพธ์ของแกก็มีเพียงอย่างเดียว”
จากนั้นเต้าจ่างก็พูดกับทุกคน “ไป๋ยี่เฟยจับตาย คนอื่นตายหมด”
“ฆ่ามัน”
จากนั้นเสียงดังขึ้น การต่อสู้เริ่มขึ้น
สิบตระกูลใหญ่มาแค่ห้าตระกูล แต่ทุกตระกูลมียอดฝีมือระดับที่สามทุกบ้าน ก็เท่ากับว่าทุกตระกูลมีคนอย่างไป๋หู่อยู่หนึ่งคน
รวมกับระดับสี่บางส่วนกับพวกมือสมัครเล่นหลายสิบคน รวมกันแล้วก็มากพอสมควร ขณะนี้พวกเขาพากันบุกเข้าคฤหาสน์ ตะโกนเสียงดังเหมือนการรบกันสมัยโบราณ ดูแล้วน่าอลังการ
มิน่าสหพันธ์เมืองหลวงถึงต้องอาศัยสี่ตระกูลใหญ่ นอกจากฝีมือของเต้าจ่างเหนือคนอื่นแล้ว ยังมีศิษย์น้องของเขา และแผนกแปดสหพันธ์ธุรกิจ
แผนกแปดสหพันธ์ธุรกิจเป็นแผนการต่อสู้ แผนกนี้รับผิดชอบเรื่องที่ต้องจัดการด้วยการใช้อาวุธและความรุนแรง
ในกลุ่มนี้ก็มียอดฝีมือระดับสามและสองอยู่บ้าง
......
ไป๋ยี่เฟยที่ยืนอยู่บนระเบียงขณะนี้ มองดูคนที่บุกเข้ามา ไม่มีความกังวลแม้แต่น้อย
เขารู้ว่าครั้งนี้คงต้องตายกันไปข้างหนึ่ง
แต่เขาก็ยังคงยกมีดขึ้นมาอย่างหนักแน่น ใช้น้ำเสียงต่ำพูดว่า “ฆ่าออกไป”
คนทั้งสองฝ่ายเจอกันอย่างเร็ว
คนของฝ่ายไป๋ยี่เฟย นอกจากเฉินห้าวแล้ว ฝีมืออ่อนสุดก็อยู่ระดับที่สี่ แต่พวกเขารวมกันก็แค่สามสิบคน เมื่อเทียบกับคนข้างนอกมากมาย แทบเทียบไม่ได้เลย
แต่ฝีมือของฝ่ายตรงข้ามต่างกันมาก คนที่บุกเข้ามาก่อนเป็นพวกฝีมืออ่อนหัด เพราะฉะนั้นเมื่อเจอกับคนของไป๋ยี่เฟย พวกเขาก็เหมือนปลาบนเขียง ที่รอคนเชือด
จงเหลียนถือมีดใบใหญ่ของตัวเอง ในสถานที่แคบแบบนี้ กลับเห็นข้อดีของมันเลย มีดฟันไปทีเดียวก็โดนหลายคน ประหยัดแรงประหยัดเวลา
ไป๋หู่ยังคงไม่มีอาวุธ เขาใช้หมัดและขาของตัวเอง ต่อยลงบนร่างของคนที่บุกเข้ามา จนมีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างดัง