ตอนที่ 776
บทที่ 776 ปีศาจหนึ่งตน
October 28, 2026
ในตอนเย็น หลิวเสี่ยวอิงลังเลแต่ก็มาถึงหน้าประตูห้องของไป๋ยี่เฟย จากนั้นจึงผลักประตูเข้าไปอย่างเงียบๆ
เพราะหลิวเสี่ยวอิงไม่อยากให้เขาต้องทรมาน
อันที่จริงไป๋ยี่เฟยถือว่าพึ่งหายจากอาการป่วย ตอนนี้ร่างกายของเขาอ่อนแอมาก ทำให้เขาหลับอยู่บนเตียง ไม่รู้สึกตัวเลยและหลับลึกมากๆ
ตอนเช้า หลังจากที่ไป๋ยี่เฟยตื่น เขาจำไม่ได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขารู้สึกว่าร่างกายของตัวเองเต็มไปด้วยพลัง
และลู่หยางก็ตื่นขึ้นมา และเริ่มร้องไห้อีกครั้ง บอกว่าจะกลับตระกูลลู่
ไป๋ยี่เฟยหยุดลู่หยางไว้และพูดว่า:“ลู่หยาง ตอนนี้คุณเป็นผู้ชายคนเดียวของตระกูลลู่ คุณต้องดูแลครอบครัว และต้องดูแลพี่สาวของคุณในอนาคต ดังนั้นตอนนี้คุณควรโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้”
ลู่หยางอยากจะผลักไป๋ยี่เฟยออกอีกครั้ง แต่เขาพบว่า วันนี้เขาผลักไม่ไหว
ดังนั้นลู่หยางทำได้เพียงยืนอยู่ที่นั่น และตะโกนใส่ไป๋ยี่เฟย:“คุณอยากให้ฉันเติบโตเป็นผู้ใหญ่ยังไง พ่อแม่ของฉันก็โดนฆ่าแล้ว ศพยังอยู่ในห้องโถงเลย ไม่มีคนช่วยเก็บศพ อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่ใช่พ่อแม่ของคุณ คุณจะพูดยังไงก็ได้?”
ไป๋ยี่เฟยรู้สึกผิดมากๆ
เขาคิดถึงพ่อแม่ของตัวเอง เพียงแต่พ่อแม่ของเขายังมีชีวิตอยู่ แต่คนที่เสียชีวิตคือน้องสาวของเขา
แต่สิ่งนี้ไม่ได้ส่งผลต่อความรู้สึกผิดในใจของเขา
ไป๋ยี่เฟยกดไหล่ของลู่หยางแล้วพูดว่า:“ได้ คุณกล้าตามฉันไปไหม ไปดูฉันช่วยพี่สาวของคุณและฆ่าล้างตระกูลหงยังไง?”
ลู่หยางจ้องมองเขาและตะโกนเสียงดังว่า:“ฉันกล้าไปอยู่แล้ว!”
ลู่หยางในเวลานี้ ตกอยู่ในอารมณ์หดหู่ของการสูญเสียพ่อแม่ เขาไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าไป๋ยี่เฟยจะช่วยคนยังไง และจะฆ่าล้างตระกูลหงได้ยังไง?
เป็นเพราะเขาโกรธ โกรธไป๋ยี่เฟย แค้นตระกูลหง ดังนั้นเขาต้องการแก้แค้น ไม่ว่าเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ เขาต้องไป เขามีความคิดแค่นั้น
เมื่อไป๋ยี่เฟยเห็นแบบนี้ก็พยักหน้า“ได้!”
หลังจากพูดจบ ไป๋ยี่เฟยหันหลังจากไป ลู่หยางเห็นแบบนี้ก็รีบเดินตามไป
หลังจากไป๋ยี่เฟยกับลู่หยางเดินจากไปแล้ว หลิวเสี่ยวอิงก็เดินออกมาจากห้องตัวเอง มองประตูที่พวกเขาเดินออกไปแล้วเหม่อลอย
เมื่อวานเธอเข้าไปในห้องของไป๋ยี่เฟยและฝังเข็มให้ไป๋ยี่เฟยหนึ่งเข็ม ทำให้ไป๋ยี่เฟยหลับสนิทไปเลย
หลังจากนั้น หลิวเสี่ยวอิงก็นั่งอยู่ข้างเตียงของไป๋ยี่เฟย และเฝ้าเขาทั้งคืน
ตลอดทั้งคืน หลิวเสี่ยวอิงคิดแล้วคิดอีก แต่สุดท้ายเธอก็ทำได้เพียงส่ายหัว
เป็นเพราะเธอไม่ได้นอนมาทั้งคืน ตอนนี้ทำให้หลิวเสี่ยวอิงมีรอยคล้ำใต้ตา
ไม่รู้ว่าสวี่อีอีเดินออกมาเมื่อไหร่ เมื่อเห็นหลิวเสี่ยวอิงก็ถามเบาๆว่า:“คุณผู้ชายจะไปแก้แค้นตระกูลหงใช่ไหม?”
เมื่อได้ยินเสียงขอสวี่อีอี ทำให้หลิวเสี่ยวอิงได้สติ เธอนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่และพูด:“ใช่”
สวี่อีอีกังวลมากและพูด:“แต่......ตระกูลหงน่ากลัวมาก......”
หลิวเสี่ยวอิงหันศีรษะและมองไปที่สวี่อีอี จู่ๆก็หัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นชา:“เธอยอมรับสถานะของตัวเองได้เร็วมาก มันน่าแปลกใจจริงๆ”
สวี่อีอีไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่หลิวเสี่ยวอิงพูด มองเธอด้วยความสงสัย
หลิวเสี่ยวอิงไม่ได้อธิบาย อย่างไรก็ตามผู้หญิงอย่างสวี่อีอีที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ไม่สามารถเข้าใจความคิดของพวกเขาอยู่แล้ว
ดังนั้นหลิวเสี่ยวอิงจึงพูดอย่างเฉยเมยว่า:“ตระกูลหง ในสายตาของเขา มันไม่น่ากลัวเลย!”
“ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เพียงต้องการแก้แค้น เขาต้องการแหกกฎของที่นี่และต้องการโค่นล้มอาณาจักรนี้ด้วย!”
สวี่อีอียิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจ
......
ตำแหน่งของตระกูลหงตั้งอยู่ใจกลางของเขตที่สี่ ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่
เจ้าบ้านของตระกูลหงชื่อว่าหงฟ่าน เป็นชายชราที่มีอายุมากกว่า70ปี
เขามีลูกชายสองคน ลูกสาวหนึ่งคน ลูกชายคนโตและลูกสาวเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ลูกชายคนเล็กหงฉีเป็นที่รู้จักของทุกคนในเขตที่สี่
ถึงแม้หงฉีจะเป็นลูกชายคนเล็กของหงฟ่าน แต่เขาอายุ30กว่าแล้ว ในสายตาของคนทั่วไปในเขตที่สี่ หงฉีเป็นคนจิตวิปริตและเป็นปีศาจ
......
ห้องโถงของตระกูลหงในเวลานี้ หงฟ่านกำลังต้อนรับแขกผู้มีเกียรติคนหนึ่ง
โดยทั่วไปด้วยฐานะของหงฟ่านที่อยู่ในเขตที่สี่เขาไม่จำเป็นต้องมาต้อนรับแขกด้วยตัวเอง วันนี้เขาไม่เพียงแค่มาตัอนรับแขก แต่เขายังอ่อนน้อมถ่อมตนมากๆเหมือนตัวเองเป็นลูกน้องคนหนึ่ง