ตอนที่ 873
บทที่ 873 กลับไปอยู่บ้านเถอะ
October 28, 2026
ไม่ว่าพูดยังไงเธอก็เป็นคนของตระกูลไป๋ ถึงขนาดสามารถไร้น้ำใจถึงขั้นนี้ ช่างทำให้คนจิตใจเหน็บหนาวจริงๆ
แต่ตอนนี้ ไป๋ยี่เฟยมีความสามารถแล้ว และหลี่เสว่ตั้งครรภ์อีก พวกเขาก็ออกมาทีละคน ยืนอยู่บนตำแหน่งสูงของรุ่นอาวุโส ทำท่าทางใบหน้าหยิ่งยโสแบบนั้น เหมือนดั่งพวกเขาให้ทาน
เกรงว่าคนที่มีอารมณ์ดีขนาดไหนพบเจอกับสภาพการณ์แบบนี้ ในใจล้วนมีความโมโห
ไป๋หยุนเผิงเห็นอยู่ข้างๆ รีบพูดว่า “อารองท่านอย่าโมโห ความหมายของเขาแท้ที่จริงคือ.......”
ยังไม่รอให้ไป๋หยุนเผิงพูดจบ ไป๋ยี่เฟยก็ตัดคำพูดของเขาเลย “ไม่มีความหมายอย่างอื่น ก็เป็นความหมายอย่างเมื่อกี้”
อู๋กุ้ยเซียงที่อยู่ข้างๆก็อดไม่ไหวที่จะเอ่ยปากแล้ว “ยี่เฟย อย่าพูดอีกเลย ปู่รองยากที่จะออกบ้านสักครั้ง เขาออกบ้านครั้งนี้ นับว่าให้เกียรติแกอย่างมาก”
“ฮึ!” ปู่รอง ฮึ เย็นชาเสียงหนึ่ง “พวกคุณอย่าขอความเห็นใจเพื่อเขา หุนหันพลันแล่นอย่างนี้ ไม่เคารพรุ่นอาวุโส ไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตา ยากที่จะมีสถานะเป็นทายาทตระกูลไป๋ ผมว่าวันหลังค่อยคิดวางแผนอีกเถอะ!”
พูดจบ สีหน้าของไป๋หยุนเผิงกับอู๋กุ้ยเซียงเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก
ไป๋ยี่เฟยกลับไม่ได้สนใจสิ่งนี้ เขาจ้องปู่รองคนนี้หนึ่งที อดไม่ได้ที่จะยิ้มเย็นชาพูดว่า “ปู่รองอะไรหรือ? เห็นได้ชัดก็คือชายชราที่ไม่รู้จักเคารพตัวเอง!”
“เป็นชายชราที่ไม่รู้จักเคารพตัวเอง ก็อย่าโทษผมไม่เคารพต่อท่าน” ไป๋ยี่เฟยพูดด้วยเสียงเย็นชา “เด็กเป็นของผมกับเสว่เอ๋อ เสว่เอ๋อตั้งครรภ์อยู่สิบเดือนจึงคลอดออกมา ความยากลำบากในนั้นพวกท่านไม่รู้เลยสักนิด”
“ถึงแม้ว่าเป็นรุ่นอาวุโส ก็ควรถามความคิดของเสว่เอ๋อสักหน่อย ก่อนหน้านั้นไม่เหลียวแลพวกคุณมีสิทธิอะไร ตอนนี้กลับโผล่ออกมาจะมาตั้งชื่อลูกของผม?”
“ยังมี ท่านคิดว่าผมแคร์การรับช่วงกิจการของตระกูลไป๋หรือ?บอกกับท่าน ผมไม่ขาดแคลน!”
“ผมขี้เกียจเห็นไอ้แก่ชราที่ไม่รู้จักเคารพตัวเองอย่างพวกคุณเหล่านี้ ทั้งวันมีลักษณะท่าทีแบบที่คนอื่นติดหนี้ท่าน เห็นแล้วก็จิตใจว้าวุ่น!”
“แก!” ปู่รองถูกทำให้โมโหจนยกมือคู่นั้นที่เต็มเปี่ยมด้วยรอยย่นชี้ที่ไป๋ยี่เฟยสั่นระริกอยู่ ตาทั้งคู่เบิกตาโพลง ดูเหมือนอยากจะเอ่ยปากชี้ด่าไป๋ยี่เฟย
แต่ว่า ไป๋ยี่เฟยยังไม่ได้พูดจบ
เขาก็ยื่นนิ้วออกมาชี้ปู่รองอยู่เช่นกัน เสียงดังพูดว่า “ฟังผมให้ดีๆ อย่าคิดว่าผมเป็นลูกชายของไป๋หยุนเผิง ก็เอาสถานะที่เป็นทายาทตระกูลไป๋อะไรออกมาคุกคามผม ตรงข้ามกันพวกคุณควรรู้สึกโชคดีที่ผมเป็นลูกชายของไป๋หยุนเผิง มิฉะนั้น พวกคุณไอ้แก่เหล่านี้อยู่ไม่ถึงปัจจุบันนี้เลยสักนิด!”
คำพูดนี้พูดออกมา คนทั้งหลายล้วนตื่นตะลึงแล้ว
คำพูดเหล่านี้ไม่ว่าหยิบออกมาคำไหนล้วนคือเนรคุณ โอหังสุดขีด
ถึงยังไงพวกเขาล้วนรู้ ถึงแม้ว่าเจ้าบ้านตระกูลไป๋สามารถทำการตัดสินใจทั้งหมด แต่ว่า พวกรุ่นอาวุโสของตระกูลไป๋มีสิทธิที่จะปฏิเสธการตัดสินใจของเจ้าบ้าน
ความหมายของไป๋ยี่เฟยเมื่อกี้คือบอกกับพวกเขาอยู่ว่า เขาเห็นแก่ความเกี่ยวข้องทางสายเลือด จึงยอมอดทนกับท่าทีหยิ่งยโสของพวกเขา ไม่งั้นละก็ถูกเขาทำจนตายไปนานแล้ว
ปู่รองโดนยั่วให้โกรธแล้ว ร้องตะโกนพูดว่า “ไอ้เหี้ยที่ไม่รู้ที่ตาย!”
เขาก็ยืนอยู่ที่นั่น อยู่ดีๆตาทั้งคู่กลายเป็นแดงฉาน เส้นผมที่ขาวกับแขนเสื้อที่ใหญ่หลวม ถึงขนาดไร้ลมขยับเอง
และบนกายเขาชั่วพริบตาเดียวเผยความอาฆาตที่ล้นฟ้าออกมาให้เห็น
ไป๋หยุนเผิงกับอู๋กุ้ยเซียงเห็นสภาพ สีหน้าเปลี่ยนอย่างรุนแรง
และอยู่ในเวลานี้ มีมือข้างหนึ่งวางอยู่บนหัวของปู่รอง
ก่อนหน้านั้นไป๋ยี่เฟยเนื่องเพราะไม่สามารถควบคุมในการเข้าสู่สภาวะแปรสภาพ ทำให้เส้นผมของเขากลายเป็นสีเทา
แต่ว่า ไป๋ยี่เฟยที่อยู่ในเวลานี้ยามนี้ เส้นผมถึงขนาดดำหมดเลย
และตาของเขา ถึงขนาดไม่ได้แดงฉานเหมือนดั่งปู่รองอย่างนั้น ยังเป็นสีเดิมอยู่ เพียงแค่สว่างมากกว่าแต่ก่อนเท่านั้น
ดังนั้นก็คือการเปลี่ยนแปลงที่สามารถมองข้ามอย่างนี้ได้ ทำให้พลังที่อยู่บนกายเขาชั่วพริบตาเดียวก็ยกระดับหลายขั้น
ไป๋ยี่เฟยรบชนะสวี่เต้าจ่างแล้ว
พลังความสามารถของไป๋ยี่เฟยบรรลุถึงระดับที่หนึ่ง
ถึงแม้ผู้เฒ่าที่อยู่ต่อหน้าอายุเจ็ดสิบปีคนนี้ ก็เคยเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งเช่นกัน สามารถเข้าสู่สภาวะแปรสภาพเหมือนกัน
แต่ว่า จะเทียบเท่ากับไป๋ยี่เฟยในปัจจุบันนี้ได้ยังไงล่ะ
ไป๋ยี่เฟยเพียงแค่ยื่นมือข้างหนึ่งกดอยู่บนหัวเขาอย่างเบาๆ ก็เหมือนดั่งกดสวิท ทำให้แรงพลังทั้งร่างกายของเขารั่วไหลออกไปในชั่วพริบตาเดียว สีแดงฉานที่อยู่นัยน์ตาก็หายตามไปด้วยเช่นกัน
ไป๋หยุนเผิงตื่นตะลึงเลย
อู๋กุ้ยเซียงตลึงตาค้างเลย
ปู่รองทั้งตกใจทั้งหวาดกลัว
ในเวลานี้ยามนี้สีหน้าหยิ่งยโสที่อยู่บนใบหน้าเขาล้วนหายไปแล้ว กลายเป็นความตื่นตระหนกตกใจยึดเข้าแทนที่
เขาสามารถรับรู้สัมผัสถึงพลังของไป๋ยี่เฟยในปัจจุบันนี้ว่าแข็งแกร่งมาก และมือนั้นที่กดทับเขาไว้ของไป๋ยี่เฟย เพียงแค่ออกแรงเบาๆ ก็สามารถบีบหัวกะโหลกของเขาแตกได้
แต่ว่า ไป๋ยี่เฟยไม่ได้ทำอย่างนั้นเลย แต่ปล่อยมือออก