ตอนที่ 874
บทที่ 874 พังทลายแล้ว
October 28, 2026
หลี่เฉียงตงตบไหล่ของเขาตบแล้วตบอีกพูดว่า “ไปเถอะ”
“แต่.......” ไป๋ยี่เฟยเป็นห่วงหลี่เสว่มาก อีกทั้งแม้แต่หน้าลูกของตนเองเขาก็ยังไม่ได้เจอ
หลี่เฉียงตงรู้ถึงความกังวลของเขา ก็เลยพูดว่า “วางใจเถอะ มีผมอยู่”
หลังจากไป๋ยี่เฟยได้ยินกัดฟัน พูดว่า “ได้ ขอบคุณนะ”
หลังจากพูดจบเขาก็หมุนตัวไปเลย แต่ว่าหลี่เฉียงตงอยู่ดีๆนึกถึงอะไรขึ้นมาอีก “อั้ย เรื่องนั้น.......”
“อะไรหรือ?” ไป๋ยี่เฟยหันหน้ามาถาม
หลี่เฉียงตงดูเหมือนไร้เจตนาถามไปคำหนึ่งว่า “เมื่อกี้คนนั้นก็คือหลิวเสี่ยวอิงหรือ?”
ก่อนหน้านั้นหลี่เฉียงตงเคยเห็นหลิวเสี่ยวอิง เพียงแค่เพราะว่าครั้งนี้ทำการผ่าตัดสวมใส่แมสไว้ มีการจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่
ในใจไป๋ยี่เฟยดังกุ๊กๆเสียงหนึ่ง มีปฏิกิริยากลับมาทันที หลี่เฉียงตงย่อมรู้เรื่องระหว่างพวกเขาแน่นอน มีความหวาดผวาเล็กน้อย พยักหน้าแล้วพยักหน้าอีก
หลี่เฉียงตงก็ไม่ได้พูดถึงอย่างอื่น และตบไหล่ของไป๋ยี่เฟยตบแล้วตบอีก “รีบไปเถอะ ระมัดระวังตนเองหน่อย นี่ยังมีภรรยากับลูกๆของคุณรอคุณกลับมานะ”
ไป๋ยี่เฟยพยักหน้าอย่างเอาจริงเอาจัง จากนั้นหมุนตัววิ่งออกจากโรงพยาบาล
ในใจไป๋ยี่เฟยตำหนิตนเองอยู่ เพราะว่าภรรยาของเขาเพิ่งคลอดลูกเสร็จ แม้แต่มองสักทีเขาก็ไม่มี ลูกก็ไม่ได้เจอ กลับต้องออกไป
เป็นสามีคนหนึ่ง เขาคือไม่ได้มาตรฐานนะ
แต่เขาไม่มีทางอื่น เขาก็ถูกบีบบังคับอย่างจนปัญญาเช่นกัน
หลังจากไป๋ยี่เฟยวิ่งออกจากโรงพยาบาลขับรถของหนิวต้ายอยู่เหมือนเดิม ไปยังวัดฝูอิงอย่างรวดเร็ว
วัดฝูอิงอยู่นอกเมืองของเมืองเทียนเป่ย อยู่นอกเมืองผู้อยู่อาศัยน้อยมาก อยู่บริเวณวัดฝูอิงมีอยู่เพียงแค่สถานกักกันแห่งหนึ่งกับโรงงานแห่งหนึ่ง
ไป๋ยี่เฟยขับรถไปยังสถานกักกัน ก็เลยลงจากรถเดินไปยังวัดฝูอิง
เพราะว่ารถคันนี้เป็นของหนิวต้าย ถ้าขับเข้าไปก็จะเปิดโปงเรื่องที่หนิวต้ายถูกเขาจับแล้ว
วัดฝูอิงอยู่ครึ่งทางขึ้นภูเขา ก่อนที่จะขึ้นไปต้องปีนขั้นบันไดแห่งหนึ่งที่ยาวมาก หลังจากปีนขึ้นไปแล้วจึงจะเป็นประตูใหญ่ของวัดฝูอิง ประตูใหญ่ของวัดตกแต่งอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร และสูงใหญ่มาก ดูแล้วก็ทำให้คนมีความรู้สึกที่เคร่งขรึมน่าเคารพมากแบบหนึ่ง
หลังจากเข้าประตูใหญ่แล้วจะต้องผ่านป่าแห่งหนึ่งก่อน จึงจะถึงวัดจริงๆ
ไป๋ยี่เฟยวิ่งขึ้นขั้นบันไดเดินเข้าป่า ทันทีนั้นก็มองเห็นคนคนหนึ่งกำลังไขว้ขานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
หลังจากไป๋ยี่เฟยมองเห็นคนคนนี้ อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้นมา ในเวลาเดียวกันก็มีปฏิกิริยาขึ้นมา เรื่องที่พูดอยู่ในโทรศัพท์เมื่อกี้เป็นเรื่องจริง
เพราะว่าคนที่อยู่ต่อหน้าเป็นสวี่เต้าจ่างนั่นเอง
ตอนที่อยู่หลันเต่า ไป๋ยี่เฟยทำให้สวี่เต้าจ่างพ่ายแพ้ แต่ว่าไม่ได้ฆ่าเขา และส่งมอบให้กับฉินหัว ค่อยให้ฉินหัวจับเขากลับไปเมืองหลวง
แต่เต้าจ่างตอนนี้ปลอดภัยไร้โรคาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ งั้นก็พูดได้ว่าฉินหัวเกิดเรื่องแล้วจริงๆ
ไป๋ยี่เฟยทำตายี๋เดินเข้าไป
ในเวลานี้เต้าจ่างก็ลืมตาขึ้นเช่นกัน ตาทั้งคู่เต็มไปด้วยความแค้นจ้องมองไป๋ยี่เฟย “ไป๋ยี่เฟย!”
ตาทั้งคู่นั้นนอกจากความแค้นแล้ว ยังมีความไม่ยอมอย่างเข้มข้น
อยู่ในก่อนหน้านี้ ไป๋ยี่เฟยสำหรับเต้าจ่างมากล่าวแล้วก็คือมดตัวหนึ่งที่สามารถบี้ตายในทุกเวลาทุกสถานที่ ถ้าหากว่าไม่ใช่เพื่อคลังเก็บทอง เกรงว่าเขาจะสามารถฆ่าไป๋ยี่เฟยได้อย่างสบาย
แต่ว่า เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตอนที่ต่อสู้กันตัวต่อตัวอย่างเปิดเผยนั้นเขาจะแพ้
ดังนั้นเขาไม่ยอม เขาไม่ยอม
แต่ว่า เขาไม่ยอมขนาดไหนอีก จะมีประโยชน์อะไรอีกล่ะ?
สำหรับไป๋ยี่เฟยในตอนนี้มากล่าว เสวี่เต้าจ่างไม่คุ้มที่จะเอ่ยถึงเลยสักนิด
“ฉินหัวอยู่ที่ไหนหรือ?” ไป๋ยี่เฟยห่วงใยแต่เรื่องนี้
เต้าจ่างไม่ได้ตอบคำถามของเขาเลย แต่ค่อยๆลุกขึ้นมา ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดว่า “ผมไม่ยอม!”
ไป๋ยี่เฟยจ้องมองเต้าจ่างอย่างลึกๆหนึ่งที เสียงเย็นชาพูดว่า “ถ้าหากว่าฉินหัวไม่เป็นไร ผมสามารถสู้กับคุณอีกรอบหนึ่งได้ ถึงเวลานั้นจะตีจนคุณยอม”
“ถ้าหากว่าฉินหัวเกิดเรื่องแล้ว ในเวลานั้น คุณยอมไม่ยอมล้วนไม่เป็นไร เพราะว่าผมจะตีคุณให้ตายเลยโดยตรง!”
เต้าจ่างได้ยินคำพูดนี้อดไม่ได้ที่จะแสยะหัวเราะเสียงหนึ่ง “อาจารย์บอกว่าพรสวรรค์ของผมยิ่งใหญ่เกินไป กลัวว่าอนาคตผมจะเพราะเหตุนี้ทำผิดใหญ่หลวง ดังนั้นปิดเส้นลมปราณของผมเส้นหนึ่งเลย”
“เนื่องด้วยเหตุนี้ผมจึงนั่งสมาธิบ่อยๆ อย่างนี้จึงจะไม่ทรมาน”
“ไม่เพียงแค่นี้ เขายังจำกัดความก้าวหน้าในกำลังการต่อสู้ของผม ดังนั้นการเก็บพลังอ้านจิ้งของผมยังสู้ศิษย์น้องของผมไม่ได้ แต่ตอนนี้......”