ตอนที่ 1016
บทที่1016จิตสังหารที่แรงมาก
October 28, 2026
ไป๋ยี่เฟยรีบโยนหินก้อนนั้นออกไปข้างๆ
ร่างกายอันผอมบางของฉุงลี่ซือปรากฏอยู่ตรงหน้าของไป๋ยี่เฟย
หลังจากที่ไป๋ยี่เฟยได้เห็นฉุงลี่ซือที่กำลังหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นไปทั้งตัว เขาก็รู้สึกโล่งอกอย่างมาก
เขาเดินเข้าไปเพื่อที่จะอุ้มฉุงลี่ซือขึ้นมา แต่ร่างกายส่วนล่างของฉุงลี่ซือนั้นกลับถูกก้อนหินทับอยู่ พอเขาขยับ ฉุงลี่ซือก็ขมวดคิ้ว แล้วพูดออกมาอย่างแผ่วเบาว่า “เจ็บ……”
ไป๋ยี่เฟยรีบหยุดลงทันที จากนั้นก็ให้กำลังใจเธอเบาๆ ว่า “คุณช่วยอดทนก่อนนะ เดี๋ยวผมจะช่วยคุณออกมาเอง คุณต้องไม่เป็นไร”
แต่ฉุงลี่ซือนั้นกลับเงยหน้าขึ้นมามองไป๋ยี่เฟย แล้วพูดด้วยเสียงที่สั่นเคลือว่า “ฉันอยากเป็นภรรยาของคุณ……”
ไป๋ยี่เฟยแสร้งพูดอย่างโมโหว่า “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่คุณจะมาพูดจาเลอะเทอะนะ!”
ระหว่างที่พูด เขาก็ยกก้อนหินที่ทับอยู่บนต้นขาเธอออก
สีหน้าของฉุงลี่ซือซีดเซียวกว่าเดิม “มันเจ็บมาก……”
“อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว……”
แต่แล้ว หลังจากที่เขายกหินก้อนนั้นออก เขาก็ต้องช็อกกับสิ่งที่เห็น
ยีหยุนก็ได้เข้ามาช่วยเหมือนกัน แต่พอเธอได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ต้องช็อกไปเหมือนกัน
“มันเจ็บมากเลย……” ใบหน้าของฉุงลี่ซือได้บูดเบี้ยวไปแล้ว เจ็บจนต้องกำแขนของไป๋ยี่เฟยแน่น เล็บที่ไม่สั้นไม่ยาวของเธอแทบจะจิกผิวหนังของเขาจนเป็นแผล
แต่ไป๋ยี่เฟยก็ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร เอาแต่จ้องมองภาพที่อยู่ตรงหน้าด้วยความช็อก
ฉุงลี่ซือที่อยู่ใต้หินนั้นเหลือแค่ร่างกายส่วนบนเท่านั้น และร่างกายส่วนล่างก็ได้กลายเป็นเศษเนื้อที่เละเทะไปแล้ว ลำไส้ได้ไหลทะลักออกมาจากช่องท้อง
ภาพนี้ทำให้สมองของไป๋ยี่เฟยขาวโพลน
ฉุงลี่ซือยังคงจ้องมองไป๋ยี่เฟยด้วยความดื้อดึง “คิดดูดีๆ ……เป็น……ภรรยาของคุณ……”
เสียงของเธอเบาลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็แทบไม่ได้ยินแล้ว
ไป๋ยี่เฟยรีบนั่งลงไปกอดฉุงลี่ซือเอาไว้
ในเวลาเดียวกัน หัวของฉุงลี่ซือก็ได้ทิ้งตัวลงไปอย่างไร้เรี่ยวแรง
ไป๋ยี่เฟยชะงักไปทันที จากนั้นก็ยืดตัวขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด
“อ้า!”
เขาคำรามออกมา แต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงใดๆ ออกมา
ยีหยุนที่เห็นแบบนั้นก็ได้เอามือขึ้นมาปิดปาก น้ำตาได้ไหลลงมาตามแก้มอย่างไร้ซุ่มเสียง
ทันใดนั้นเอง ก็ได้มีคนกลุ่มหนึ่งลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ที่ลงจอดเสร็จแล้ว
คนที่เดินอยู่หน้าสุดคือชายวัยกลางคนหัวล้านคนหนึ่ง ด้านหลังของเขายังมียอดฝีมือระดับหนึ่งอีกสามเดินตามมาด้วย
ชายหัวล้านนั่นเดินมาตรงหน้าซากประหลังหักพัง แล้วพูดด้วยท่าทางที่ยินดีว่า “ฉันยังนึกว่าซ่านโหยวคิดมากไปด้วยซ้ำ ไม่นึกเลยว่าคนเจ้าเล่ห์อย่างแกจะไม่อยู่ที่เมืองหมังเฉิงจริงๆ!”
จากนั้นเขาก็หันมองไปยังไป๋ยี่เฟยที่อยู่ในซากประหักพัง แล้วพูดเยาะเย้ยว่า “ถ้าแกไม่อยากตายก็ยอมไปกับพวกเราดีๆ ซะ หรือว่าแกอยากตายตั้งแต่ตอนนี้เลย?”
พอยีหยุนได้เห็นชายคนนั้น เธอก็ก้าวถอยหลังอย่างอัตโนมัติ
ชายหัวล้านที่อยู่ตรงหน้านั้นคือยอดฝีมือระดับหนึ่งชั้นสูง ที่สำคัญคือร่างกายของเขาก็ปกติเหมือนกับคนทั่วๆ ไป ต่างจากท่านดยุกที่ไม่สามารถเดินเองได้
แต่ภายในซากปรักหักพังนั้น ไป๋ยี่เฟยที่กำลังสวมกอดฉุงลี่ซืออยู่ทำราวกับพวกเขาไม่มีตัวตนอยู่เลย
เขาในตอนนี้ ในหัวคิดถึงแต่ตอนที่เขากับฉุงลี่ซือได้รู้จักกัน
รวมถึงตอนหลังที่เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับจีซือ ตอนที่พวกเขาหลบหนีอยู่กลางทะเล
เขาแบกฉุงลี่ซือที่เสื้อผ้าขาดลุ่ยเดินผ่านกลางป่า
นอนเบียดกับเธอบนเตียงที่เล็กจ้อย
เธอโวยวายอย่างเอาแต่ใจใส่เขา ส่วนเขาก็ตำหนิเธอเสียงดัง
คนนั้นไม่ใช่สัตว์เลือดเย็น เมื่อได้รู้จักกันแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องเกิดความรู้สึกดีๆ ต่อกันบ้าง
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องราวทั้งหมดนี้มันเป็นแผนที่วางไว้เพื่อเขาอยู่แล้ว ฉุงลี่ซือเป็นแค่คนที่ถูกดึงเขามาเกี่ยวด้วยเท่านั้น และฉุงลี่ซือนั้น เมื่อก่อนเป็นถึงคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แต่กลับต้องมาลำบากไปพร้อมกับเขา
ไป๋ยี่เฟยนั้นรู้สึกแย่มาโดยตลอด
เขายังคิดว่าจะต้องพาเธอกลับไปยังแผ่นดินใหญ่อย่างปลอดภัยให้จงได้ แบบนี้ อย่างน้อยเขาก็พอจะรู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง
แต่มาตอนนี้……