ตอนที่ 1027
บทที่1027 ความกลัดกลุ้มของคนสองคน
October 28, 2026
“บอดี้การ์ดคนเดียวของฉันก็สามารถ......”
“เพี๊ยะ!”
“เพี๊ยะ!”
หวังเจียจุ้นยังพูดไม่ทันจบ บอดี้การ์ดระดับที่หนึ่งสองคนนั้นก็ถูกฝ่ามือหนึ่งฟาดไปคนละที ไม่เพียงแค่นี้ ยังถอยหลังไปหลายก้าวติดๆ กันด้วย
เห็นได้ชัดเจนมากว่าที่ตีคนคือยีหยุน
หวังเจียจุ้นราวกับถูกสะกดไว้ มองบอดี้การ์ดสองคนนั้นอย่างไม่ขยับเขยื้อน
หลิวเตาเองก็ตกใจจนไร้คำพูดไปนานแล้ว
ซึ่งหลังจากบอดี้การ์ดสองคนถูกตีก็มองสบตากัน จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่ยีหยุนพร้อมกัน
ยีหยุนเห็นเช่นนี้ก็แค่นเสียงเย็น ในดวงตามีจิตสังหารขึ้นมาแล้ว
โดยในเวลานี้เอง ไป๋ยี่เฟยก็เอ่ยขึ้นว่า “อย่าทำให้ถึงแก่ชีวิต”
ประโยคนี้ของไป๋ยี่เฟยทำเอาหวังเจียจุ้นกับหลิวเตาตกใจกันไปหมดแล้ว
พวกเขานึกว่าประโยคนี่เป็นการแสร้งพูด
แต่ฉากต่อมาทำให้พวกเขาตระหนักว่าไม่ได้เป็นการเสแสร้ง
สองคนนั้นพากันแกว่งหมัดต้องการจะกระแทกใส่ยีหยุน แต่หมัดของพวกเขายังไม่ทันแตะถูกตัวยีหยุน ยีหยุนก็แฉลบกายทีหนึ่ง รวดเร็วจนทำให้คนมองเห็นไม่ชัด ตรงมาหยุดที่ด้านหลังสองคนนั้น ก่อนจะใช้เท้าข้างหนึ่งถีบแผ่นหลังสองคนนั้นไปคนละที
“พลั่ก!”
“พลั่ก!”
พริบตาสองคนนั้นก็กระเด็นออกไปกระแทกกับโต๊ะทันที
“โครม!”
ชามตะเกียบที่อยู่บนโต๊ะแตกละเอียดอยู่บนพื้น
ยีหยุนเหลือบตามองหวังเจียจุ้นแวบหนึ่งอย่างเหยียดหยาม พลางเยาะหยันว่า “หมัดเท้าปักบุปผา!”
กล่าวจบก็ตามไป๋ยี่เฟยออกจากภัตตาคารพร้อมกัน
หลังจากที่พวกเขาไปแล้ว ในภัตตาคารก็เกิดความเงียบขึ้นพักหนึ่ง
บอดี้การ์ดสองคนนั้นก็พักฟื้นอยู่นาน ถึงค่อยดิ้นรนลุกขึ้นมาได้
หลังหลิวเตาได้ยินเสียงของหนักเคลื่อนไหว จึงค่อยๆ ได้สติขึ้นมาในที่สุด พูดขึ้นด้วยใจที่หวาดผวาว่า “คุณชาย เมืองเทียนเป่ย......สถานที่เช่นนี้......ทำไมถึงมีคนเช่นนี้ได้?”
หวังเจียจุ้นใจเย็นลงแล้ว “ผู้หญิงคนเมื่อกี้ เป็นคนหนานเหมิน”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!” หลิวเตาถึงบางอ้อ “ผมก็ว่าทำไมผิวของเธอถึงดูคล้ำจัง ยังคงเป็นคุณชายที่ร้ายกาจ รอบรู้กว้างขวาง”
“ยอดฝีมือทางฝั่งหนานเหมินมีมากกว่าทางฝั่งนี้ของเราจริงๆ”
ทว่าหวังเจียจุ้นกลับขมวดคิ้วพูดว่า “ยอดฝีมือมีมาก แต่คนที่สามารถทำให้ยอดฝีมือระดับที่หนึ่งชั้นต่ำไม่มีแรงที่จะตอบโต้ได้ กลับมีไม่มาก”
บอดี้การ์ดสองคนต่างประคองกันเดินเข้ามา หนึ่งคนในนั้นกล่าวว่า “คุณชาย ระดับขั้นของคนผู้นั้นอย่างน้อยก็ระดับที่หนึ่งชั้นกลาง”
หวังเจียจุ้นพูดด้วยสีหน้าขรึมลง “สืบให้ฉันที คนมีฝีมือเช่นนี้อยู่ที่หนานเหมินสืบหาได้ง่ายมาก จากนั้นก็แจ้งอาหยางให้มาคุ้มครองฉัน”
“ครับ!” หลิวเตารับคำอย่างรวดเร็ว
หวังเจียจุ้นกล่าวกับบอดี้การ์ดสองคนนั้นอีกว่า “คืนนี้ฉันจะต้องได้หลงหลิงหลิง”
“ครับ!” บอดี้การ์ดสองคนย่อมจะเข้าใจความหมายของคุณชายตนเองดี
จากนั้นหวังเจียจุ้นก็พูดอีกว่า “คนหนึ่งไปพาหลงหลิงหลิงมาให้ฉัน อีกคนไปฆ่าไอ้ผู้ชายคนนั้นให้ฉัน!”
“ครับ!”
......
หลังไป๋ยี่เฟยส่งหลงหลิงหลิงกลับถึงบ้านแล้ว ก็ให้จางหรงจัดหาที่พักให้ยีหยุน ส่วนตนเองก็ขับรถมายังคฤหาสน์หลันโปกั่ง
เพราะตอนนี้หลี่เสว่ยังไม่โทรหาเขา เขาจึงไม่กล้ากลับบ้าน
หลังนั่งอยู่บนรถสักพักก็รู้สึกว่าน่าเบื่อ จงลงจากรถมาหยุดตรงข้างถนน จุดบุหรี่มวนหนึ่ง
......
หลังหลงหลิงหลิงกลับมาถึงบ้านก็พบว่าไฟห้องรับแขกในบ้านเปิดอยู่ ซึ่งของในห้องรับแขกกระจัดกระจายเต็มไปหมด ราวกับถูกคนรื้อค้นอย่างไรอย่างนั้น
หลงหลิงหลิงสีหน้าตื่นตระหนก เธอรีบถอดรองเท้าส้นสูงของตัวเอง หยิบเอามีดปอกผลไม้ที่อยู่บนโต๊ะกลางขึ้นมา เดินไปทางห้องนอนอย่างระมัดระวัง