ตอนที่ 1029
บทที่1029 ตระกูลหวัง
October 28, 2026
ไป๋ยี่เฟยมองเขาอย่างเย็นชา “รนหาที่ตาย?”
“แกเป็นใครกันแน่?” ความหวาดกลัวในดวงตาของบอดี้การ์ดเอ่อล้นออกมา
ไป๋ยี่เฟยยิ้มเย็นกล่าวว่า “ทำตัวดีๆ หน่อย ไม่อย่างนั้น ฉันไม่ถือสาที่จะฆ่าแกตอนนี้หรอกนะ!”
......
ไป๋ยี่เฟยหิ้วคนพาไปโรงพยาบาลโว่หลง หลังป้อนยาเม็ดหนึ่งให้เขาแล้วก็มอบให้ซูต้าหลิว “เอาคนไปขังไว้ เฝ้าให้ดี รอฉันว่างแล้วค่อยมาสอบสวนเขา”
ซูต้าหลิวนำคนไปขังไว้ในห้องใต้ดินอย่างนอบน้อมเป็นพิเศษ ห้องใต้ดินแห่งนี้ก็คือที่ที่เคยขังเย่อ้าย
หลังทำเรื่องเหล่านี้เสร็จ ไป๋ยี่เฟยถึงขับรถกลับบ้าน อยู่ร่วมกับภรรยา
......
หลิวเสี่ยวอิงหยิบมือถือออกจากบ้าน ทางหนึ่งโทรทางหนึ่งวิ่งไปในคฤหาสน์ของไป๋ยี่เฟย น่าเสียดายระหว่างทางโทรไม่ติด สุดท้ายไป๋ยี่เฟยถึงกับยังปิดโทรศัพท์!
“บัดซบ!”
โชคดีที่บ้านของหลงหลิงหลิงอยู่ไม่ไกลกับบ้านของไป๋ยี่เฟย หลิวเสี่ยวอิงใช้เวลาไม่กี่นาทีก็วิ่งมาถึง
มาถึงหน้าประตู เธอกำลังเตรียมจะเคาะประตู จู่ๆ ก็มีเงาคนเดินออกมาตรงมุมมืดด้านข้าง
“แก! แกมันนังคนหน้าไม่อาย ดึกดื่นสวมชุดแบบนี้มาบ้านคนอื่น แกอยากทำให้ฉันโกรธจนตายใช่ไหม!” คนคนนั้นตะคอดใส่หลิวเสี่ยวอิงด้วยความโมโห
หลิวเสี่ยวอิงตกใจจนสะดุ้งโหยง หลังเงาคนร่างนั้นเดินออกมาถึงได้เห็นชัด ถึงกับเป็นพ่อตัวเอง!
“พ่อ! ทำไมพ่อมาอยู่ที่นี่ได้?”
หลิวโก๋จงเดินเข้ามาแค่นเสียงเย็นว่า “ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่ได้? ฉันก็ต้องใช้เท้าเดินมาที่นี่น่ะสิ แกแต่งตัวแบบนี้เพื่อจะมาล่อลวงสามีบ้านคนอื่นใช่ไหม!”
“ช่างเป็นตัวอับอายของตระกูล! ช่างเป็นตัวอับอายของตระกูลจริงๆ!” หลิวโก๋จงพูดไม่หยุด ดวงตาก็แดงด้วยความโกรธ
เวลานี้หลิวเสี่ยวอิงกำลังร้อนใจ “พ่อ ไม่ใช่แบบนั้น หลิงหลิงเธอ......”
ผลคือยังพูดไม่ทันจบ หลิวโก๋จงก็สลัดมือทีหนึ่ง ซัดผงสีขาวกลุ่มหนึ่งใส่หน้าของหลิวเสี่ยวอิง พริบตาหลิวเสี่ยวอิงก็ไม่รู้สึกตัวอีก
หลิวโก๋จงเอื้อมมือมากอดหลิวเสี่ยวอิงไว้ทันที จากนั้นก็มองประตูบ้านไป๋ยี่เฟยอย่างเย็นชา กล่าวเสียงเย็นว่า “ไป๋ยี่เฟย! ฉันจะทำให้แกเสียใจภายหลัง!”
หลังกล่าวจบ เขาก็อุ้มหลิวเสี่ยวอิงเดินออกไปจากที่นี่
หลังเขาจากไปไม่นาน ไป๋ยี่เฟยก็กลับมา
ก่อนจะกลับมาไป๋ยี่เฟยได้อาบน้ำที่โรงพยาบาลมาแล้ว เวลานี้พอกลับมาก็มองเห็นแสงไฟลอดออกมาจากซอกประตูห้องนอน รู้ว่าหลี่เสว่ยังรอตนอยู่ ในใจก็ตื้นตันเล็กน้อย
ดังนั้นเขาจึงเดินไปยังห้องโดยไม่หยุดสักเสี้ยววินาที
เพียงแต่ตอนที่กำลังเดินผ่านระเบียงทางเดิน ได้มองเห็นคนที่ระเบียงทางเดิน จึงชักงักไป
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนฝีเท้า เดินไปยังระเบียงทางเดินแทน
ซินชิวกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย อาศัยแสงจันทร์ ก้มหน้าถักเสื้อไหมพรม อีกทั้งยังถักอย่างจริงจังมาก จนไม่ได้สังเกตถึงการมาของไป๋ยี่เฟย
ไป๋ยี่เฟยพลันประหลาดใจยิ่งยวด
“อาจารย์ลุง......”
หลังซินชิวได้ยินเสียงก็สะดุ้งทีหนึ่ง ตกใจจนรีบเอาเสื้อไหมพรมกับด้ายไหมพรมที่อยู่บนขาไปซ่อนไว้ แต่ซ่อนไว้ได้ครึ่งหนึ่ง ก็ราวกับรู้สึกว่าไร้ประโยชน์ จึงหัวเราะออกมาเสียงขื่น ไม่ได้ขยับอีก “เฮ้อ ถูกนายพบเข้าจนได้”
ไป๋ยี่เฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย
ซินชิวถอนหายใจกล่าวอย่างจนใจ “นายมองออกแล้วสินะ ฝีมือฉันสู้นายไม่ได้แล้ว”
ไม่ผิด นี่ก็คือเหตุผลที่ไป๋ยี่เฟยขมวดคิ้ว
ตอนที่เขาเดินเข้ามา ซินชิวถึงกับไม่เห็นเขา ถึงขนาดที่เขามายืนอยู่ด้านหลังซินชิวแล้ว ก็ยังไม่เห็นเขา
หลังไป๋ยี่เฟยชะงักไปชั่วครู่ก็ถามว่า “งั้นฝีมือคุณตอนนี้อยู่ระดับไหน?”
“น่าจะระดับที่หนึ่งชั้นต่ำล่ะมั้ง” ซินชิวถอนหายใจกล่าว
ไป๋ยี่เฟยถามอีกว่า “แล้วคุณยังจะถดถอยลงอีกไหม?”
ซินชิวมีความโศกเศร้าเต็มใบหน้า “น่าจะนะ”
ไป๋ยี่เฟยถามต่อว่า “แล้วสุดท้ายคุณจะถดถอยไปถึงขั้นไหน? จะกลายเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งไหม?”
ซินชิวส่ายหน้า ไม่ได้เอ่ยปากพูด