ตอนที่ 1055
บทที่1055 เกิดปัญหา
October 28, 2026
“ต่อไป๋ยี่เฟยสำคัญสำหรับฉันมาก ฉันก็ไม่มีทางสละเธอเพราะเขาได้”
ฉีฉีเงียบไปอีกครั้ง เธอไม่ได้ถามต่ออีก
......
คฤหาสน์ของหลงหลิงหลิง
หลิวเสี่ยวอิงกับหลงหลิงหลิงนอนเรียงกันอยู่บนเตียง พวกเธอต่างมองฝ้าเพดาน แต่คนหนึ่งสีหน้าเซื่องซึม คนหนึ่งในใจเต็มไปด้วยความกังวล
หลิวเสี่ยวอิงพูดว่า “ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆ เหรอ?”
หลงหลิงหลิงหัวเราะอย่างฝืนๆ “นี่อาจจะเป็นโชคชะตาของฉันสินะ!”
หลิวเสี่ยวอิงเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างเพื่อปลอบใจเธอ แต่ชั่วขณะหนึ่งกลับหาคำที่เหมาะสมไม่เจอ
และเวลานี้เอง มีเสียง “ปึง” เกิดขึ้น หน้าต่างของคฤหาสน์ถูกคนเปิด จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากระเบียงทางเดินชั้นสอง
......
ไป๋ยี่เฟยออกจากเมืองหลวง ก็รุดมายังเมืองเทียนเป่ย
แต่เขาไม่ได้นอนทั้งคืน ทั้งยังขับรถมาสองชั่วโมง นัยน์ตาจึงแห้ง ร่างกายก็อ่อนเพลีย ดังนั้นหลังเขามาถึงเขตให้บริการแห่งหนึ่งจึงขับเข้าไป
ไป๋ยี่เฟยซื้อบุหรี่หนึ่งซองในซุปเปอร์มาร์เก็ต กลับมาถึงรถเตรียมจะหลับสักงีบ
แต่เพิ่งจะหลับตา เขาก็รู้สึกถึงความเย็นสบายสายหนึ่ง
ไป๋ยี่เฟยตกใจตื่นทันที รีบหันหลังไปมอง ที่เบาะหลังรถของเขาถึงกับมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งอยู่ ซึ่งชายวัยกลางคนคนนี้ก็คือชายวัยกลางคนที่สระไม้มีดคนนั้นที่เขาเคยฝันเห็น
ไป๋ยี่เฟยอดถามไม่ได้ว่า “ฉันกำลังฝันอีกแล้ว?”
ชายวัยกลางคนไม่มองเขา “แต่มองผ่านหน้าต่างออกไปข้างนอก ที่ปากตอบนิ่งๆ ว่า “นับว่าใช่ล่ะมั้ง”
ไป๋ยี่เฟยอดมองตามไม่ได้ ตรงนั้นมีเพียงซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ แห่งเดียว มองผ่านหน้าต่างไปยังสามารถมองเห็นเถ้าแก่เนี้ยในซุปเปอร์มาร์เก็ตได้
ดังนั้นไป๋ยี่เฟยจึงถามว่า “หากเป็นความฝันล่ะก็ ทำไมถึงมองเห็นได้ชัดขนาดนี้ล่ะ? แม้แต่ท่าทางของคุณก็ยังชัดขนาดนี้”
พอพูดประโยคนี้จบ เขาก็ยกมือขึ้นมาทีละน้อย
เวลานี้ จู่ๆ ชายวันกลางคนก็พูดว่า “หยิกตัวนายเองเถอะ หยิกฉันความฝันนายจะหายไป”
ไป๋ยี่เฟยหยุดมือทันที บนใบหน้าแสดงออกถึงความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“นายคิดว่าฉันเป็นใคร?” จู่ๆ ชายวัยกลางคนก็ถามไป๋ยี่เฟย
ไป๋ยี่เฟยนิ่งคิด หากไม่ตอบเขา แต่ถามเขาแทนว่า “สาวเจ้าของที่คนนั้นคือลูกสาวคุณใช่ไหม?”
“เป็นภรรยาฉัน” ชายวัยกลางคนกล่าว
“เอ่อ......” ไป๋ยี่เฟยไม่รู้ว่าควรพูดอะไรไปชั่วขณะ
ผู้หญิงคนนั้นดูอายุประมาณยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด แต่ชายวัยกลางคนผู้นี้ดูอายุประมาณสี่สิบห้าสิบปีแล้ว นี่อ่อนกว่ากันเกือบสิบยี่สิบปีมั้ง?
หลังไป๋ยี่เฟยตกใจเล็กๆ แล้ว จู่ๆ ก็คิดถึงก่อนหน้านี้อดีตภรรยาที่ชายวัยกลางคนเอ่ยถึง จึงถามขึ้นมาหนึ่งประโยคว่า “งั้นเธอเป็นคนที่เท่าไหร่?”
ชายวัยกลางคนกล่าวยิ้มๆ ว่า “เรื่องนั้นฉันลืมไปแล้ว อย่างต่ำก็น่าจะสิบกว่าล่ะมั้ง เพราะฉันกลัวการอยู่คนเดียวมาก”
ไป๋ยี่เฟยเบิกตากว้างอย่างแปลกใจ
ชายวัยกลางคนจึงยิ้มกล่าวว่า “ทุกคนล้วนแก่กันหมด แต่ฉันไม่แก่”
“พวกเธอบางคนเลือกที่จะจากไปเอง บางคนก็เป็นฉันที่เลือกจากไป”
“เพราะพอพวกเธอถึงวัยชราใบหน้าก็จะเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น สามีเธอกลับยังเป็นชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ฉันคิดว่าพวกเธอน่าจะรู้สึกน้อยใจล่ะมั้ง”
ไป๋ยี่เฟยเห็นเช่นนี้ก็พยักหน้ากล่าวว่า “งั้นผมคิดว่าผมน่าจะเดาออกแล้วว่าคุณเป็นใคร”
ชายวัยกลางคนยิ้ม ไม่พูดอะไร
ไป๋ยี่เฟยจึงบอกว่า “พวกเขาบอกว่าคุณตายไปแล้ว”
ชายวัยกลางคนกลับพูดว่า “เป็นพวกเขาที่ปรารถนาให้ฉันตาย”
ไป๋ยี่เฟยเงียบไปชั่วครู่ ถามอย่างระวังว่า “แล้วคุณมาหาผม เพราะมีเรื่องจะมอบหมายใช่ไหม?”
จู่ๆ ชายวัยกลางคนก็เงียบไป หลังเงียบอยู่พักหนึ่งถึงกล่าวว่า “ตอนแรกคิดจะบอกบางเรื่องกับนาย แต่ฉันคิดว่าด้วยนิสัยของนายบางทีอาจจะเดาออกแล้ว”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นนายก็ไม่ต้องคิดมาก รักษาความเลือดร้อนในใจของนายเอาไว้ ควรทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ฉันสามารถแบกรับแทนนายได้”
ไป๋ยี่เฟยตกตะลึงอย่างยิ่ง
เวลานี้ชายวัยกลางคนก็หันศีรษะมองมาที่ไป๋ยี่เฟย