ตอนที่ 1054
บทที่1054 ไม่อาจหวั่นไหวได้
October 28, 2026
“นายเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้กำลังเห็นใจนาย” ไป๋ยี่เฟยส่ายหน้าเล็กน้อย “ฉันกำลังทำการค้าหนึ่งกับนายอยู่”
“การค้า? การค้ายังไง?” ฉุงเฉ่าเจว๋ชะงักไป
ไป๋ยี่เฟยมองฉุงเฉ่าเจว๋ พูดอย่างแฝงความหมายลึกซึ้งว่า “อีกไม่นาน ก็จะไม่ใช่สถานการณ์ใหญ่ของสี่ตระกูลใหญ่เพียงอย่างเดียวแล้ว”
......
ไป๋ยี่เฟยไปแล้ว ฉุงลี่หย่าเป็นคนส่งเขาออกไป
ก่อนที่ไป๋ยี่เฟยจะไป ฉุงลี่หย่ายังคงทนไม่ไหวถามว่า “ตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง?”
ไป๋ยี่เฟยกลับถามเธอกลับว่า “ทำไมเธอไม่โทรถามเขาเองล่ะ?”
ฉุงลี่หย่าก้มหน้าไม่กล่าวคำ
ไป๋ยี่เฟยเห็นเช่นนี้ก็ยิ้มอย่างจนปัญญา กล่าวว่า “ตอนนี้เขาสบายดีมาก”
ฉุงลี่หย่าพลันเงยหน้าพูดว่า “ขอบคุณนะ”
ไป๋ยี่เฟยส่ายหน้า กล่าวอีกว่า “กลับไปเถอะ บอกกับพ่อคุณหากเชื่อผมล่ะก็ พรุ่งนี้ก็ทำตามที่ผมพูด ผมจะคุ้มครองความปลอดภัยให้เขา”
ฉุงลี่หย่าหัวเราะเสียงขื่นกล่าวว่า “ฉันคิดว่าพ่อฉันคงไม่มีทางเชื่อคุณ”
ไป๋ยี่เฟยกลับพูดยิ้มๆ ว่า “เขาจะเชื่อแน่”
......
ไป๋ยี่เฟยรู้ เขาฆ่าฉุงโยวเวยลูกชายของฉุงเฉ่าเจว๋ตาย หากเขาเอ่ยปากตรงๆ ฉุงเฉ่าเจว๋ไม่มีทางตอบรับแน่ แต่หากนี่เป็นเพียงการค้าอย่างหนึ่ง ความหมายจะต่างออกไป
ต่างก็เป็นนักธุรกิจ ย่อมจะแยกความแค้นกับการค้าออกจากกันชัดเจน
อีกทั้งตามเงื่อนไขที่ไป๋ยี่เฟยเสนอมา ฉุงเฉ่าเจว๋อยากจะกลับสู่ตระกูลฉุงใหม่ กลับไปเป็นเจ้าบ้านอีกครั้ง ก็มีเพียงต้องทำเช่นนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่น
หลังไป๋ยี่เฟยออกมาก็เดินอย่างเชื่องช้าไร้จุดหมายไปตามถนนใหญ่ เขาจุดบุหรี่ขึ้นสูบ
มองดูถนนที่เหมือนกับเป็นยมทูตนี่ รู้สึกได้ถึงความโดดเดี่ยวและไร้กำลังจำพวกนั้นอีกครั้ง
ไป๋ยี่เฟยสูบควันเข้าลึกที่หนึ่ง แล้วพ่นออกมา “นายต้องการทำอะไรกันแน่นะ?”
......
ณ ห้องประชุมโหวจวี๋กรุ๊ป เมืองเทียนเป่ย
ในห้องประชุมมีคนนั่งเต็มไปหมด นอกจากพวกหวังโหลวแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นคนของสามตระกูลใหญ่ พวกเขาอยู่ที่นี่ในฐานะผู้บัญชาการแทนชั่วคราว
ไป๋หยุนเผิงนั่งอยู่บนตำแหน่งประธาน เขาเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “ตระกูลหวังมีหุ้น41%อยู่ในเฟิงหั่วกรุ๊ป เป็นคณะกรรมการบริหารที่ถือหุ้นมากที่สุดของบริษัท”
“ซึ่งความพยายามที่ผ่านมาหลายวันนี้ของพวกเรา จึงรับซื้อหุ้นมาได้เป็นจำนวน45% ตระกูลไป๋ถือครองอยู่20% ตระกูลเย่ถือครองอยู่15% ตระกูลหลินถือครองอยู่10%”
“จนถึงตอนนี้หุ้นของพวกเราสามตระกูลใหญ่รวมกันเกินกว่าที่ตระกูลหวังมีแล้ว พวกเราสามารถเข้าสู่เฟิงหั่วกรุ๊ปได้แล้ว เรียกร้องให้เปลี่ยนคณะกรรมการบริหารใหม่ จากนั้นก็ขับไล่ตระกูลหวังออกไปจากเฟิงหั่วกรุ๊ป!”
“แปะๆ ......”
เสียงปรบมือดึงความสนใจมาจากคำพูดของไป๋หยุนเผิง
แต่เย่เจี่ยเอ่ยขึ้นอย่างหวาดระแวงเล็กน้อยว่า “พี่ไป๋ นอกจากหุ้นของพวกเรากับตระกูลหวังแล้ว ยังมีหุ้นอีก14%อยู่ข้างนอก หากคนที่ถือครองหุ้น14%นี้เลือกสนับสนุนตระกูลหวัง เช่นนั้นพวกเราก็ล้มตระกูลหวังไม่ได้เหมือนกัน ความพยายามที่ทำมาก่อนหน้านี้ทั้งหมดจะสูญเปล่าได้นะ”
พอเอ่ยคำกล่าวนี้ขึ้นมา ทุกคนก็ล้วนมีปฏิกิริยาตอบสนองทันที เผยสีหน้าท่าทางครุ่นคิดออกมา
เวลานี้ หวังโหลวกล่าวว่า “เรื่องนี้ทุกท่านไม่ต้องกังวล เฟยเสว่กรุ๊ปได้สืบมาแล้ว หุ้น14%ที่เหลือ มี3%เป็นของคนที่ชื่อโจวฉวน แต่วันก่อนเขาเพิ่งจากโลกนี้ไป ทั้งยังเกี่ยวเนื่องไปถึงข้อพิพาทเรื่องมรดก จึงได้ทำการเก็บรักษาไว้แล้ว”
“และยังมีหุ้นอีก6%ได้ถูกเฟยเสว่กรุ๊ปซื้อไว้หมดแล้ว ดังนั้นตอนนี้หุ้นที่ไม่แน่นอนมีเพียง5%เท่านั้น”
ได้ยินเช่นนี้ ทุกคนต่างตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
หุ้นของสามตระกูลใหญ่รวมกับหุ้นของเฟยเสว่กรุ๊ป ก็จะมีหุ้นเท่ากับ51% เช่นนั้นหากพวกเขาต้องการขับไล่ตระกูลหว้งออกจากเฟิงหั่วกรุ๊ป ก็เป็นเรื่องที่แน่นอนแล้ว
หลินขวางถามอีกว่า “สถานการณ์ในตอนนี้ของตระกูลหวังเป็นอย่างไรบ้าง?”
จู่ๆ หวังโหลวก็ขมวดคิ้วขึ้นมา “แปลกมาก”
“แปลกตรงไหน?” ไป๋หยุนเผิงถาม
หวังโหลวจึงพูดว่า “พวกเขากำลังจัดพิธีแต่งงาน ซึ่งเจ้าสาวคือ......หลงหลิงหลิง”
“อีกทั้งพวกเขารู้ว่าพวกเรากำลังกว้านซื้อหุ้นของเฟิงหั่วกรุ๊ปอย่างโจ่งแจ้ง แต่เหมือนกับไม่ได้สนใจเลยสักนิด พวกเขาเอาแต่สนใจพิธีแต่งงานนี้”