ตอนที่ 1053
บทที่1053 ไม่ต้องการการเห็นใจ
October 28, 2026
พวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดากลุ่มหนึ่ง ไม่เคยพบเห็นความสามารถเช่นนี้มาก่อน
เพราะเหตุนี้ เมื่อคนหนึ่งกระเด็นออกไปจึงไม่กล้าเดินขึ้นหน้ามาอีก
ไป๋ยี่เฟยพูดเสียงเรียบว่า “คนอย่างพวกแกคือคนที่ไม่ควรมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ที่สุด!”
กุ้ยเหล่านั้นถูกทำให้ตกใจจนตัวสั่นไปทั้งตัว
คุณชายคนนั้นกลับเอ่ยขึ้นอย่างดันทุรังว่า “อย่ามาทำเสแสร้งอยู่ที่นี่ พ่อฉันคือจินฉี หากแกกล้าแตะต้องฉัน รับรองว่าแกไม่รอดแน่!”
ไป๋ยี่เฟยกลับชะงักไป “จินฉี? จินฉีคือใคร? ดังมากเลยหรือ?”
คำพูดนี้ของเขาคือการถามหญิงสาวคนนั้นที่อยู่ด้านข้าง
หญิงสาวทำสีหน้าปั้นยาก สุดท้ายก็กัดฟันพูดว่า “เป็นผู้อำนวยการของบริษัทหนึ่งในบรรดาบริษัทของตระกูลหู”
“ตระกูลหูที่อยู่ในสิบอันดับยักษ์ใหญ่?” ไป๋ยี่เฟยขมวดคิ้ว
หญิงสาวพยักหน้า
คุณชายหูเห็นเช่นนี้ ก็อดเงยหน้ายืดอกไม่ได้ เขาเชิดคางขึ้น ทำสีหน้าหยิ่งยโสมากกว่าเดิม “ถูกต้อง พ่อฉันคือจินฉี รู้จักกลัวแล้วสินะ?”
“รู้แล้วก็รีบคุกเข่าขอโทษฉันซะ ถ้าไม่อย่างนั้น......”
ไป๋ยี่เฟยไม่สนใจเขา แต่หยิบมือถือขึ้นมาโทรหาคนคนหนึ่งแทน “ช่วยอะไรอย่างสิ”
“ว่ามา” ปลายสายคือเสียงของไป๋เซี่ยว
ไป๋ยี่เฟยกล่าวว่า “ช่วยกำจัดบริษัทจินฉีให้ที”
“ได้”
มองไป๋ยี่เฟยโทรศัพท์ คุณชายหูก็หัวเราะร่าทันที “ฮ่าๆ ......แกแสร้งทำเกินไปหน่อยหรือเปล่า? แกคิดว่าแกเป็นใครกัน? เป็นวิชาหมัดมวยนิดหน่อยก็เจ๋งแล้วเหรอ?”
” ยังบอกอีกว่าจะกำจัดบริษัทของตระกูลเรา แกพูดตลกอะไรกัน?”
กุ๊ยสองสามคนที่อยู่ข้างกายเขาเห็นเช่นนี้ก็หัวเราะเยาะตาม
“ไอ้เด็กโสโครก เห็นคุณชายของเราพูดเล่นกับแกอยู่เหรอ?”
“นั่นสิ ไม่ดูตัวเองบ้างเลยว่าเป็นตัวอะไร!”
ไป๋ยี่เฟยไม่สนใจที่พวกเขาหัวเราะเยาะ
แต่หญิงสาวคนนั้นกลับมองพวกเขายิ้มเย็นกล่าวว่า “เขานับเป็นอะไร พวกแกไม่รู้โดยสิ้นเชิง แต่ขอเพียงเขาพูดประโยคเดียว ทำลายตระกูลพวกแก ก็ง่ายดายเหมือนปอกกล้วย!”
“เพราะว่า ต่อให้เป็นตระกูลตู้ของสิบอันดับยักษ์ใหญ่ สำหรับเขาแล้วก็เป็นแค่ของไร้ค่า!”
สิ้นคำ คนเหล่านั้นก็มีความไม่อยากเชื่อเต็มใบหน้า
คนอื่นๆ ในร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ต่างมองมาทางนี้กันหมด
แม้แต่สาวอินเตอร์เน็ตคาเฟ่กับพนักงานที่อยู่ไม่ไกลนักก็กำลังมองมาทางนี้เช่นกัน
เวลานี้เอง ไม่รู้ว่าเป็นใครที่ส่งเสียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยออกมา
ทุกคนที่ราวกับถูกกดปุ่มพอสก็เปลี่ยนเป็นปุ่มเพลย์ขึ้นมา
“ฮ่าๆ ......”
“คิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญจริงๆ เหรอ?”
“ไอ้หนูแกรู้ไหมว่าตระกูลหูเป็นอันดับหนึ่งของสิบอันดับยักษ์ใหญ่ อย่างแกเนี่ยนะ? น่าขันชะมัด!”
“ฉันแนะนำว่าทางที่ดีตอนนี้แกคุกเข่าขอโทษฉันจะดีกว่า บางทีหากฉันพอใจแล้ว ยังอาจจะปล่อยผ่านอย่างคนใหญ่คนโตไม่ถือสาคนต่ำต้อยได้ แต่หากแกเสแสร้งอยู่ที่นี่ต่อไป ฉันคงได้แต่โทรหาพ่อฉัน ให้พวกเขาส่งยอดฝีมือมาจัดการแก”
“ฉันขอบอกกับแด บอดี้การ์ดของพ่อฉันเป็นยอดฝีมือระดับที่สาม อาศัยวิชาหมัดมวยแค่นั้นของแก ไม่พอให้ชายตามองด้วยซ้ำ!”
พวกเขาหัวเราะเยาะไป๋ยี่เฟยกับหญิงสาวอย่างไร้ความรู้สึก
สาวอินเทอร์เน็ตคาเฟ่กับพนักงานได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจ
“สมัยนี้คนดีช่างเป็นยากจริงๆ!”
“นั่นสิ หนุ่มนี่น่าเสียดายจัง”
คนอื่นๆ ที่ชมดูความครึกครื้นก็ลอบส่ายหน้ากับตนเองเช่นกัน คิดว่าไป๋ยี่เฟยถึงคราวซวยใหญ่หลวงแล้ว ถึงขั้นยังแสดงความเห็นใจออกมาด้วย
ทว่าในเวลานี้เอง มือถือของคุณชายหูก็ดังขึ้น
คุณชายหูหยิบมือถือออกมาดูแวบหนึ่ง “ดึกขนาดนี้พ่อฉันโทรมาหาฉันทำไม?”
“พอดีเลย จะได้บอกพ่อ มีคนกำลังก่อกวนที่ร้านเน็ต ให้เขาส่งบอดี้การ์ดมาที่นี่”