ตอนที่ 674
บทที่674 ดื่มแทน
October 28, 2026
บทที่674 ดื่มแทน
พอฟางหยันได้ยิน ก็ทำหน้าไม่พอใจทันที “งั้นก็แสดงว่าคุณเป็นคนอาบน้ำให้ฉันนะสิ?”
ไป๋ยี่เฟยชะงักไป รู้สึกละอายใจมากขึ้นไปอีก แต่สมองของเขาก็แล่นเร็วมาก แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องทันที “คุณฟางครับคนดังอย่างคุณมาทำอะไรที่อำเภอลี่เล็กๆ แห่งนี้ครับ? แล้วผู้ผู้จัดการของคุณล่ะครับไปไหน ไม่เห็นเลย?”
พอได้ยินอย่างนั้น จุดสนใจของฟางหยันก็เปลี่ยนไป ไม่รู้ว่านึกถึงเรื่องอะไร แต่จู่ๆ สีหน้าของเธอก็ดูแย่ไปทันที จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา “งานขายที่หยุนไห่เฉิงอำเภอลี่ ได้เชิญฉันไปโปรโมทให้ เมื่อคืนในงานเลี้ยง ประธานของหยุนไห่เฉิงคนนั้นบัดซบมาก เอาแต่ดื่มอวยพรอยู่นั่นแหละ”
ไป๋ยี่เฟยถามไปด้วยความมึนงงว่า “ผู้จัดการกับผู้จัดการของคุณไม่ช่วยคุณดื่มเลยเหรอ?”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ฟางหยันก็โกรธยิ่งกว่าเดิม “พวกนั้นต้องรับเงินจากประธานคนนั้นแล้วแน่ๆ ไม่ใช่แค่ไม่ช่วยนะพวกเขายังยุอีกต่างหาก!” ไป๋ยี่เฟยไม่รู้ว่าควรพูดยังไงดี
“เฮ้อ ดูแล้วพวกคุณไม่เหมือนคนของอำเภอลี่เลย แล้วพวกคุณมาทำอะไรที่นี่คะ?” จู่ๆ ฟางหยันก็ถามออกมา
หลงหลิงหลิงตอบ “ฉันไม่สบาย เลยจะไปหาหมอที่เมืองหลวง ที่นี่แค่ทางผ่านค่ะ”
ฟางหยันพยักหน้า ตอบอ๋อ จากนั้นก็ทำหน้าดีใจ “ถ้าอย่างนั้น……ฉันของติดรถไปด้วยได้มั้ยคะ?”
ไป๋ยี่เฟยกับหลงหลิงหลิงหันไปมองหน้าฟางหยันด้วยความสงสัย
“ฉันก็จะไปเมืองหลวงเหมือนกันค่ะ” ฟางหยันตอบ
หลงหลิงหลิงหันมามองไป๋ยี่เฟย ไป๋ยี่เฟยคิดๆ ดู แล้วพยักหน้า
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ พวกเขาก็มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงต่อ แต่ในรถได้มีฟางหยันเพิ่งขึ้นมาอีกคน
ฟางหยันเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงมาก แต่เรื่องบางเรื่องเธอก็ไม่สามารถตัดสินใจเองได้
เช่นงานโฆษณาที่อำเภอลี่ในครั้งนี้ เพราะผู้จัดการได้วางจัดการแทนเธอไปแล้ว เธอค่อนข้างสงสัยเลยล่ะว่าผู้จัดการของเธอตั้งใจพาเธอไปขึ้นเตียงของประธานคนนั้นแน่ๆ
ดังนั้น เธอจึงเลือกที่จะติดรถของไป๋ยี่เฟยเพื่อกลับไปก่อน
ด้วยความเบื่อจากการนั่งรถ ฟางหยันจึงเริ่มชวนคุย “พวกคุณเป็นคนที่ไหนคะ?”
“เมืองเทียนเป่ยค่ะ” หลงหลิงหลิงตอบ
ฟางหยันดีใจ “ฉันรู้จักเมืองเทียนเป่ย เอ๊ะ เมืองเทียนเป่ยของพวกคุณมีคนที่ชื่อไป๋ยี่เฟยอยู่ด้วยใช่มั้ยคะ?”
หลงหลิงหลิงอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นก็มองไปที่ไป๋ยี่เฟย พอเห็นเขาไม่ได้แสดงท่าทีอะไร เธอจึงพยักหน้า แล้วตอบไปว่า “ใช่ค่ะ คุณรู้จักเขาด้วยเหรอคะ?”
ฟางหยันยิ้มแหะๆ “อันนี้……ฉันแค่เคยได้ยิน”
จากนั้นเธอก็พูดต่อว่า “คือผู้จัดการของฉันไปรับงานให้ฉันงานหนึ่ง เป็นงานโปรโมทการขายอาคารเฟสสามของหลันโปกั่งในเมืองเทียนเป่ยค่ะ พอพูดถึงอาคารนี้ เขาบอกกับฉันหลักๆ แค่ว่า หลันโปกั่งนั้นอยู่ในเครือของเฟยเสว่กรุ๊ปและประธานกรรมาธิการของหลันโปกั่งก็คือไป๋ยี่เฟย”
“ความจริงฉันเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่เขาบอกฉันว่าไป๋ยี่เฟยคนนี้อายุแค่ยี่สิบกว่าเท่านั้น มันช่างน่าตกใจจริงๆ”
“ฉันเองก็เพิ่งยี่สิบกว่า อายุของเราไล่เลี่ยกัน แต่เขากลับสามารถขึ้นเป็นประธานของบริษัทที่ใหญ่โตแบบนี้ได้ มันช่างน่าตกใจเหลือเกิน ฉันจึงลองหาข้อมูลของเขาดู”
“พระเจ้า พอหาข้อมูลเสร็จ ฉันยิ่งตกใจมากกว่าเดิมอีก ประวัติของเขาอย่างกับตำนาน เอาไปเขียนเป็นหนังสือได้สบายๆ เลยค่ะ”
ฟางหยันยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น สายตาเป็นประกาย เต็มเปี่ยมไปด้วยความนับถือที่มีต่อไป๋ยี่เฟย เธอดูไม่เหมือนดาราเลยสักนิด แต่กลับกลายเป็นแฟนคลับของไป๋ยี่เฟยไปซะงั้น
ตอนนี้อาการของหลงหลิงหลิงดีขึ้นมากแล้ว กลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง พอได้ยินเธอพูดมาอย่างนั้น หลงหลิงหลิงก็ยิ้มออกมาทันที “แล้วถ้าคุณเจอหน้าเขา มันจะเป็นยังไงเหรอคะ?”
ฟางหยันกะพริบตาปริบๆ คิดแล้วคิดอีก แล้วตอบไปว่า “จะทำอะไรได้คะ? เขาเป็นถึงประธานของบริษัทที่ใหญ่โตขนาดนั้น ส่วนฉันเป็นแค่ดาราที่เล็กจิ๋ว เทียบเขาไม่ติดเลยสักนิด!”
พอหลงหลิงหลิงได้ยินอย่างนั้น เธอก็ถามแซวไปว่า “สมมติถ้ามีโอกาสขึ้นมาจริงๆ ล่ะคะ?”
“จะเป็นไปได้ยังไงล่ะคะ?” ฟางหยันคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ จากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะจินตนาการในหัว “ถ้าเกิดมันเป็นไปได้จริงๆ แล้วหน้าตาของเขาก็ดีใช้ได้ ไม่แน่อาจจะลองตามจีบดูก็ได้นะคะ”
หลงหลิงหลิงยังไม่ทันได้พูด ฟางหยันก็ส่ายหน้าก่อนแล้ว “ช่างมันเถอะ ปกติพวกประธานกรรมการหน้าตาไม่ดีเท่าไหร่”
“แล้วถ้าหน้าตาเหมือนเขาล่ะคะ?” หลงหลิงหลิงชี้ไปที่ไป๋ยี่เฟย พร้อมกับแววตาที่กวนๆ
ฟางหยันมองไป จากนั้นก็พูดออกมาอย่างไม่ทันได้คิดว่า “มันก็ต้อง……”
จู่ๆ เธอก็หยุดพูด แล้วส่ายหน้า “ไม่ได้ ฉันพูดไม่ได้ ผู้จัดการบอกว่าดาราต้องรักษาภาพพจน์ ต้องมีสติ จะพูดอะไรต้องคิดก่อนเสมอ ฉันมักจะถูกตำหนิเรื่องนี้อยู่เสมอ”
ฟางหยันรีบเปลี่ยนเรื่องคุย “พี่หลิงหลิงคะ เห็นเสื้อผ้าที่คุณให้ฉันมันค่อนข้างดีเลย ที่เมืองเทียนเป่ยพี่น่าจะมีชีวิตที่ดีเลยใช่มั้ยคะ?”
หลงหลิงหลิง” ……”
เนื่องจากจู่ๆ ฟางหยันก็เรื่อง เลยทำให้หลงหลิงหลิงชะงักจนตามไม่ทัน พอตั้งสติได้ เธอก็ชี้ไปที่ไป๋ยี่เฟย “ก็ถือว่าโอเคอยู่แหละ หลังๆ ก็ทำงานกับเขานี่แหละ”