ตอนที่ 736
บทที่736จิตสังหาร
October 28, 2026
เสี่ยวชีจ้องเขม็งมาที่จูฉวนอู่
จู่ฉวนอู่ขำออกมาอย่างไม่ชอบใจ “พี่ใหญ่กลัวเราจะทำให้เขาเดือดร้อน จึงสั่งให้เราฆ่าคนปิดปากใช่มั้ย?”
“ถ้ากลัวจะถูกสาวถึงเขาจริง แล้วจะสั่งให้แกอยู่ด้วยทำไม?” หูเฟยหงขำออกมาอย่างไม่ชอบใจ “เห็นๆ กันอยู่ว่าจะฆ่าเราปิดปาก! นึกว่าเราโง่นักรึไง?”
เสี่ยวชียิงฟันออกมา พยายามที่จะสวนกลับ แต่หน้าอกของเขาถูกแทงไปแล้ว ถูกแทงเข้าไปที่หัวใจ จนตอนนี้ไม่เหลือแรงที่จะโจมตีกลับไปได้เลย
สุดท้าย หูเฟยหงก็ปล่อยมือออก เสี่ยวชีจึงล้มลงพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ทันใดนั้น เขาก็เข้าใจบางอย่างขึ้นมา
จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะที่ชวนขนลุก
พอหูเฟยหงเห็นแบบนั้น เขาจึงขมวดคิ้วแล้วถามไปอย่างไม่เข้าใจว่า “แกขำอะไร?”
เสี่ยวชีเอามือกุมอก แล้วพูดขึ้นออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า “พวกแก……ยังไงพวกแกก็เป็นลูกน้องของเจ้านาย เจ้านายไม่ได้เคยสั่งให้ฉันฆ่าพวกแกเลย”
“ด้วยเหตุนี้ เขาจึงอยากให้พวกแกฆ่าฉัน แบบนี้ คนอื่นก็จะรู้ได้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา แถมเขายังมีเหตุผลเพียงพอที่จะปิดปากพวกแกไปด้วย”
“ด้วยเหตุนี้ ก็ฆ่าพวกแกทิ้งซะ”
ในเวลาเดียวกัน
ได้มีรถตู้ธุรกิจคันหนึ่งขับมาจอดอยู่แถวๆ ป่าเล็กๆ ที่อยู่ชานเมือง
ด้านหน้าของรถตู้ธุรกิจยังมีรถเบนซ์คันหนึ่งจอดอยู่ด้วย
โจวหงลงมาจากรถตู้ธุรกิจคันนั้น แล้วรีบวิ่งเข้าไปหารถเบนซ์ทันที จากนั้นก็เคาะกระจก กระจกรถลดต่ำลง และคนๆ นั้นก็คือหลิ่วจาวเฟิงนั่นเอง
โจวหงพูดเบาๆ กับหลิ่วจาวเฟิงว่า “ผมทำตามที่คุณสั่งทุกอย่างแล้วครับ ตอนนี้ควรทำยังไงต่อดีครับ?”
หลิ่วจาวเฟิงพยักหน้า “โจวหลินได้ย้ายข้างไปอยู่กับไป๋ยี่เฟยแล้ว เรื่องนี้มอบหมายให้เขาเป็นคนทำเถอะ”
พอโจวหงได้ยินอย่างนั้น สีหน้าของเขาก็เกร็งไปแปบหนึ่ง เพราะเขาไม่รู้มาก่อนว่าโจวหลินได้ย้ายข้างไปอยู่กับไป๋ยี่เฟยแล้ว จิตสังหารแวบหนึ่งปรากฏขึ้นในแววตาของเขา
แต่เขาก็สามารถกลับมาเป็นปกติได้ในทันที แล้วตอบเบาๆ ว่า “ครับ”
หลังพูดจบ เขาก็กลับไปที่รถของตัวเอง แล้วจากไป
จากนั้น โจวหงก็โทรหาโจวหลิน
“ครับ? คุณอา”
“ไปรอฉันที่โรงแรมหมิงไท่”
โรงแรมหมิงไท่เป็นโรงแรมในเครือของตระกูลโจว
สิบกว่านาทีหลังจากนั้น โจวหงก็เห็นโจวหลินรออยู่ที่สวนด้านหลังของโรงแรม
เมื่อโจวหลินเห็นโจวหงมาถึง เขาก็รีบถามไปว่า “คุณอามีอะไรให้ผมไปทำเหรอครับ?”
โจวหงไม่ได้ตอบคำถามของโจวหลิน เขาแค่มองไปยังลูกน้องที่อยู่ด้านหลัง ลูกน้องคนนั้นก็โยนโจวฉวี่เอ๋อที่อยู่หลังรถออกมา
พอโจวหลินเห็นโจวฉวี่เอ๋อเขาก็อึ้งไปเลย
“พวกแกเป็นใคร? คิดจะทำอะไร?” พอโจวฉวี่เอ๋อออกมาก็ตะคอกใส่ทันที
โจวหงเดินเข้าไปแกะเชือกให้โจวฉวี่เอ๋อด้วยตัวเอง
พร้อมกับพูดด้วยความเป็นมิตรว่า “ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ครับ ความสามารถของผมมีจำกัด จึงช่วยได้แค่คุณเท่านั้นส่วนคุณหลี่นั้น ผมก็จนปัญญาแล้วจริงๆ ครับ”
พอโจวฉวี่เอ๋อได้ยินอย่างนั้น เธอก็รู้สึกสับสนมาก เรื่องนี้มันกลับทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเท่าไร่ ว่าคนพวกนี้มันเป็นคนดีหรือคนชั่วกันแน่ เธอจึงเลือกที่จะเงียบไป
แต่โจวหลินกลับตื่นตกใจ เหมือนทายอะไรบางอย่างได้
และเป็นไปตามคาด หลังจากที่โจวหงแกะเชือกให้โจวฉวี่เอ๋อเสร็จ เขาก็หันมาพูดกับโจวหลินว่า “เสี่ยวหลิน ขอเข้าประเด็นเลยแล้วกัน ฉันรู้ว่าตอนนี้แกกลายเป็นคนของไป๋ยี่เฟยไปแล้ว”
“ไปว่าอะไรทำให้แกเปลี่ยนใจไปอยู่ฝั่งนั้นก็ตาม แต่ฉันขอแค่แกอย่าหันมาโกรธเกลียดตระกูลโจวของเราก็พอ”
“ตระกูลโจวไม่อยากเข้าไปข้องเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างไป๋ยี่เฟยกับเต้าจ่าง ดังนั้น แกจงไปบอกกับไป๋ยี่เฟยว่าสิ่งที่ตระกูลโจวของเราทำได้ก็มีเพียงเท่านี้”
โจวหลินสายตาอ่อนล้า ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
เรานึกไม่ถึงเลยว่าเรื่องที่ตัวเองย้ายข้างไปอยู่กับไป๋ยี่เฟยนั้นจะถูกตระกูลโจวรู้ได้เร็วขนาดนี้
เขารู้ดีว่าโจวหงเป็นคนยังไง ดังนั้นโจวหลินจึงรู้แล้วว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างมาก
เขาหันหลังให้ตระกูลโจวแล้วไปเข้าร่วมกับไป๋ยี่เฟย เขาทรยศตระกูลโจว สำหรับเจ้าบ้านแล้ว นี่คือเส้นตามยที่ห้ามเหยียบย่ำเด็ดขาด