ตอนที่ 738
บทที่738นำทาง
October 28, 2026
ตั้งแต่ที่เข้ามาในห้องใต้ดิน ไป๋ยี่เฟยก็รู้สึกตื่นเต้นมากแล้ว เพราะเขารู้สึกกลัวจริงๆ ว่าอาจเกิดเรื่องอะไรกับหลี่เสว่เข้าแล้ว
และตอนที่เข้ามากลับไม่เจอใครเลย เขายิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นไปอีก
ไป๋ยี่เฟยเดินไปที่เก้าอี้ เอามือไปสัมผัส แล้วก็ได้รู้ว่ามันยังอุ่นอยู่ ก็แสดงว่าเธอเพิ่งถูกพาตัวไปไม่นาน
ทันใดนั้น ดวงตาของไป๋ยี่เฟยก็แดงก่ำขึ้นมา
ภาพมากมายที่หลี่เสว่ถูกมัดอยู่ตรงเก้าอี้และถูกทรมานวิ่งเข้ามาในหัวของไป๋ยี่เฟย
พอคิดถึงเรื่องพวกนั้น เขาก็ไม่สามารถควบคุมความโกรธของตัวเองได้อีกต่อไป
เขาเดินเข้าไปหาบอดี้การ์ดคนนั้น ดึงคอเสื้อของเขาขึ้นมา แล้วพูดด้วยความโกรธว่า “นำทางไป!”
พอบอดี้การ์ดได้เห็นดวงตาสีแดงคู่นั้นของไป๋ยี่เฟย เขาก็ตะลึงไปเลย
เขารู้ว่าบางคนอาจมีเลือดคั่งที่ตาได้ แต่เขาไม่เคยเห็นใครที่แดงขนาดนี้มาก่อน
บอดี้การ์ดขนลุกไปทั้งตัว จากนั้นก็ชี้ไปยังกำแพงที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ไป๋ยี่เฟยเหวี่ยงบอดี้การ์ดทิ้งไป จากนั้นก็รีบเข้าไปคลำหาทั่วกำแพง
ไม่นานเขาก็กดเขาไปที่สวิตช์ กำแพงก็ค่อยๆ เปิดออกเหมือนกับประตู
ไป๋ยี่เฟยไม่พูดพร่ำทำเพลง พอเห็นประตูเปิดออกก็เตรียมพุ่งเข้าไปทันที
ทันใดนั้น ไป๋หยุนเผิงก็รีบเดินเข้ามากดไป๋ยี่เฟยเอาไว้
ไป๋ยี่เฟยทั้งขัดขืนทั้งตะโกนว่า “ปล่อยผมนะ!”
ไป๋หยุนเผิงไม่เพียงไม่ปล่อย แต่เขากลับหันมาพูดกับซาเฟยหยางด้วยท่าทางที่จริงจังว่า “คุณซาครับ ต้องรบกวนคุณแล้ว”
ซาเฟยหยางพยักหน้า ทันใดนั้น เขาก็ลงมือทันที เขาสับฝ่ามือลงที่ท้ายทอยของไป๋ยี่เฟยอย่างจัง
ไป๋ยี่เฟยหมดสติไปทันที
พอพวกเฉินอ้าวเจียวเห็นเข้าก็รีบกรูกันเข้ามาทันที เพื่อปกป้องไป๋ยี่เฟย
“นี่แกคิดจะทำอะไร?”
เฉินอ้าวเจียวยื่นมือไปเพื่อที่จะชิงตัวไป๋ยี่เฟยมา แต่ซาเฟยหยางกลับถอยหลังสองก้าว พร้อมกับปะทะฝ่ามือกับเฉินอ้าวเจียวไปที่หนึ่ง
เฉินอ้าวเจียวก็ถอยหลังไปสองก้าวเหมือนกัน จากนั้นเขาก็หยิบมีดของตัวเองออกมา
ไม่เพียงแค่เฉินอ้าวเจียวเท่านั้น ยังมีพวกไป๋หู สวีลั่งและคนอื่นๆ ต่างก็เอาอาวุธของตัวเองออกมาเหมือนกัน
จากนั้นคนของตระกูลเย่และตระกูลหลินก็เอาอาวุธออกมาเหมือนกัน พอไป๋หยุนเผิงเห็นแบบนั้น เขาก็คำรามออกมาว่า “ทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้!”
เฉินอ้าวเจียวมองพวกเขาแล้วถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ชอบใจว่า “คุณหมายความว่าอะไร?”
เย่เจี่ยก้าวมาข้างหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “ตอนนี้ไป๋ยี่เฟยได้สูญเสียสติไปแล้ว จะปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแบบนี้ไปตลอดไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะตายได้”
เฉินอ้าวเจียวฟังแล้วก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
ไป๋หยุนเผิงถอนหายใจออกมา “มันเป็นโรคทางพันธุกรรมของตระกูลไป๋”
“เพราะโกรธเกินไป อารมณ์ที่พลุ่งพล่านส่งผลให้เขากลายเป็นแบบนั้น ด้วยความกล้าที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้พละกำลังและความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นทันที”
“สภาพแบบนี้ดูผิวเผินอาจจะเป็นผลดี แต่ความจริงแล้วมันคือการฝืนดังพลังแฝงออกมาใช้ ถ้าพลังแฝงถูกดึงออกมาใช้มากเกินไป มันก็จะส่งผลเสียกับร่างกายได้”
จากนั้นเย่เจี่ยก็พูดขึ้นมาว่า “เห็นได้ชัดว่าที่นี่มันแปลกๆ”
“หลังจากที่หูเฟยหงกับจูฉวนอู่ฆ่าเสี่ยวชีไปแล้ว กลับทิ้งศพและหลักฐานไว้ที่นี่ พวกเขาไม่ใช่คนโง่ จะต้องมีเหตุผลอะไรแน่ๆ”
“ผมว่าพวกเขาน่าจะต้องการบอกเราว่าท่านหลินสามเป็นคนบังคับให้พวกเขาทำ”
“ที่สำคัญ ทำไมตอนที่พวกเขาหนีถึงต้องพาตัวหลี่เสว่ไปด้วย แต่ไม่ใช่ฆ่าทิ้งหรือปล่อยเธอไป?”
“ถึงจะบอกว่าใช้เป็นไพ่ตายในการรักษาชีวิต แต่ก็ไม่น่าพาคนที่เป็นภาระในการหลบหนีไปด้วยแบบนี้ การหลบหนีมันต้องยิ่งเร็วยิ่งดีสิ”
“ดังนั้น ผมคิดว่าพวกนั้นตั้งใจอยากให้เราตามไป”
พอได้ยินเย่เจี่ยวิเคราะห์มาแบบนั้น ทุกคนต่างมองกันไปมองกันมา
คำพูดเย่เจี่ยนั้นค่อนข้างสมเหตุสมผล แต่ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ไม่ปกติ
เฉินอ้าวเจียวยังคงขมวดคิ้ว “หรือในทางลับจะมีคนรอดักอยู่?”
“เป็นไปได้สูง” เย่เจี่ยพยักหน้า
แต่พอบอดี้การ์ดคนนั้นได้ยินแบบนี้ เขาก็ตกใจจนรีบพูดออกมาว่า “ไม่มีคนดักแน่นอนครับ ไม่มีคนดักแน่นอน เดี๋ยวผมจะเดินนำเอง”