ตอนที่ 982
บทที่982 สำนักเฟยซิง
October 28, 2026
หยุนอิงหยิบมือถือมาก้มหน้าดู จากนั้นสีหน้าก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นไม่น่าดูขึ้นเรื่อยๆ
ต่อมาหยุนอิงก็พูดอะไรขึ้นมาอีก คนทั้งสองจึงต่างแยกย้ายกันไป
ไป๋ยี่เฟยกำลังสงสัยในเหตุการณ์นี้อยู่พอดี มือถือเขาก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาก็เห็นเป็นจางหัวปินโทรมา
“สืบได้เรื่องแล้ว เจ้าของร้านกาแฟหยานหยู่ชื่อจ้าวหู่ มีร้านสาขาอยู่ที่เมืองเทียนเป่ยทั้งหมดแปดสาขา”
หลังไป๋ยี่เฟยฟังจบก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่เคยได้ยินคนที่ชื่อจ้าวหู่นี้เลย
จางหัวปินพูดต่ออีกว่า “เมื่อกี้ฉันลองสืบคนคนนี้ดู กลับไม่มีเรื่องอะไร แต่มีอยู่นิดหน่อยก็คือ เมื่อก่อนเขาเคยเป็นคนขับรถของตระกูลฉุง”
“คนขับรถของตระกูลฉุงแห่งเมืองหลวง?” ไป๋ยี่เฟยยืนยันอีกครั้งหนึ่ง
จางหัวปินตอบ “ใช่ เป็นคนขับรถให้ฉุงโยวหมิงลูกชายของฉุงเฉ่าซิน ทำอยู่แค่สองปี”
ไป๋ยี่เฟยพลันตกใจขึ้นมา
ฉุงโยวหมิง!
ในขณะนี้เอง จู่ๆ เขาก็คิดถึงเรื่องประหลาดบางอย่างในวันแต่งงานของฉุงโยวหมิงขึ้นมา
เขามักรู้สึกว่าจะต้องมีอะไรเชื่อมโยงกันอยู่ในนั้น แต่ในขณะเดียวกันก็นึกไม่ออก
ผ่านไปไม่นานนัก ภาพวงจรปิดในจอใหญ่ก็ปรากฏหยุนอิงกลับมาถึงหลันโปกั่งแล้ว
ด้วยเหตุนี้ไป๋ยี่เฟยจึงไม่มีเวลาคิดมากอีก รีบปิดกล้องวงจรปิด แล้วออกจากประตูห้อง ล็อคไว้อย่างดีแล้วกลับขึ้นมาชั้นบนใหม่อีกครั้ง
ไม่นานนัก หยุนอิงก็กลับมา
เธอเดินมาหยุดตรงระเบียงชั้นสอง แล้วก็มาหยุดตรงหน้าไป๋ยี่เฟย ยกมือฉีกหน้ากากหลี่เสว่ออก จากนั้นก็โยนแผ่นเหล็กแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะข้างตัวไป๋ยี่เฟย ถามเสียงต่ำว่า “นี่คือของของนาย?”
พอไป๋ยี่เฟยเห็นแผ่นเหล็กแผ่นนี้ ในใจก็เต้นรัว
เมิ่งหลินอยู่สำนักหนานเหมินแต่เป็นยอดฝีมือของแดนเทพยุทธ์ คิดว่าคนส่วนใหญ่คงจะรู้จักเขา และคุ้นเคยกับอาวุธของเขาเป็นอย่างดี
จนกระทั่งปัจจุบัน คงไม่มีใครรู้ว่าเมิ่งหลินตายแล้ว และไม่รู้ว่าเขาได้นำวิชาความรู้บางส่วนของเขาส่งต่อให้ไป๋ยี่เฟย
ดังนั้น หยุนอิงรู้ได้ยังไงกัน?
ในเวลานี้เอง หยุนอิงก็หยิบมือถือออกมาส่งให้ไป๋ยี่เฟยดู
ไปยี่เฟยรับไปดู ปรากฏว่าเป็นคลิปวีดีโอท่อนหนึ่ง
ในคลิปคือดาดฟ้าของโรงแรมจินหาว บนดาดฟ้ามีไป๋ยี่เฟยรวมถึงพวกเหลียงเหว่ยชาวยืนอยู่
ไป๋ยี่เฟยในตอนนั้นกำลังถือมีดสั้นเล่มหนึ่งที่ใช้แผ่นเหล็กมาประกอบกัน โดยยืนคุมเชิงกับพวกเหลียงเหว่ยชาวอยู่
หยุนอิงหลุบตา จ้องไป๋ยี่เฟยแล้วกล่าวว่า “อย่ามาปฏิเสธกับฉัน ว่านี่ไม่ใช่ของของนาย”
แน่นอนว่าไป๋ยี่เฟยย่อมไร้หนทางปฏิเสธ จึงได้แต่พยักหน้าแล้วพูดว่า “เป็นของฉันจริงๆ”
หยุนอิงถามอีกว่า “แล้วเจ้าสิ่งนี้เรียกว่าอะไร?”
ไป๋ยี่เฟยส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “อันที่จริงก็ไม่ใช่ของฉันเสียทีเดียว ฉันแค่เห็นคนอื่นเคยใช้ รู้สึกว่ามันแปลกใหม่ดี เลยให้คนเลียนแบบขึ้นมาอีกอัน”
สิ้นคำพูด หยุนอิงก็หยิบแผ่นเหล็กขึ้นมาแล้วพิจารณาดูอยู่หลายครั้ง ก็พบว่าบนพื้นผิวมีรอยแตก ด้วยเหตุนี้เธอจึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ไม่ใช่ของจริงจริงๆ”
จากนั้นเธอก็วางแผ่นเหล็กลงอีกครั้ง ก่อนจะจ้องไป๋ยี่เฟยแล้วถามว่า “นายเคยเห็นมันที่ไหน? แล้วใครเป็นคนใช้มัน?”
ไป๋ยี่เฟยตอบด้วยสีหน้าไม่สนใจ “ชายทะเลที่หลันเต่าน่ะ ตอนนั้นเห็นชายชราสองคนกำลังต่อสู้กันอยู่ ต่อสู้กันอย่างเก่งกาจเชียวล่ะ เหมือนกับในหนังเลย”
หยุนอิงได้ยินเช่นนี้ ก็หรี่ตาแล้วถามว่า “หรือพวกเขาไม่เห็นนายใช่ไหม?”
“เห็นอยู่แล้วสิ” ไป๋ยี่เฟยมองหยุนอิงแวบหนึ่ง
หยุนอิงจ้องเขาเขม็งแล้วถามอีกว่า “แล้วนายมีชีวิตออกมาได้ยังไง?”
ไป๋ยี่เฟยตอบทันทีว่า “อันที่จริงเริ่มแรกเลยฉันพบชายชราที่ถืออาวุธชนิดนี้ กำลังปิ้งปลาอยู่ เพราะไม่ได้พกไฟแช็กมาจึงมายืมจากฉัน ต่อมายังให้ฉันช่วยเขาปิ้งปลาอีกด้วย”
หยุนอิงได้ยินเช่นนี้ก็พยักหน้ากล่าวว่า “สมเป็นเขา!”
นิ่งไปชั่วครู่ก็ถามขึ้นอีกว่า “แล้วเขาให้ของอะไรนายมาหรือเปล่า?”
“ไม่มีนะ” ไป๋ยี่เฟยส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ไม่เพียงไม่ให้ เขายังไม่คืนไฟแช็กฉันด้วย”
หยุนอิงเห็นไป๋ยี่เฟยพูดเช่นนี้ ก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
และไป๋ยี่เฟยก็ถามขึ้นด้วยท่าทางเหมือนประหลาดใจอย่างมากว่า “เธอรู้จักชายชราคนนี้เหรอ?”