ตอนที่ 983
บทที่983 ถูกล้อมไปถึงสองพ่อลูก
October 28, 2026
หลังไป๋ยี่เฟยเงียบอยู่พักหนึ่งถึงถามว่า “คุณตามผมมาทำไม?”
ชายคนนั้นหัวเราะฮึๆ “นี่ไม่ใช่ทางผ่านหรอกเหรอ?”
“คุณคิดเหรอว่าผมจะเชื่อ?” ไป๋ยี่เฟยถามอย่างอึ้งๆ
ชายคนนั้นเห็นสีหน้าท่าทางของไป๋ยี่เฟย ก็หัวเราะอย่างเก้อเขินแล้วกล่าวว่า “ดูท่าทางจะไม่เชื่อ”
ไป๋ยี่เฟยจนคำพูดไปพักหนึ่งอีกครั้ง จากนั้นก็ถามว่า “คุณชื่ออะไร?”
“เหลียนยิน” ชายคนนั้นตอบ
ไป๋ยี่เฟยประหลาดใจเล็กน้อย “เหลียนอิน?” (เหลียนอินที่แปลว่าเกี่ยวดอง พ้องเสียงกับเหลียนยิน)
“ไม่ใช่” ชายคนนั้นโบกมือยิ้มๆ พลางพูดว่า “เหลียนที่แปลว่าต่อเนื่องกัน ยินที่แปลว่าดนตรี”
“อ้อ” ไป๋ยี่เฟยพยักหน้า ชื่อนี้ช่างพิเศษจริงๆ ทว่า “พี่เหลียนยินท่านนี้ บอกผมหน่อยได้ไหมว่าที่ตามผมมาต้องการจะทำอะไรกันแน่?”
เหลียนยินจึงตอบยิ้มๆ ว่า “ผมรับปากผู้หญิงคนหนึ่งไว้ ต้องการคุ้มครองคุณ”
“ใคร?” ไป๋ยี่เฟยพลันระวังตัวขึ้นมา “คุณรู้ไหมว่าเธอเป็นใคร?”
เหลียนยินส่ายหน้าพลางพูดว่า “ไม่รู้”
ไป๋ยี่เฟยพลันอับจนคำพูด “คุณไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร ยังจะรับปากช่วยเธอคุ้มครองผมอีก?”
เหลียนยินจึงตอบว่า “เจ้าสำนักของสำนักเราหายตัวไป ผมช่วยเธอคุ้มครองคุณ เธอจะช่วยผมตามหาที่อยู่ของเจ้าสำนัก”
ไป๋ยี่เฟยได้ยินเช่นนี้ก็ประหลาดใจอย่างมาก
ชายตรงหน้าคนนี้ดูซื่อตรงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมก็จริงอยู่ แต่คิดไม่ถึงว่าจะซื่อตรงถึงขนาดนี้ แถมยังดูเรียบง่ายอีกด้วย
เจ้าสำนักของพวกเขาคิดว่าคงจะเป็นเมิ่งหลิน แต่เมิ่งหลินตายก็ตายไปแล้ว นี่เห็นอยู่ชัดๆ ว่าหยุนอิงกำลังหลอกเขาอยู่ เขาก็ยังจะเชื่อ!
ไป๋ยี่เฟยมองเขาพลางถามว่า “คุณเชื่อเธอ? หากเธอกำลังหลอกคุณอยู่ล่ะ?”
เหลียนยินส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่มีทาง เป็นเป็นคนจริงใจมาก”
ไป๋ยี่เฟย “......”
เขาถูกคนคนนี้ทำให้ตกใจเสียแล้ว เขาเชื่อใจคนโดยที่มองคนว่าจริงใจหรือไม่ แถมยังดูจากใบหน้าก็คิดว่าเขาจริงใจไม่จริงใจ
ที่สำคัญที่สุดคือ หน้าที่เขาเห็นคือหน้าของหลี่เสว่”
เวลานี้เอง เหลียนยินก็พูดขึ้นมาอย่างภูมิใจเหลือเกินว่า “อยู่ที่หนานเหมินของพวกเรา ไม่มีใครกล้าหลอกคนของสำนักเฟยซิง
ไป๋ยี่เฟยเห็นเขาเป็นเช่นนี้ ก็พยักหน้าด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกพลางกล่าวว่า “ใช่ ที่คุณพูดมามีเหตุผลอย่างมาก”
แต่ในใจคิดกลับกันคือ โชคดีที่เขาไม่รู้ว่าหยุนอิงเป็นใคร หากรู้ล่ะก็ คงจะไม่มีทางพูดอย่างภูมิใจเช่นนี้
แน่นอน ได้มีคนฝีมือเก่งกาจคนหนึ่งปกป้องตัวเองเช่นนี้ ไป๋ยี่เฟยก็นับว่าได้กำไรแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องเปิดโปงหยุนอิง
หลังสองชั่วโมงครึ่ง พวกเขาก็มาถึงสนามบินของเมืองหลวง จากนั้นก็โบกรถแท็กซี่ไปตระกูลฉุงด้วยกัน
แต่ตอนที่พวกเขามาถึงคฤหาสน์ตระกูลฉุงและกำลังจะเข้าไปนั้น ก็ถูกบอดี้การ์ดหน้าประตูขวางไว้
ด้วยเหตุนี้ไป๋ยี่เฟยจึงหยิบแหวนที่ดูโบราณมากวงหนึ่งออกมา “รบกวนแจ้งให้หน่อย ท่านรองเห็นสิ่งนี้ก็จะรู้เองว่าฉันเป็นใคร”
บอดี้การ์ดมองไป๋ยี่เฟย แล้วก็มองเหลียนยินที่อยู่ข้างกายเขา แม้จะมีความสงสัยอยู่บ้าง แต่ยังคงหยิบแหวนแล้วนำไปแจ้ง
หลังผ่านไปสักพักประตูก็เปิดออก ฉุงโยวหมิงถือแหวนเดินออกมา
จากนั้นฉุงโยวหมิงก็มองเห็นไป๋ยี่เฟยกับเหลียนยิน จึงรีบยื่นมือมาจับกับไป๋ยี่เฟยแล้วกล่าวยิ้มๆ ว่า “ลำบากคุณแล้ว เชิญด้านใน”
ไป๋ยี่เฟยขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว และไม่ได้พูดมากอีก เดินตามเขาเข้าไป
หลังมาถึงห้องโถงใหญ่ ฉุงโยวหมิงก็สั่งคนให้ยกชามา จากนั้นก็เชื้อเชิญพวกเขานั่งลง
หลังฉุงโยวหมิงนั่งลงก็ยิ้มถามว่า “ไม่ทราบว่าจะให้เรียกทั้งสองท่านว่าอย่างไร?”
ไป๋ยี่เฟยไม่ได้รู้จักนามสกุลของทางหนานเหมินนัก อย่างไรส่วนมากทางนี้ก็พบเห็นได้น้อยมาก ด้วยเหตุนี้เขาจึงพูดออกมาโดยไม่ต้องคิดว่า “ชางหลง”
เหลียนยินไม่จำเป็นต้องปลอมตัว เขาจึงยิ้มตอบว่า “เหลียนยิน”
ฉุงโยวหมิงไม่ติดใจสงสัย กล่าวยิ้มๆ ว่า “คุณชายรองกับคุณชายใหญ่ช่างซื่อสัตย์ต่อความสัมพันธ์จริงๆ คุณชายใหญ่แต่งงาน คุณชายรองยังตั้งใจส่งคนมาคุ้มกันเป็นพิเศษ”
คุณชายใหญ่ก็คือจีซือ คุณชายรองย่อมจะเป็นจีอิง และก็คือหยุนอิงนั่นเอง เพียงแต่แทบจะไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิง
ฉุงโยวหมิงยิ้มกล่าวอีกว่า “รอจนน้องสาวผมแต่งเข้าไปแล้ว ต่อไปพวกเราก็คือครอบครัวเดียวกัน”
ไป๋ยี่เฟยมองรอยยิ้มของฉุงโยวหมิง และไม่รู้ว่าเพราะอะไร มักรู้สึกว่ามันไม่ปกติอยู่บ้าง เพียงแต่ภายนอกเขาไม่แสดงออกมา ยิ้มกล่าวว่า “แน่นอน”