ตอนที่ 11
บทที่ 3 เดินทาง3
September 18, 2026
บทที่ 3 เดินทาง3
เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง
“หยู้ดดดดดด” หูอันฉีส่งสัญญาณมือให้ขบวนเดินทางหยุดก่อน เขาเงี่ยหูฟังเสียงที่ดังอยู่เบื้องหน้าก่อนจะหน้าขรึมขึ้นเล็กน้อย
“แม่นางซูด้านหน้าราว 1 ลี้มีการต่อสู้ พวกเราควรเปลี่ยนเส้นทาง” หูอันฉีกล่าวขึ้นเมื่อเห็นซูเม่ยเปิดหน้าต่างรถม้าออกมาดูเหตุการณ์ภายนอก
“เลี่ยงเถิดท่านลุงอันฉี คนของเรามีน้อยอย่าเอาชีวิตไปเสี่ยง” ซูเม่ยเอ่ยตอบรับทันที
หูอันฉีส่งสัญญาณมือให้กับลูกน้องก่อนจะเบี่ยงรถม้าออกนอกเส้นทางสายหลักเพื่ออ้อมไปอีกเส้นทางหนึ่ง แต่ไม่ทันพ้นเส้นทางหลักเสียงฝีเท้าคนและฝีเท้าม้าก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งไม่อาจหลบได้ทันเสียแล้ว
‘บัดซบเอ้ย ทำไมต้องวิ่งมาทางพวกนางกัน น่าตายนัก’ ซูเม่ยขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหงุดหงิด
“พี่ใหญ่ขอรับเกิดอันใดขึ้น” ซูเหวินงัวเงียตื่นขึ้นมาจากนอนกลางวันเอ่ยถามขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากข้างนอก
“ไม่มีอันใดมากหรอก แค่คนทะเลาะกันบนถนนเท่านั้น เจ้านอนกับเจียวเอ๋อต่อเถอะเดี๋ยวพี่ใหญ่จะลงไปดูข้างนอกเสียหน่อย เป็นเด็กดีรอพี่อยู่บนนี้นะพี่จะรีบกลับมา” ซูเม่ยกล่าวตอบน้องชายที่ยังไม่ตื่นเต็มตา นางลูบหัวน้องชายเบาๆ ก่อนจะจับตัวเด็กชายลงนอนต่อข้างๆน้องสาว และเอ่ยสำทับอีกหลายคำ เมื่อเห็นน้องชายหลับตาพริ้มต่อนางก็เดินลงมาจากรถม้าทันที
หูอันฉีที่ต่อสู้พัลวันอยู่กับชายชุดดำอย่างดุดัน ครานี้ค่อนข้างตึงมือมิน้อยสำหรับเขา ดูท่าชายชุดดำพวกนี้คงเป็นนักฆ่ารับจ้างเสียมากกว่าจะเป็นโจร ดูจากการต่อสู้ที่เน้นฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าทำให้เขาพอจะเดาอะไรบางอย่างออก
ซูเม่ยเมื่ออกจากรถม้ามาก็เห็นฉากต่อสู้ดุเดือดตรงหน้าก็หวาดหวั่นเล็กน้อย แค่ตัวนางคงมิเป็นอันใดแต่เด็กน้อยที่นอนหลับอยู่บนรถม้าจะเป็นอันตรายไม่ได้เด็ดขาด นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะพบเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังร้องไห้จ้าอยู่ในอ้อมกอดสตรีนางหนึ่งซึ่งคงเป็นต้นเหตุของนักฆ่าเหล่านี้ นางที่ไม่อาจเห็นคนคุ้มกันต้องมาล้มตาย จึงพุ่งเข้าวงล้อมสังหารตรงหน้าทันที
‘ได้ทดลองใช้วรยุทธ์เสียที หวังว่าวรยุทธ์ผสมกับทักษะการต่อสู้สมัยใหม่จะไม่แปลกไปสำหรับคนที่นี่’
ร่างบางของสตรีที่ปกปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งที่จู่ๆก็ปรากฏกายท่ามกลางคมกระบี่คมดาบ พาให้การต่อสู้ชะงักงันไปเสี้ยวอึดใจ นักฆ่าเมื่อเห็นผู้มาใหม่ก็พุ่งเข้าใส่หมายสังหารคนที่ขัดขวางงานของพวกมันทันที
ซูเม่ยชักกระบี่อ่อนบางเฉียบก่อนจะพุ่งเข้าใส่นักฆ่าที่ประเดประดังกันเข้ามาหานางประหนึ่งเห็นเหยื่อที่อ่อนแอ แต่กลับต้องทิ้งลมหายใจไปอย่างง่ายดาย นางหมุนตัวลบเลี่ยงเร้นกายรวดเร็วปาดคอนักฆ่าคนแล้วคนเล่าร่วงกราวราวใบไม้
“แม่นางซู ระวัง!!!!” เสียงเอ่ยเตือนจากท่านลุงอันฉี ทำให้ซูเม่ยเบี่ยงกายหลบคมกระบี่ที่พุ่งมาจากด้านหลังได้ทันท่วงที กายบางหมุนคว้างกลางอากาศก่อนจะตวัดปลายกระบี่บางเข้าใส่หมาที่ลอบกัดตัวนั้น หยดเลือดซ่านกระเซ็นย้อมสีอาภรณ์ขาวจนแดงฉาน แต่ร่างบางก็ไม่สนใจยังคงต่อสู้กับนักฆ่าจนคนสุดท้ายถูกปลิดชีพด้วยดาบใหญ่ของท่านลุงอันฉี
เมื่อการต่อสู้จบลงซูเม่ยก็วิ่งกลับไปยังรถม้า ก่อนจะโล่งใจเมื่อน้องน้อยของนางยังคงนอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข
“หัวหน้าหู ลู่คงบาดเจ็บสาหัสขอรับ” ลูกน้องคนหนึ่งเข้ามารายงานหูอันฉี เมื่อเพื่อนของเขาโดนดาบฟันเข้าจนเป็นแผลลึกยาวเลือดไม่ยอมหยุดไหล
หูอันฉีเมื่อได้ฟังก็ไปดูลูกน้องของตนทันที ซูเม่ยที่บังเอิญได้ยินเข้าตอนที่กำลังเปิดประตูรถม้าลงมาก็รีบเดินตามไปเช่นกัน
“ท่านลุงอันฉีแบกเขาไปที่รถม้าขนของ คนที่เหลือเร่งเอาของลงข้าต้องการใช้พื้นที่ในการรักษาท่านอาลู่คง”
ทุกคนแม้บาดเจ็บแต่ก็พยายามเพื่อช่วยสหายที่บาดเจ็บมากกว่า แม้จะไม่เห็นทางรอดของสหายเลยก็ตาม แต่หากเป็นแม่นางซูไม่แน่ลู่คงอาจจะ...พอมีหนทาง