ตอนที่ 197
บทที่ 197 รักษาแผล
October 28, 2026
บทที่ 197 รักษาแผล
หลินหยางล้มลงไปในสภาพที่เต็มไปด้วยบาดแผล จางเยว่ตกใจและรีบวิ่งเข้าไปประคองเขา
ตอนนี้จิตใจของหญิงสาวกระวนกระวาย โดยลืมคนผิดที่อยู่อีกด้าน เมื่อเธอดึงหลินหยางขึ้นมา ก็พบว่าคนร่างสูงคล้ำได้หนีไปแล้ว
เธอไม่มีเวลามาสนใจ ตอนนี้ลมหายใจของหลินหยางรวยริน จางเยว่ใช้พละกำลังแบกเขาขึ้นหลัง ขณะที่กำลังจะลากเขาขึ้นรถก็เห็นผู้หญิงที่ยากจะลืมได้เดินเข้ามาข้างหน้าเธอ
ถ้าบอกว่าไป๋เซียนเฉ่าคือกุหลาบที่เต็มไปด้วยหนาม ผู้หญิงคนนี้คงเป็นดอกบัวขาว ใสซื่อและงดงามจนทำให้คนหวั่นไหว แถมยังมีรังสีเย็นยะเยือกแผ่ออกมา
“เขาเป็นอะไรไป” หญิงสาวถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
จางเยว่พูดอย่างหอบๆ ว่า “สู้กับคนจนได้รับบาดเจ็บ เธอคือ…”
ยังไม่ทันพูดจบ ผู้หญิงคนนั้นก็เอาตัวหลินหยางไป จางเยว่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้หญิงคนนั้นอุ้มหลินหยางเหมือนอุ้มเด็กทารก เธอวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“นี่ เธอจะทำอะไรน่ะ จะวิ่งไปไหน ฉันมีรถนะ” จางเยว่ตะโกนเสียงดัง
การได้ยินของผู้หญิงคนนั้นดีมาก ถึงแม้จะวิ่งออกไปไกลแล้ว แต่เธอก็หยุดและหันหน้ามาถามจางเยว่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา “รถอยู่ที่ไหน”
“ตามฉันมา ธะ เธอเป็นใครกันแน่” จางเยว่ถามเหมือนเห็นผี
“ฉันมาช่วยเขา ไม่เกี่ยวกับเธอ” ผู้หญิงคนนั้นขมวดคิ้วแล้วพูดออกมา
จางเยว่เพิ่งเคยเจอผู้หญิงที่ไม่ไว้หน้าคนอื่น ถ้าเธอไม่เป็นห่วงอาการบาดเจ็บของหลินหยาง เธอคงจะระเบิดอารมณ์ใส่ไปแล้ว
ผู้หญิงคนนั้นเช็กลมหายใจและชีพจรของหลินหยางจากนั้นจึงพูดออกมาอย่างร้อนรน “ไม่ได้การแล้ว ทำไมชีพจรของเขาเต้นอ่อนขนาดนี้ เขาใช้เจินชี่มากเกินขนาด!”
จางเยว่รีบถามว่า “งั้นจะทำยังไงดี จากที่นี่ไปโรงพยาบาลต้องใช้เวลาสักพัก มันอันตรายไหม”
“งั้นคงต้องทำที่นี่ เธอรีบลงรถ ฉันจะรักษาเขาที่นี่!” ผู้หญิงคนนั้นกัดฟันพูด
ตอนนี้หลินหยางหน้าซีดมาก เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด สภาพของเขาน่าตกใจมาก จางเยว่จะวางใจได้ยังไง เธอส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ได้ ทำไมฉันต้องลงไปจากรถด้วยล่ะ เธอเป็นใครกันแน่!”
“บอกให้ลงก็ลงไปเถอะ อย่าบอกนะว่าเธออยากเห็น ฉันชื่อหนานกงหยูน!” หญิงสาวพูดอย่างหงุดหงิด
หนานกงหยูนงั้นเหรอ คนของตระกูลหนานกง ทำไมถึงเกี่ยวข้องกับหลินหยางล่ะ จางเยว่เต็มไปด้วยความสงสัย เธออยากจะถามต่อ แต่หนานกงหยูนถอดเสื้อของหลินหยางออก จากนั้นก็ถอดเสื้อของตัวเองออก
เธอจะทำอะไรน่ะ จางเยว่งงไปหมด หญิงสาวเย็นชาที่จู่ๆ ก็โผล่มา ทำให้เธอมึนงงไปหมด ฐานะดี กล้าหาญ แต่สิ่งที่ทำให้ไม่สามารถจินตนาการได้ก็คือหนานกงหยูนใช้มือทั้งสองข้างกอดหลินหยางให้อยู่ในท่านั่ง นี่มันฉากที่คุ้นเคย
จางเยว่อดคิดถึงคืนนั้นไม่ได้ เธอแย่งหลินหยางมาจากไป๋เซียนเฉ่าแบบนี้เลย จากนั้นก็นั่งลงบนตัวเขาอย่างไม่มีความอับอาย
แต่ครั้งนี้มันต่างกันเล็กน้อย เธอสัมผัสได้ถึงอากาศที่เริ่มร้อนภายในรถ ตัวของหนานกงหยูนแดงขึ้น หลินหยางเริ่มรู้สึกตัว และค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“นายอย่าขยับ ตอนนี้นายค่อนข้างอ่อนแอ นายพยายามรวบรวมเจินชี่ของตัวเองเอาไว้ เหมือนกับสองครั้งก่อนหน้านี้” หนานกงหยูนพูดด้วยเสียงเบา
หลินหยางรู้ว่าร่างกายของตัวเองไม่มีกำลัง แต่ดีที่พลังมังกรและหงส์ได้หลอมรวมอยู่ในร่างกายและสามารถใช้มันออกมาได้
บาดแผลบนตัวที่เกิดจากการต่อสู้กับคนร่างสูงคล้ำไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ ปัญหาของเขาคือการใช้เจินชี่เกินขนาด จนทำให้ร่างกายอ่อนแอ หนานกงหยูนใช้ร่างกายของตัวเองค่อยๆ ทำให้หลินหยางฟื้นขึ้นมา และค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายของเขา
หนานกงหยูนลองใช้ประสบการณ์จากสองครั้งที่แล้ว แต่อย่างแรกคือตอนนี้มีคนที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ อย่างที่สองคือเธอยังฝึกไม่ชำนาญ เธออยู่บนตัวของหลินหยางไม่นานก็รู้สึกว่าร่างกายไร้เรี่ยวแรง เหงื่อไหลออกมาเต็มตัว เธอไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี
“พวกเธอกำลังทำอะไรกัน!” จางเยว่ตะโกนออกมาอย่างอดไม่ไหว
“ฉันไม่ไหวแล้วหลินหยาง เปลี่ยนเป็นเธอได้ไหม” หนานกงหยูนพูดหอบ
หลินหยางเบิกตาโตแล้วพูดขึ้นพัลวัน “คุณเห็นผมเป็นอะไร ผมไม่เป็นไรแล้ว แค่อ่อนแรงชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น!”
หนานกงหยูนรีบพูดขึ้นมาว่า “ไม่ได้ ตอนนี้เจินชี่ของนายยังไม่ฟื้นฟูกลับมา ถ้าพลาดช่วงเวลานี้ไปจะทำให้ร่างกายของนายบาดเจ็บสาหัส”
จางเยว่รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะบ้า เธอเข้าใจทุกคำที่ทั้งสองคนพูด แต่พอฟังรวมๆ กันแล้วเธอไม่เข้าใจอะไรเลย หลินหยางยิ้มอย่างอ่อนแรง “เธออย่าถือสาเลย วิชาที่ผมฝึกอยู่มันรักษากันแบบนี้”
จางเยว่สะบัดหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นคนที่หน้าไม่อายทั้งสองคน แต่พอมาคิดดูดีๆ เธอจึงเข้าใจ ที่แท้ การต่อสู้ของหลินหยางก็เป็นแบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะตอนที่เธอนัวเนียกับหลินหยาง มักจะรู้สึกว่ามีพลังอะไรแผ่ออกมาจากตัวเขา แล้วก็กลับเข้าไปในตัวของเขา ที่แท้มันเรียกว่าเจินชี่นี่เอง แต่ทำไมหลินหยางถึงฝึกวิชาที่โหดร้ายเช่นนี้ล่ะ
หลินหยางไม่มีแรงอธิบายต่อ เขาต้องทำเรื่องนี้กับหนานกงหยูนให้เสร็จ ดังนั้นหนานกงหยูนก็เลยเอนตัวลงไป ตอนนี้หลินหยางเป็นฝ่ายอยู่ข้างบน
หนานกงหยูนส่งเสียงออกมาเบาๆ รถส่ายไปมาไม่หยุดจนทำให้จิตใจของจางเยว่กระสับกระส่าย เธอไม่สามารถแอบมองดูภาพนั้นจากกระจกมองหลังได้อีกแล้ว
นี่มันยิ่งกว่าการแอบมองในที่มืดเสียอีก ความอวบอิ่มที่อยู่บนเนินอกของหนานกงหยูนอยู่ในมือของหลินหยาง ฉากที่ทั้งสองกำลังจะเป็นคนคนเดียวกันมันช่างสวยงาม นี่มันช่างยั่วอารมณ์จริงๆ!
เจินชี่ของหลินหยางค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมา การกระทำของเขาก็แรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงของหนานกงหยูนก็ไม่เป็นจังหวะ เสียงของเธอวุ่นวายไปหมด
ทั้งสองคนจมดิ่งลงไปกับความบ้าคลั่ง ในที่สุดความบ้าคลั่งก็ผ่านไป จางเยว่ถึงหันกลับมามองอีกครั้ง เธอใจเต้นแรง มือสอดเข้าไปในกางเกงในอย่างไม่รู้ตัว
ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ จางเยว่ก่นด่าความหน้าไม่อายของตัวเองอยู่ในใจ เธอรีบดึงมือออกมา เธอพบว่าตอนนี้ข้างในมันเปียกชื้นหมดแล้ว